
เปิดศึก Mini MPV 7 ที่นั่ง เดือด! เมื่อ Mitsubishi Xpander HEV ปะทะคู่แข่งสู่บัลลังก์ผู้นำตลาด 2026
ตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก หรือ Mini MPV 7 ที่นั่ง กำลังกลายเป็นสมรภูมิที่ดุเดือดที่สุดในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยช่วงปี 2567-2568 ย้อนกลับไปในช่วงปี 2561 Mitsubishi Motors Thailand ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการ ด้วยการเปิดตัว Mitsubishi Xpander สู่ตลาดไทย ด้วยราคาเริ่มต้นที่น่าดึงดูดเพียง 7.79 แสนบาท ซึ่งถือเป็นการปลุกกระแสความต้องการรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ที่ทั้งราคาดีและตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างลงตัว ต่อมาไม่นาน Mitsubishi ก็ได้เสริมทัพด้วยการเปิดตัว Mitsubishi Xpander Cross ซึ่งเป็นการยกระดับภาพลักษณ์ความเป็น SUV ให้กับ Xpander และได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม จนทำให้ Mitsubishi กลายเป็นเจ้าตลาดในเซกเมนต์นี้ไปโดยปริยาย
ปี 2563 วงการ Mini MPV ได้รับการกระตุ้นอีกครั้ง เมื่อ Suzuki ตัดสินใจส่ง Suzuki XL7 เข้าสู่ตลาด ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 7.79 แสนบาท เพื่อมาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มองหารถยนต์อเนกประสงค์ที่มีความเป็น SUV สูงกว่า Ertiga เดิมที่เปิดตัวไปตั้งแต่ปี 2556 และได้รับการปรับโฉมครั้งใหญ่ในปี 2565 ด้วยเทคโนโลยี Mild-Hybrid ทำให้ Suzuki สามารถเจาะตลาดและขยายฐานลูกค้าได้อย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ปี 2565 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อ Toyota ได้เปิดตัว Toyota Veloz ที่มาพร้อมออปชั่นจัดเต็มและดีไซน์ที่ทันสมัย ด้วยราคาเริ่มต้น 7.95 แสนบาท การมาของ Veloz เปรียบเสมือนการท้าชนบัลลังก์ของ Mitsubishi Xpander โดยตรง ซึ่งไม่เพียงแต่ดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภค แต่ยังช่วยผลักดันให้ตลาด Mini MPV โดยรวม มีตัวเลขยอดขายที่เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปสู่ความต้องการรถยนต์อเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลาย
ตามมาติดๆ ในปีเดียวกัน Honda ได้เปิดตัว Honda BR-V รุ่นใหม่ ด้วยราคาจำหน่ายที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับคู่แข่ง เริ่มต้นที่ 9.15 แสนบาท แม้จะมีออปชั่นและสมรรถนะเครื่องยนต์ที่เป็นจุดเด่น แต่ด้วยราคาที่สูงกว่า ทำให้ BR-V ยังคงอยู่ในตำแหน่งที่ต้องแข่งขันอย่างหนักเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด
ก้าวเข้าสู่ปี 2566 Hyundai ได้สร้างสีสันให้กับตลาดด้วยการเปิดตัว Hyundai Stargazer หลังจากที่เคยจัดแสดงในงาน Motor Expo 2022 โดย Stargazer มาพร้อมราคาเริ่มต้นที่ 7.69 แสนบาท และมีจุดเด่นที่น่าสนใจคือรุ่นท็อปที่มาพร้อม Captain Seat หรือเบาะนั่งกัปตันในแถวที่สอง ซึ่งถือเป็นรายแรกในตลาดที่นำเสนอออปชั่นนี้
สำหรับภาพรวมยอดขาย Mini MPV ในปี 2566 สามารถสรุปได้ดังนี้:
Toyota Veloz มียอดขายสะสมรวมประมาณ 11,000 คัน
Mitsubishi Xpander มียอดขายสะสมรวมประมาณ 9,000 คัน
Hyundai Stargazer มียอดขายสะสมรวมประมาณ 1,500 คัน
การแข่งขันในตลาด Mini MPV ถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยสำคัญคือ ราคาจำหน่ายที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย เมื่อเทียบกับรถยนต์กลุ่มอเนกประสงค์อื่นๆ และ วัตถุประสงค์ในการใช้งานที่หลากหลาย โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายหลักคือครอบครัวที่ต้องการรถยนต์ 7 ที่นั่ง ที่สามารถรองรับสมาชิกในครอบครัวได้อย่างครบครัน รวมถึงผู้ที่ต้องการความอเนกประสงค์ในการเดินทาง ทำให้ผู้ผลิตต้องให้ความสำคัญกับ ความสะดวกสบายในการโดยสาร และ เทคโนโลยีด้านความปลอดภัย เป็นอย่างยิ่ง
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในปี 2567: การกลับมาของ Mitsubishi Xpander HEV
