
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ฉายภาพความสำเร็จ พร้อมเปิดตัว 2 รุ่นใหม่!
ยกระดับประสบการณ์การขับขี่สู่ยุคใหม่ กับการจัดแสดงยนตรกรรมสุดล้ำ ณ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46
ในโลกยานยนต์ที่หมุนไปอย่างไม่หยุดนิ่ง “นวัตกรรม” และ “ความยั่งยืน” กลายเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไปข้างหน้า การก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ และการนำเสนอเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ คือสิ่งที่แบรนด์รถยนต์ชั้นนำต่างแข่งขันกันอย่างดุเดือด และในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการที่มีประสบการณ์มายาวนานกว่าทศวรรษ ผมขอยกให้ปี 2026 เป็นปีแห่งการพลิกโฉมของ “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” ที่ได้ประกาศศักดาผ่านการจัดแสดงยนตรกรรมที่หลายคนรอคอย พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำด้วยความสำเร็จที่เหนือกว่าคู่แข่ง
การเปิดตัวที่สั่นสะเทือนวงการ: All-New Mitsubishi Xpforce HEV และ Xpander HEV Play
ณ งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 (International Motor Show 2026) ที่อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี บูธของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย (A9) ได้กลายเป็นจุดสนใจที่ดึงดูดสายตาทุกคู่ ด้วยการจัดแสดง รถยนต์ฟูลไฮบริด 2 รุ่นใหม่ล่าสุด ที่สร้างปรากฏการณ์ตั้งแต่ก่อนเปิดงาน:
All-New Mitsubishi Xpforce HEV: การเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของมิตซูบิชิในตลาดไทย ซึ่งเป็นฐานการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สำคัญระดับโลก
Mitsubishi Xpander HEV Play: รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด ที่ต่อยอดความสำเร็จจากซีรีส์ ‘มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์’ ผู้นำตลาดรถยนต์ครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งขนาดเล็ก
มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความพิเศษของงานนี้ว่า “จากการที่เราได้เปิดตัว All-New Mitsubishi Xpforce HEV ครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย งานนี้จึงถือเป็นครั้งแรกที่ลูกค้าจะได้ชมการจัดแสดงรถรุ่นใหม่ล่าสุดนี้อย่างใกล้ชิด รวมถึง มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์ ซึ่งเป็นรถรุ่นพิเศษ จำนวนจำกัด อีกด้วย”
การที่มิตซูบิชิเลือกประเทศไทยเป็นฐานในการเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ล่าสุด ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่สะท้อนถึงบทบาทของประเทศไทยในฐานะ ASEAN Hub และความสำคัญของ อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ในระดับโลก การพัฒนารถยนต์ที่ตอบโจทย์ทั้งตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศผ่านการปรับจูนให้เข้ากับสภาพถนนและพฤติกรรมการใช้งานจริง เช่น การทดสอบบนถนนไทยกว่า 100,000 กิโลเมตร คือหัวใจสำคัญที่ทำให้รถยนต์มิตซูบิชิโดดเด่นเหนือคู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน
สัมผัสประสบการณ์ MITSUBISHI e:MOTION: เมื่อขุมพลังและการขับขี่มาบรรจบกัน
หัวใจสำคัญของนวัตกรรมใหม่ทั้งสองรุ่นคือ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด Generation ใหม่ ภายใต้แนวคิด MITSUBISHI e:MOTION ซึ่งเป็นการผสานเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าและเทคโนโลยีระบบควบคุมการขับเคลื่อนอันเป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
อัตราประหยัดน้ำมันที่เป็นเลิศ คือจุดขายสำคัญที่มิตซูบิชิภูมิใจนำเสนอ โดย All-New Mitsubishi Xpforce HEV ทำตัวเลขการประหยัดน้ำมันเฉลี่ยสูงถึง 24.4 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งสำหรับรถยนต์ในเซกเมนต์นี้ และถือเป็นการ พลิกโฉม หรือ Disrupt ตลาดรถยนต์ MPV ไปอย่างสิ้นเชิง
