
ตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก 7 ที่นั่ง หรือที่เรียกกันติดปากว่า “มินิเอ็มพีวี” ถือเป็นเซกเมนต์ที่มีความเคลื่อนไหวอย่างน่าสนใจในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2561 ที่มิตซูบิชิได้เข้ามาปลุกตลาดนี้อีกครั้งหลังจากที่ Honda เคยบุกเบิกไว้ก่อนหน้านี้ การกลับมาของ Mitsubishi Xpander ไม่เพียงแต่สร้างกระแส แต่ยังเป็นการกำหนดทิศทางของตลาดที่ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดในปัจจุบัน
การกลับมาของมิตซูบิชิและการปลุกกระแสตลาด
ย้อนกลับไปในช่วงปี 2561 หากเราพูดถึงตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก 7 ที่นั่ง เชื่อว่าหลายคนอาจนึกถึง Mitsubishi Xpander ที่เข้ามาเปิดตลาดใหม่ในประเทศไทยด้วยราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงได้เพียง 7.79 แสนบาท การเปิดตัวครั้งนั้นถือเป็นการจุดประกายความสนใจในกลุ่มผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ครอบครัวขนาดกะทัดรัดแต่ยังคงความอเนกประสงค์และสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 7 ที่นั่ง ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของครอบครัวไทยได้เป็นอย่างดี
หลังจากนั้นไม่นาน Mitsubishi ได้ขยายไลน์อัพด้วยการเปิดตัว Mitsubishi Xpander Cross ซึ่งเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่ต้องการความแตกต่างและสมรรถนะที่เหนือกว่า รวมถึงมีการปรับปรุงรุ่นพื้นฐานให้มีราคาเริ่มต้นขยับขึ้นเป็น 7.99 แสนบาท ทำให้ Mitsubishi กลายเป็นผู้เล่นหลักที่กุมส่วนแบ่งตลาดได้อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยการสร้างความเชื่อมั่นและตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างลงตัว
การเข้ามาของคู่แข่งรายสำคัญ
การเติบโตของตลาดมินิเอ็มพีวีไม่ได้หยุดอยู่แค่แบรนด์เดียวในปี 2563 Suzuki ได้ส่ง Suzuki XL7 เข้าสู่ตลาดด้วยราคาเริ่มต้น 7.79 แสนบาท เพื่อมาเจาะกลุ่มเป้าหมายเดียวกันและขยายฐานลูกค้าให้กับ Suzuki ในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์-เอสยูวี ก่อนหน้านี้ Suzuki ได้เปิดตัว Suzuki Ertiga ในปี 2556 และได้มีการปรับโฉมพร้อมเพิ่มเทคโนโลยี Mild-Hybrid ในปี 2565 ด้วยราคาเริ่มต้น 6.99 แสนบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Suzuki ในการผลักดันตลาดนี้ให้เติบโตและสามารถสร้างยอดขายที่ดีให้กับแบรนด์
กระทั่งในปี 2565 Toyota ซึ่งเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดไทย ได้เข้ามาสร้างความสั่นสะเทือนด้วยการเปิดตัว Toyota Veloz ในราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 7.95 แสนบาท พร้อมออปชั่นที่จัดเต็ม เรียกได้ว่าเป็นการท้าชิงบัลลังก์ของ Mitsubishi Xpander โดยตรง ซึ่ง Veloz สามารถสร้างกระแสความนิยมได้อย่างรวดเร็วและมีส่วนสำคัญในการผลักดันตัวเลขยอดขายรวมของตลาดมินิเอ็มพีวีให้ขยับขึ้นอย่างชัดเจน
ตามมาด้วยในปีเดียวกัน Honda ซึ่งเคยมีประสบการณ์กับรถในกลุ่มนี้อย่าง Honda Freed ได้กลับเข้ามาในตลาดอีกครั้งด้วย Honda BR-V ด้วยราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 9.15 แสนบาท ซึ่งถือเป็นจุดที่น่าสังเกต เนื่องจากมีราคาสูงกว่าคู่แข่งรายอื่นในตลาด แต่ก็มาพร้อมกับออปชั่นและสมรรถนะเครื่องยนต์ที่เป็นจุดขาย ซึ่งสร้างความแตกต่างและเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับแบรนด์และความสมบูรณ์ของตัวรถ
ความเคลื่อนไหวในปี 2566 และภาพรวมตลาด
ปี 2566 นับเป็นอีกปีที่มีสีสันในตลาดมินิเอ็มพีวี เมื่อ Hyundai ได้เปิดตัว Hyundai Stargazer อย่างเป็นทางการ หลังจากที่เคยนำมาจัดแสดงในช่วงปลายปี 2565 โดย Stargazer เปิดตัวด้วยราคาเริ่มต้น 7.69 แสนบาท และชูจุดเด่นในรุ่นท็อปด้วย Captain Seat หรือเบาะนั่งผู้บริหาร ซึ่งถือเป็นรายแรกในตลาดที่นำเสนอออปชั่นนี้ในกลุ่มรถยนต์ราคานี้
สำหรับภาพรวมตลาดมินิเอ็มพีวีในปี 2566 มีรายงานว่ามียอดขายสะสมรวมอยู่ที่ราว 2.5 หมื่นคัน โดย 3 อันดับแรกของผู้เล่นในตลาด ได้แก่
Toyota Veloz มียอดขายรวมอยู่ที่ราว 11,000 คัน
Mitsubishi Xpander มียอดขายรวมอยู่ที่ราว 9,000 คัน
Hyundai Stargazer มียอดขายรวมอยู่ที่ราว 1,500 คัน
