![N1709322_ร กท ต องหาร[ตอนจบ] #หน งส นต องมนต ฟ ล ม #ละครส นหน งส นสะท อนส งค | Đọc Báo Online16](https://newsthailan.tfvp.org/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260916_165205.jpg)
ท้าชนศึก MPV 7 ที่นั่ง 2026: Mitsubishi Xpander HEV ปะทะ คู่แข่งดุเดือด!
ตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก 7 ที่นั่ง หรือที่เรียกกันติดปากว่า “มินิเอ็มพีวี” ในประเทศไทย กำลังระอุขึ้นเรื่อยๆ ความเคลื่อนไหวล่าสุดในปี 2026 นี้ยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นไปอีก เมื่อเจ้าตลาดเดิมอย่าง Mitsubishi Xpander ไม่ยอมอยู่เฉย และตัดสินใจส่ง Mitsubishi Xpander HEV และ Mitsubishi Xpander Cross HEV ลงมาทวงบัลลังก์ ด้วยขุมพลัง Full Hybrid ที่หลายคนรอคอย
ย้อนกลับไปในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 2561 ตลาดนี้เคยเงียบเหงาไปพักใหญ่ หลังจากการจากไปของ Honda Freed ตำนานมินิเอ็มพีวีที่เคยสร้างกระแส ด้วยประตูสไลด์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ทว่า Honda ตัดสินใจยุติการทำตลาดไปอย่างน่าเสียดาย ทิ้งช่องว่างให้คู่แข่งเข้ามาช่วงชิง
และแล้ว Mitsubishi ก็ก้าวเข้ามาจุดประกายตลาดนี้อีกครั้งในปี 2561 ด้วยการเปิดตัว Mitsubishi Xpander ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 7.79 แสนบาท ซึ่งถือว่า “ถูกเวลาและถูกราคา” ในขณะนั้น มันกลายเป็นปรากฏการณ์ที่ปลุกกระแสรถยนต์ 7 ที่นั่ง ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ต่อมาไม่นาน Mitsubishi ได้ขยายไลน์อัพด้วยการเปิดตัว Mitsubishi Xpander Cross รุ่นยกสูงที่เอาใจสายลุย และเมื่อมีการปรับโฉมใหม่พร้อมขยับราคาขึ้นเป็น 7.99 แสนบาท Mitsubishi ก็กลายเป็น “เสือนอนกิน” กวาดส่วนแบ่งตลาดนี้ไปครองได้อย่างสวยงามเป็นเวลาหลายปี
แต่สงครามยังไม่จบ! ในปี 2563 Suzuki ได้ส่ง Suzuki XL7 ลงสู่ตลาด ด้วยราคาเริ่มต้น 7.79 แสนบาท เพื่อเจาะตลาดกลุ่มมินิเอ็มพีวี-เอสยูวีที่กำลังเติบโต Suzuki ไม่ได้มามือเปล่า เพราะก่อนหน้านี้ในปี 2556 พวกเขาได้เปิดตัว Suzuki Ertiga และในที่สุดก็มีการปรับโฉมครั้งใหญ่ในปี 2565 ด้วยการใส่เทคโนโลยี Mild-Hybrid พร้อมปรับราคาเริ่มต้นที่ 6.99 แสนบาท กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจและสามารถสร้างยอดขายให้กับ Suzuki ได้อย่างไม่น้อย
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2565 เมื่อ Toyota ตัดสินใจก้าวเข้าสู่สมรภูมินี้อย่างจริงจัง ด้วยการเปิดตัว Toyota Veloz ด้วยราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 7.95 แสนบาท พร้อมออปชั่นจัดเต็ม เรียกได้ว่าเป็นการ “เขย่าบัลลังก์” Mitsubishi Xpander อย่างแท้จริง Veloz ไม่ได้มาเล่นๆ แต่มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยและฟีเจอร์ที่เหนือกว่า ทำให้ตลาดมินิเอ็มพีวีเติบโตอย่างก้าวกระโดด และกลายเป็นสนามรบสำคัญของผู้ผลิตรถยนต์
ไม่นานหลังจากนั้น ในปี 2565 เช่นกัน Honda ก็กลับมาอีกครั้ง พร้อมเปิดตัว Honda BR-V ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 9.15 แสนบาท ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในตลาดเมื่อเทียบกับคู่แข่ง BR-V มาพร้อมจุดเด่นด้านสมรรถนะเครื่องยนต์และความปลอดภัยที่ครบครัน แต่ราคาที่ค่อนข้างสูงก็เป็นข้อสังเกตที่ทำให้หลายคนลังเล
เข้าสู่ปี 2566 Hyundai ได้สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัว Hyundai Stargazer หลังจากการจัดแสดงในช่วงปลายปี 2565 Stargazer เคาะราคาเริ่มต้นที่ 7.69 แสนบาท และชูจุดขายเด่นคือรุ่นท็อปที่มาพร้อม Captain Seat หรือเบาะนั่งแยกอิสระสำหรับผู้โดยสารแถวที่สอง ซึ่งเป็นรายแรกในตลาดในเซกเมนต์นี้
สำหรับภาพรวมตลาดมินิเอ็มพีวีในปี 2566 ยอดขายสะสมรวมอยู่ที่ราว 25,000 คัน โดยผู้เล่นที่มียอดขายสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่
Toyota Veloz : ราว 11,000 คัน (ผู้นำตลาด)
Mitsubishi Xpander : ราว 9,000 คัน (อันดับ 2)
Hyundai Stargazer : ราว 1,500 คัน (อันดับ 3)
จะเห็นได้ว่าการแข่งขันในตลาดนี้ดุเดือดมาก ด้วยการตั้งราคาจำหน่ายที่อยู่ในระดับที่เข้าถึงได้ง่าย เมื่อเทียบกับรถยนต์อเนกประสงค์ในกลุ่มอื่นๆ วัตถุประสงค์หลักของผู้บริโภคที่เลือกซื้อรถกลุ่มนี้คือ ความอเนกประสงค์ในการเดินทาง ด้วยจำนวนที่นั่งถึง 7 ที่นั่ง รองรับครอบครัวขนาดกลางถึงใหญ่ หรือผู้ที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยที่หลากหลาย ดังนั้น ความสะดวกสบายในการโดยสาร และ เทคโนโลยีด้านความปลอดภัย จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ
ความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในปี 2026: สงครามไฮบริดปะทุ!