ความคล่องตัวและอัตราเร่งที่เหนือชั้น คือสิ่งที่ผู้ขับขี่จะได้สัมผัสจากระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดรุ่นใหม่นี้ ด้วยการทำงานประสานกันของ 3 สุดยอดเทคโนโลยี:
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด Generation ใหม่: มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 85 กิโลวัตต์ ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร MIVEC และแบตเตอรี่ขับเคลื่อนที่พัฒนาขึ้นใหม่ มอบอัตราเร่งที่ทรงพลัง ไหลลื่นไม่มีสะดุด ตอบสนองต่อการขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยแรงบิด 255 นิวตันเมตรที่พร้อมใช้งานทันทีเมื่อออกตัว
ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC): เอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ ที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ เพื่อมอบความปลอดภัยและความมั่นใจในการขับขี่ ด้วยสมรรถนะการควบคุมรถที่เหนือชั้น ช่วยเสริมสมรรถนะการเกาะถนน และช่วยให้ควบคุมรถได้อย่างง่ายดายและคล่องตัวบนทุกสภาพถนนและทุกสภาพอากาศ
โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ: ตอบสนองทุกสภาวะการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็น Normal, Wet, Gravel, Tarmac, Mud, EV, และ EV Charge ซึ่งช่วยเสริมสมรรถนะการเกาะถนน และช่วยให้ควบคุมรถได้อย่างง่ายดายและคล่องตัว
ดีไซน์ที่สะกดทุกสายตา: Silky & Solid
สำหรับ All-New Mitsubishi Xpforce HEV การออกแบบภายนอกสะท้อนแนวคิด Silky & Solid (ซิลก์กี แอนด์ โซลิด) ซึ่งเป็นการผสมผสานความเรียบหรูแต่ทรงพลังในทุกมิติอันเป็นเอกลักษณ์ การออกแบบ Dynamic Shield ด้านหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ ถูกนำมาตีความใหม่ให้ดูโฉบเฉี่ยวและทันสมัยมากยิ่งขึ้น เส้นสายตัวถังที่ลื่นไหลราวกับผ้าไหม (Silky) ผสานกับโครงสร้างที่แข็งแกร่งและมั่นคง (Solid) สร้างภาพลักษณ์ของรถยนต์ MPV ที่ไม่ใช่แค่รถครอบครัว แต่เป็นรถที่พร้อมสะกดทุกสายตาบนท้องถนน
ภายในห้องโดยสาร ถูกออกแบบให้กว้างขวาง รองรับการใช้งานทุกรูปแบบ พร้อมพื้นที่เก็บของที่หลากหลาย และสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ ตอบสนองไลฟ์สไตล์สุดแอ็กทีฟของครอบครัวยุคใหม่ โดยในรุ่นท็อป Ultimate X ยังมาพร้อมระบบเสียง Dynamic Sound Yamaha Premium และลำโพง 8 จุด เพื่อมอบประสบการณ์ทางเสียงที่เหนือระดับ
เทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense: ความอุ่นใจที่เหนือกว่า
ในฐานะผู้บริโภคยุคใหม่ “ความปลอดภัย” คือปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ในการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ และนี่คือจุดที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้แสดงให้เห็นถึงความเหนือกว่าคู่แข่ง ด้วยการติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน Diamond Sense แบบครบครัน ซึ่งรวมถึง:
กล้องมองภาพรอบคัน (Multi Around Monitor: MAM) พร้อมระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว (Moving Object Detection: MOD)
ถุงลม 6 ตำแหน่ง
ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC)
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Start Assist: HSA)
ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (Anti-lock Braking System: ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Brake-force Distribution: EBD) และระบบเสริมแรงเบรก (Brake Assist: BA)
ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Active Stability Control: ASC)
ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (Forward Collision Mitigation System: FCM)
ระบบเตือนการออกนอกเลน (Lane Departure Warning: LDW)
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control: ACC)
เทคโนโลยีเหล่านี้ทำงานประสานกันอย่างลงตัว เพื่อมอบความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารในทุกสถานการณ์ เปรียบเสมือนมีผู้ช่วยขับขี่คอยดูแลตลอดการเดินทาง ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ความต้องการของผู้บริโภคในปี 2026 ที่