ทว่า ความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองที่สุดในปี 2567 นี้ กลับมาจากแบรนด์ที่เคยเป็นเจ้าตลาดอย่าง Mitsubishi Motors เมื่อช่วงกลางปี 2566 มีการเผยโฉม Suzuki XL7 Smart Hybrid ในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่า Suzuki เตรียมเปิดตัวรุ่นปรับปรุงใหม่ในตลาดไทย โดยเฉพาะเมื่อทราบว่า Suzuki XL7 เป็นรถยนต์ที่นำเข้าจากอินโดนีเซีย ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่ไทยจะได้เห็น XL7 Smart Hybrid เปิดตัวในปี 2567
และแล้ว การรอคอยก็สิ้นสุดลง เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2567 บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประกาศอย่างเป็นทางการผ่านทาง Facebook Fanpage ว่าจะมีการเปิดตัว New Xpander HEV และ New Xpander Cross HEV ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ผ่านการถ่ายทอดสดทาง Facebook และ YouTube พร้อมคำโปรยที่สร้างความตื่นเต้นว่า “เปลี่ยนทุกความรู้สึกที่เคยเชื่อ กับขุมพลังไฮบริดใหม่ ครั้งแรกใน New Xpander HEV และ New Xpander Cross HEV รถครอบครัวฟูลไฮบริด 7 ที่นั่ง ที่สมบูรณ์แบบ”
การเปิดตัว New Xpander HEV และ New Xpander Cross HEV ถือเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดของ Mitsubishi ในการกลับมาทวงบัลลังก์เจ้าตลาดอย่างเต็มตัว หลังจากที่ยอดขายในช่วงปี 2566 ตามหลัง Toyota Veloz อยู่พอสมควร การนำเสนอเทคโนโลยี Full Hybrid ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความนิยมในตลาดโลก และยังไม่มีคู่แข่งในกลุ่ม Mini MPV นำเสนอในตลาดไทย ทำให้ Mitsubishi สร้างความแตกต่างและมีจุดขายที่เหนือกว่าคู่แข่งในทันที
มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กับวิสัยทัศน์ของ Mitsubishi Motors Thailand
ในการแถลงข่าวเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการสานต่อการเติบโตในประเทศไทย และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า พร้อมทั้งเผยโฉมรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43
Mitsubishi Xpander ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในเดือนสิงหาคม 2561 จนก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ MPV ด้วยยอดจำหน่ายสะสมรวมกว่า 44,000 คัน พร้อมการันตีคุณภาพด้วยรางวัล ‘รถยอดเยี่ยมแห่งปีของประเทศไทย’ ในประเภทรถอเนกประสงค์ MPV เครื่องยนต์ต่ำกว่า 1,600 ซีซี เป็นระยะเวลาถึง 4 ปีติดต่อกัน
มร. โคอิโตะ กล่าวว่า Mitsubishi Xpander ใหม่ ได้รับการปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ให้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้นภายใต้แนวคิด ‘Mitsubishi Motors-ness’ ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงการปรับเปลี่ยนดีไซน์ภายนอก แต่ยังรวมถึงการยกระดับดีไซน์ภายใน การติดตั้งระบบส่งกำลัง Eco-Dynamic CVT และเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยเพิ่มอัตราเร่งแซง ประหยัดน้ำมัน และความเงียบของห้องโดยสาร
นอกจากนี้ ภายในงาน มิตซูบิชิ ยังได้เปิดตัว Mitsubishi Triton Double Cab RallyArt และ Mitsubishi Mirage RallyArt ซึ่งเป็นการนำ DNA แห่งชัยชนะจากสนามแข่งขันมาสู่รถยนต์ที่ใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยได้รับการพิสูจน์และทดสอบโดยทีมวิจัยและพัฒนาของ Mitsubishi เพื่อให้มั่นใจในสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือระดับและความทนทาน
มร. โคอิโตะ กล่าวเสริมว่า “เราจะยังคงมุ่งมั่นในการคิดค้นนวัตกรรมและเทคโนโลยียานยนต์ เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย และที่สำคัญที่สุด ได้แก่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย พร้อมส่งต่อความเร้าใจครั้งใหม่ของ แรลลี่อาร์ท ด้วย ‘จิตวิญญาณแห่งชัยชนะและสุดยอดเทคโนโลยีดีเอ็นเอ’ พร้อมยานยนต์ที่น่าตื่นเต้นและมีคุณภาพที่ดีเยี่ยม ด้วยราคาจำหน่ายที่เหมาะสมสำหรับลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยทั้งหมดนี้ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการกลับมาอีกครั้งของ แรลลี่อาร์ท”
New Xpander HEV: การยกระดับ Mini MPV สู่ความสมบูรณ์แบบ
Mitsubishi Xpander ใหม่ ได้รับการออกแบบให้มีความโดดเด่นในทุกมิติ ด้วยการ