การแข่งขันในตลาดนี้ถือว่ามีความรุนแรง ด้วยการตั้งราคาจำหน่ายที่อยู่ในระดับที่เข้าถึงได้ง่ายเมื่อเทียบกับรถยนต์อเนกประสงค์ในกลุ่มอื่น ๆ วัตถุประสงค์หลักของรถยนต์กลุ่มนี้คือความหลากหลายในการใช้งาน สามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 7 ที่นั่ง ซึ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นครอบครัวและผู้ที่ต้องการความอเนกประสงค์ในการเดินทาง ดังนั้นผู้ผลิตจึงมักจะเน้นเรื่องความสะดวกสบายในการโดยสารและเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยเป็นหลัก
ทิศทางและความคาดหวังในปี 2567
สำหรับปี 2567 ความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองคือการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของผู้เล่นในตลาด โดยเฉพาะจากแบรนด์ที่มีฐานลูกค้าอยู่แล้ว ในช่วงกลางปี 2566 ที่ผ่านมา Suzuki ได้มีการเผยโฉม Suzuki XL7 Smart Hybrid ในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อมีการเปิดตัวรุ่นใหม่ในตลาดอื่น ย่อมส่งผลต่อตลาดในประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจาก Suzuki XL7 มีการนำเข้าจากประเทศอินโดนีเซียเช่นกัน การเปิดตัว Suzuki XL7 Smart Hybrid ในปี 2567 นี้จึงเป็นสิ่งที่หลายคนรอคอย
นอกจากนี้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2567 บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้สร้างความตื่นเต้นด้วยการเผยแพร่ภาพพร้อมข้อความบน Facebook Fanpage โดยระบุว่า “เปลี่ยนทุกความรู้สึกที่เคยเชื่อ กับขุมพลังไฮบริดใหม่ ครั้งแรกใน New Xpander HEV และ New Xpander Cross HEV รถครอบครัวฟูลไฮบริด 7 ที่นั่ง ที่สมบูรณ์แบบ พบกันที่ LIVE Facebook และ YouTube Mitsubishi Motors Thailand 1 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 09:30 น.” ซึ่งเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการถึงการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่จะเข้ามาพลิกโฉมตลาด
การเปิดตัว New Xpander HEV และ New Xpander Cross HEV ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ จึงเป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากยอดขายที่ตามหลังผู้นำตลาดอยู่ไม่มาก การเปิดตัวรุ่นใหม่นี้จึงเป็นความหวังของมิตซูบิชิในการทวงแชมป์ยอดขายในกลุ่มมินิเอ็มพีวีอีกครั้ง ซึ่งต้องรอดูว่าขุมพลังไฮบริดและความสมบูรณ์แบบที่กล่าวอ้างจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในปี 2567 ได้ดีเพียงใด
Mitsubishi Motors กับการมุ่งมั่นในประเทศไทย
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังคงยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการสานต่อการเติบโตในประเทศไทย พร้อมส่งมอบความสุขให้แก่ลูกค้าด้วยยานยนต์คุณภาพเยี่ยมที่มาพร้อมกับความน่าตื่นเต้นและความเร้าใจภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ซึ่งมีการเปิดตัว มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ อย่างเป็นทางการ
มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงการปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ของ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ว่า ภายใต้แนวคิด ‘Mitsubishi Motors-ness’ ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนแค่เฉพาะดีไซน์ภายนอกเท่านั้น แต่ยังมีการปรับปรุงดีไซน์ภายในเพื่อการยกระดับ พร้อมติดตั้งระบบส่งกำลัง Eco-Dynamic CVT และเทคโนโลยีรุ่นใหม่ต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มอัตราการเร่งแซง ความประหยัด และความเงียบของห้องโดยสารมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาที่ต่อเนื่องเพื่อให้รถยังคงความโดดเด่นและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบถ้วน
มิตซูบิชิ ไทรทัน และ มิราจ Ralliart: ความภาคภูมิใจใน DNA แห่งชัยชนะ
นอกจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่แล้ว ภายในงานยังได้มีการแนะนำ มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิลแค็บ แรลลี่อาร์ท รุ่นใหม่ และ มิตซูบิชิ มิราจ แรลลี่อาร์ท ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยีและ DNA แห่งชัยชนะที่ได้รับการปรับแต่งให้สามารถติดตั้งและใช้งานได้อย่างดีเยี่ยมในชีวิตประจำวัน ทั้งในรถยนต์มิตซูบิชิรุ่นปัจจุบันและรุ่นแรลลี่อาร์ท ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วจากทีมวิจัยและพัฒนา