
เปิดตัว All-New Mitsubishi Xforce HEV รถยนต์ไฟฟ้า 100% ขับขี่ในเมือง และพลังไฮบริดเดินทางไกล ราคาเริ่มต้น 899,000 บาท พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ 2026
Mitsubishi Xforce HEV รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนไฮบริดอัจฉริยะ นำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ได้อย่างลงตัว กับดีไซน์ที่โดดเด่น สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ล้ำสมัย ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 899,000 บาท พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษเฉพาะช่วงเปิดตัวปี 2026
All-New Mitsubishi Xforce HEV นวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต
All-New Mitsubishi Xforce HEV นับเป็นก้าวสำคัญของ Mitsubishi Motors ในการนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ผสานเทคโนโลยี e:MOTION ซึ่งเป็นการผสมผสานเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดของ Mitsubishi Motors เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ด้วยการออกแบบที่คำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การใช้งานในเมือง และยังสามารถเดินทางไกลได้อย่างมั่นใจ
ดีไซน์โดดเด่น สไตล์ Silky and Solid
Mitsubishi Xforce HEV โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่ผสานความหรูหราและสมรรถนะเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้คอนเซปต์ ‘Silky and Solid’ ที่สะท้อนผ่านเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว และรูปลักษณ์ที่มั่นคง ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED และไฟท้าย LED สี Smoked จัดเรียงเป็นรูปตัวที เสริมให้เห็นถึงความกว้างและความรู้สึกมั่นคงของตัวรถ ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 18 นิ้ว ดีไซน์สวยงามที่คำนึงถึงแอโรไดนามิค เสริมด้วยซุ้มล้อที่เลือกใช้วัสดุ และสีที่ตัดกับสีรถ ทำให้ All-New Mitsubishi Xforce HEV มีบุคลิกของรถเอสยูวีอย่างชัดเจน
ภายในห้องโดยสารออกแบบภายใต้คอนเซปต์ “Horizontal Axis” มอบทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม ด้วยคอนโซลหน้าที่ยกสูงและแผงหน้าปัดที่เรียบง่าย ภายในห้องโดยสารสีทูโทน พร้อมการตกแต่งด้วยผ้าแบบพิเศษกันน้ำ และคราบสิ่งสกปรก มาพร้อมอุปกรณ์อำนวณความสะดวกที่จะช่วยสร้างสุนทรียภาพให้คุณตลอดการเดินทาง เช่น หน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว ระบบอินโฟเทนเมนท์ที่เชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth และ USB รวมถึงระบบชาร์จไร้สาย
สมรรถนะเหนือระดับ ขับขี่ในเมือง และเดินทางไกล
Mitsubishi Xforce HEV มาพร้อมระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ล่าสุด ซึ่งได้รับการถ่ายทอดและพัฒนาจากระบบขับเคลื่อนแบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) อันเลื่องชื่อของ Mitsubishi Motors ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร DOHC 16 วาล์ว MIVEC ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงและแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษสำหรับรถยนต์ไฮบริด โดดเด่นด้วยอัตราการประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยม เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และอัตราเร่งที่ทรงพลัง
ระบบส่งกำลัง 2-Speed Transaxle ใหม่ ปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติตามการขับขี่ และสภาพถนนให้อัตราเร่งที่ดี และนุ่มนวล อีกทั้งยังเพิ่มกลไกตัดการเชื่อมต่อของมอเตอร์ ช่วยลดการสูญเสียพลังงาน ส่งผลให้รถมีอัตราประหยัดน้ำมันขั้นสูงสุด 24.4 กิโลเมตร/ลิตร มีระยะทางการขับขี่ยาวที่สุดในคลาสต่อน้ำมันหนึ่งถัง ทำงานเงียบ และมีอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมทั้งในการขับขี่บนไฮเวย์ และในเส้นทางที่เป็นเนินลาดชัน
โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7-Drive Mode) ประกอบด้วย: Normal (ถนนทั่วไป), Wet (ถนนเปียก), Gravel (ถนนลูกรัง), Tarmac (ถนนลาดยาง), Mud (ถนนโคลน) และอีก 2 ทางเลือกพลังงานทั้ง Charge (โหมดการชาร์จ) และ EV Priority (โหมดพลังงานไฟฟ้า 100%) โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกเปลี่ยนโหมดการขับขี่ด้วยตนเองตามสภาพถนน สภาพภูมิอากาศ หรือรูปแบบการใช้งานที่ต้องการ
