
เปิดตัว New Mitsubishi Xpander HEV: ครั้งแรกในโลกที่ไทย กับ MPV ขับเคลื่อนไฟฟ้าเต็มรูปแบบ
ในวันที่ 15 มีนาคม 2569 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการยานยนต์ไทย ด้วยการประกาศเปิดตัว New Mitsubishi Xpander HEV รถยนต์ MPV ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (Full Hybrid) เป็นครั้งแรกในโลก ณ กรุงเทพมหานคร การมาถึงของ Xpander HEV ไม่เพียงแต่เป็นการเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ของมิตซูบิชิ แต่ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานของรถยนต์ครอบครัวในประเทศไทย ให้ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว
Xpander HEV ถือเป็นผลลัพธ์จากการพัฒนาต่อยอดความสำเร็จของ Mitsubishi Xpander เจเนอเรชันก่อนหน้า โดยนำเทคโนโลยีระบบไฮบริดอันทรงประสิทธิภาพที่ได้รับการพิสูจน์แล้วจาก Mitsubishi Outlander PHEV มาประยุกต์ใช้ ทำให้ Xpander HEV ไม่ใช่แค่รถยนต์ไฮบริดทั่วไป แต่เป็น MPV ที่ผสานสมรรถนะ ความประหยัด และเทคโนโลยีแห่งอนาคตไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกจากนี้ การตัดสินใจเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและเปิดตัวครั้งแรกในโลก ยังแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่มิตซูบิชิมีต่อตลาดไทย และศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในการผลิตรถยนต์ระดับโลก
ราคาจำหน่ายช่วงแนะนำ (ถึงวันที่ 7 เมษายน 2569)
เพื่อเป็นการต้อนรับการมาถึงของนวัตกรรมใหม่นี้ มิตซูบิชิได้ประกาศราคาจำหน่ายพิเศษช่วงเปิดตัวสำหรับ 2 รุ่นย่อย ดังนี้:
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี (Mitsubishi Xpander HEV): ราคาพิเศษ 912,000 บาท (ราคาปกติหลังหมดช่วงแนะนำ: 933,000 บาท)
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี (Mitsubishi Xpander Cross HEV): ราคาพิเศษ 946,000 บาท (ราคาปกติหลังหมดช่วงแนะนำ: 962,000 บาท)
ราคาพิเศษนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของมิตซูบิชิในการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และทำให้เทคโนโลยีไฮบริดเข้าถึงง่ายสำหรับผู้บริโภคชาวไทยมากขึ้น
รายละเอียดทางเทคนิคและการอัปเกรดเทคโนโลยี
การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฮบริดไม่ได้หมายถึงการปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย แต่เป็นการยกเครื่องครั้งใหญ่ที่ยกระดับสมรรถนะและประสิทธิภาพของ Xpander ขึ้นไปอีกขั้น
ระบบขับเคลื่อนและขุมพลัง
หัวใจสำคัญของ Xpander HEV คือระบบขับเคลื่อนไฮบริดที่ผสานเครื่องยนต์เบนซินเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าพลังสูง:
เครื่องยนต์: เครื่องยนต์เบนซิน MIVEC ขนาด 1.6 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 95 แรงม้า พร้อมแรงบิด 134 นิวตันเมตร ทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานหลักในการชาร์จแบตเตอรี่และขับเคลื่อนรถในบางสภาวะ
มอเตอร์ไฟฟ้า: มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง ให้กำลังสูงสุด 116 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาลถึง 255 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นแรงบิดที่สูงกว่าเครื่องยนต์สันดาปภายในทั่วไปหลายเท่าตัว ทำให้ Xpander HEV มีอัตราเร่งที่ทันใจและตอบสนองได้ดีในทุกช่วงความเร็ว
แบตเตอรี่: แบตเตอรี่ไฮบริดความจุสูง ติดตั้งบริเวณใต้เบาะนั่งคนขับด้านซ้าย เพิ่มความปลอดภัยและกระจายน้ำหนักได้ดี ช่วยให้จุดศูนย์ถ่วงของรถต่ำลง ส่งผลดีต่อการทรงตัวและการควบคุม
ระบบเบรกและช่วงล่าง
เพื่อรองรับสมรรถนะที่เพิ่มขึ้น Xpander HEV ได้รับการอัปเกรดระบบเบรกและช่วงล่าง:
ระบบเบรก: เปลี่ยนมาใช้ดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ (รวมถึงเบรกหลัง) เพิ่มประสิทธิภาพในการเบรก ลดระยะเบรก และเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะที่ต้องใช้เบรกกะทันหัน