สำหรับปี 2026 นี้ ตลาดมินิเอ็มพีวีเตรียมระเบิดศึกครั้งใหญ่ ความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองที่สุดคือการปรับตัวของผู้เล่นเดิม โดยเฉพาะ Suzuki ที่ได้เผยโฉม Suzuki XL7 Smart Hybrid ในประเทศอินโดนีเซียในช่วงกลางปี 2566 และแน่นอนว่า XL7 เป็นรถที่นำเข้าจากอินโดนีเซียมาจำหน่ายในไทย ดังนั้นการเปิดตัวรุ่นใหม่นี้จึงส่งผลโดยตรงต่อตลาดไทย และ Suzuki ก็มีแผนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2567 (ซึ่งปัจจุบันคือปี 2026 แล้ว)
แต่ที่ฮือฮาที่สุดคือ การประกาศอย่างเป็นทางการของ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2567 ผ่านทาง Facebook Fanpage: Mitsubishi Motors Thailand พวกเขาได้เผยแพร่ภาพพร้อมข้อความว่า “เปลี่ยนทุกความรู้สึกที่เคยเชื่อ กับขุมพลังไฮบริดใหม่ ครั้งแรกใน New Xpander HEV และ New Xpander Cross HEV รถครอบครัวฟูลไฮบริด 7 ที่นั่ง ที่สมบูรณ์แบบ พบกันที่ LIVE Facebook และ YouTube Mitsubishi Motors Thailand 1 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 09:30 น.”
การประกาศนี้ถือเป็นการ ท้าชน อย่างตรงไปตรงมา! เมื่อพิจารณาจากยอดขายที่ห่างจากผู้นำตลาดเพียงเล็กน้อย Mitsubishi มีเป้าหมายที่ชัดเจนคือ ทวงแชมป์ยอดขาย ในกลุ่มนี้ให้ได้ การเปิดตัว Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Cross HEV ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 (ซึ่งก็คือปี 2026 นี้) จะเป็นตัวตัดสินทิศทางของตลาด
มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวถึงการเปิดตัว Mitsubishi Xpander ใหม่ ไว้ว่า:
“มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ให้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้นภายใต้แนวคิด ‘Mitsubishi Motors-ness’ โดย มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ไม่ได้ปรับเปลี่ยนแค่เฉพาะดีไซน์ภายนอกเท่านั้น แต่ยังมีการปรับปรุงดีไซน์ภายในเพื่อการยกระดับ พร้อมติดตั้งระบบส่งกำลัง Eco-Dynamic CVT และเทคโนโลยีรุ่นใหม่ต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มอัตราการเร่งแซง ความประหยัด และความเงียบของห้องโดยสารมากขึ้นอีกด้วย”
นอกจากนี้ Mr. Koito ยังได้กล่าวถึงการกลับมาของ Ralliart ซึ่งเป็นแบรนด์สปอร์ตของ Mitsubishi ว่า:
“พร้อมกันนี้ ผมขอแนะนำ มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิลแค็บ แรลลี่อาร์ท รุ่นใหม่ และ มิตซูบิชิ มิราจ แรลลี่อาร์ท ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีและดีเอ็นเอแห่งชัยชนะ ที่ได้รับการปรับแต่งให้สามารถติดตั้ง และใช้งานได้อย่างดีเยี่ยมในชีวิตประจำวัน ทั้งในรถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นปัจจุบัน และรุ่น แรลลี่อาร์ท ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วจากทีมวิจัยและพัฒนาของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ด้วยกระบวนการทดสอบยานยนต์ขั้นสูง พร้อมการขับทดสอบในสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศจำลองรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ารถยนต์ มิตซูบิชิ ทุกคัน มีสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือระดับ และสามารถขับผ่านได้บนทุกอุปสรรค ทั้งนี้เราจะยังคงมุ่งมั่นในการคิดค้นนวัตกรรม และเทคโนโลยียานยนต์ เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย และที่สำคัญที่สุด ได้แก่ มิตซ