นอกจากนี้ ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง หรือ AYC (Active Yaw Control) เทคโนโลยีจากรถแข่งแรลลี่คาร์ของ Mitsubishi Motors ทำงานโดยคำนวณการส่งกำลังลงที่ล้อซ้าย-ล้อขวา ให้หมุนสัมพันธ์กัน ขณะที่รถเข้าโค้ง เพื่อสร้างสมดุลให้กับตัวรถ ทำให้สามารถขับผ่านทางโค้งได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัย และมั่นใจในทุกสถานการณ์
Mitsubishi Xforce HEV ยังใช้ช่วงล่างที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ ให้เหมาะกับทุกสภาพถนนในประเทศไทย ซึ่งผ่านการทดสอบมาแล้วกว่า 100,000 กิโลเมตร มอบความนุ่มนวลและมั่นคงในการขับขี่ พร้อมรับมือกับทุกสภาพเส้นทาง
ความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร ระดับพรีเมียม
ยกระดับการเดินทางของคุณ ให้รู้สึกผ่อนคลายในแบบพรีเมียมด้วยห้องโดยสารขนาดใหญ่ที่สุดในรถระดับเดียวกัน พื้นที่เหนือศีรษะ พื้นที่หัวไหล่ และพื้นที่วางขาที่กว้าง ทำให้สามารถเดินทางได้พร้อมกันถึง 5 คน โดยไม่รู้สึกอึดอัด เบาะนั่งตอนหลังสามารถพับปรับแบบ 40:20:40 และปรับเอนได้ถึง 8 ระดับ พร้อมด้วยวัสดุหุ้มเบาะ “Heat Guard” ที่ช่วยสะท้อนความร้อนจากแสงแดด
ไดนามิค ซาวด์ ยามาฮ่า พรีเมียม (Dynamic Sound Yamaha Premium Sound System) เครื่องเสียงและระบบเสียงคุณภาพ พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง ซึ่งได้รับการพัฒนาร่วมกับ ยามาฮ่า คอร์เปอเรชั่น ให้เสียงใส คมชัดในทุกมิติ ให้คุณเพลิดเพลินกับเพลงโปรดได้เสมือนฟังดนตรีแบบแยกชิ้น ระบบฟอกอากาศ nanoe-X จะช่วยสร้างอากาศบริสุทธิ์ และยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ลดอากาศเหนื่อยล้า สร้างความสดชื่นให้คุณตลอดการเดินทาง และไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร (Ambient Light) บริเวณคอนโซลหน้าและแผงประตูด้านหน้า เพิ่มความหรูหราและผ่อนคลาย
เทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense
เทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ หรือ ADAS ที่จะตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบตัวรถแบบ 360 องศา ทำงานอย่างแม่นยำผ่านการทำงานของกล้อง เรดาห์ และเซนเซอร์ ได้แก่:
กล้องมองภาพรอบคันพร้อมเส้นกะระยะ และระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว (MAM with MOD)
ระบบเตือนเมื่อรถด้านหน้าออกตัวหรือเคลื่อนที่ไปด้านหน้า (LCDN)\n– ระบบเตือนจุดอับสายตา และระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน (BSW with LCA)\n-ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM)\n-ระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติถึงจุดหยุดนิ่ง (ACC)\n-ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)\n-ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (RCTA)\n-ระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก ระบบเสริมแรงเบรก และถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง ถูกติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย
ราคาและโปรโมชั่นสุดพิเศษ 2026
All-New Mitsubishi Xforce HEV มีจำหน่าย 3 รุ่นย่อย ได้แก่:
รุ่น Ignite ราคาเริ่มต้น 899,000 บาท (มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีขาวมุก White Diamond สีเงิน Blade Silver และสีเทา Graphite Grey)\n-รุ่น Ultimate ราคาเริ่มต้น 1,039,000 บาท (มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาวมุก White Diamond หลังคาดำ สีเงิน Blade Silver, สีเทา Graphite Gray และสีดำ Jet Black Mica)\n- รุ่น Ultimate X ราคาเริ่มต้น 1,089,000 บาท (มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีขาวมุก White Diamond หลังคาดำ, สีเทา Graphite Gray หลังคาดำ, สีเหลือง Energetic Yellow หลังคาดำ, สีแดง Spirit Red หลังคาดำ, และสีดำ Jet Black Mica)\n\nโปรโมชั่นสุดพิเศษ 2026\n- รับฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง เป็นเวลา 1 ปี\n- รับฟรีค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี หรือ 10