ช่วงล่าง: ปรับจูนช่วงล่างใหม่ทั้งหมดด้วยเทคโนโลยี NEW Suspension ที่ออกแบบมาเพื่อมอบความสมดุลระหว่างความนุ่มนวลและความหนึบ ส่งผลให้การขับขี่นุ่มนวล นั่งสบาย รองรับแรงสะเทือนได้ดีเยี่ยม แต่ยังคงการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม ทำให้ Xpander HEV เป็นรถครอบครัวที่ขับสนุกและปลอดภัยในทุกสภาพถนน
โหมดการขับขี่อัจฉริยะ
Xpander HEV มาพร้อมโหมดการขับขี่ที่หลากหลายถึง 7 รูปแบบ ซึ่งสามารถเลือกได้ตามสภาวะถนนและความต้องการของผู้ขับขี่:
CHARGE: โหมดชาร์จพลังงานกลับเข้าแบตเตอรี่
EV PRIORITY: โหมดขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองที่ต้องการความเงียบและประหยัดพลังงาน
NORMAL: โหมดการขับขี่ปกติ ผสานการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างสมดุล
WET: โหมดขับขี่บนถนนเปียก เพิ่มการควบคุมและความปลอดภัย
GRAVEL: โหมดขับขี่บนทางกรวด เพิ่มการยึดเกาะและความมั่นคง
TARMAC: โหมดขับขี่บนทางลาดยาง เพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนอง
MUD: โหมดขับขี่บนทางโคลน เพิ่ม traction และการควบคุมในสภาวะลื่น
ระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่
นอกเหนือจากระบบความปลอดภัยพื้นฐาน Xpander HEV ยังมาพร้อมเทคโนโลยีขั้นสูงที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่:
ระบบ Active Yaw Control (AYC): ระบบควบคุมการทรงตัวขั้นสูงที่ช่วยควบคุมการกระจายแรงบิดไปยังล้อแต่ละข้าง เพื่อเพิ่มการยึดเกาะถนนและลดอาการท้ายปัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะเข้าโค้ง
การออกแบบภายนอกและสีตัวถัง
การออกแบบภายนอกของ Xpander HEV ได้รับการยกระดับให้มีความสปอร์ต เท่ และหรูหรายิ่งขึ้น ด้วยเส้นสายที่เฉียบคมและการใช้รายละเอียดที่เพิ่มความโดดเด่น:
การตกแต่งพิเศษ: เพิ่มแถบตกแต่งสีฟ้าบริเวณกันชนหน้า-หลัง สเกิร์ตข้าง และกระจังหน้า สัญลักษณ์ HEV ที่กระจังหน้า ด้านข้าง และฝาท้าย รวมถึงแถบตกแต่งสีฟ้าบนล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรุ่นไฮบริด
ล้ออัลลอย: ขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ เพิ่มความสปอร์ตและทันสมัย
สีตัวถังใหม่: เพิ่ม 2 สีใหม่ คือ สีขาว Diamond White และ สีดำ Jet Black Mica ซึ่งเป็นสีที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาดไทย
รายละเอียดภายในห้องโดยสาร
ภายในห้องโดยสารของ Xpander HEV ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่และนั่งที่เหนือระดับ:
พวงมาลัย: พวงมาลัย 3 ก้าน ดีไซน์ใหม่ ทรงสปอร์ต ให้ความรู้สึกกระชับมือ
คันเกียร์: เปลี่ยนมาใช้ Electric SHIFT คันเกียร์ไฟฟ้า ดีไซน์ทันสมัย ควบคุมการทำงานด้วยระบบไฟฟ้า ให้ความรู้สึกพรีเมียมและใช้งานง่าย
มาตรวัด: มาตรวัดแบบ Full Digital ขนาด 8 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ได้อย่างละเอียดและชัดเจน รวมถึงข้อมูลระบบไฮบริด
ปุ่ม Drive Mode: ปุ่มเปลี่ยนโหมดการขับขี่ที่ออกแบบใหม่ ใช้งานง่ายและสะดวก
การรับประกันและการบริการหลังการขาย
เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในผลิตภัณฑ์ใหม่ มิตซูบิชิได้ขยายการรับประกันสำหรับ Xpander HEV ดังนี้:
รับประกันตัวรถยนต์ใหม่: 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
รับประกันระบบไฮบริด: 5 ปี
รับประกันแบตเตอรี่: 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
การขยายระยะเวลารับประกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับประกันแบตเตอรี่ถึง 10 ปี เป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นของมิตซูบิชิในเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่มีความทนทานและมีอายุการใช้งานยาวนาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฮบริด
การออกแบบภายนอกที่โดดเด่นและเท่เหนือชั้น
Mitsubishi Xpander HEV มาพร้อมรูปลักษณ์ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่จากไฟหน้าจรดไฟท้าย เพื่อตอกย้ำความ