
สุดยอดนวัตกรรม: Mitsubishi เปิดตัว All-New Xpander HEV และ Xpander HEV Play ในงาน Motor Show 2026 – นิยามใหม่แห่งรถยนต์ Full Hybrid ที่ประหยัดน้ำมันที่สุด และเทคโนโลยีขั้นสูงที่เหนือระดับ
ในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ปี 2026 นี้ ถือเป็นปีแห่งการปฏิวัติครั้งสำคัญ เมื่อ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประกาศศักดา ด้วยการนำเสนอสุดยอดนวัตกรรมยานยนต์ที่โลกต้องจับตา กับการเปิดตัวครั้งแรกของรถยนต์ฟูลไฮบริด (Full Hybrid Electric Vehicle: FHEV) เจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด ได้แก่ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี (All-New Mitsubishi Xpander HEV) และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์ (Mitsubishi Xpander HEV Play) ซึ่งเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์ของมิตซูบิชิในประเทศไทย งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (Bangkok International Motor Show 2026) ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี จึงกลายเป็นเวทีสำคัญที่ลูกค้าชาวไทยและนักลงทุนจากทั่วโลกจะได้สัมผัสความล้ำสมัย ดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว และเทคโนโลยีอันเป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิอย่างใกล้ชิด
มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี: นิยามใหม่แห่งรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด 7 ที่นั่ง
มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดเผยถึงความพิเศษของงาน Motor Show 2026 ว่า “จากที่เราได้เปิดตัวรถ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย ในวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา งานนี้จึงถือเป็นครั้งแรกที่ลูกค้าจะได้ชมการจัดแสดงรถ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ที่หลายๆ คนรอคอย รวมถึงรถ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์ ซึ่งเป็นรถรุ่นพิเศษ จำนวนจำกัด โดยรถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการพัฒนารถยนต์ฟูลไฮบริด พร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ดีไซน์ที่โดดเด่น และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”
มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี (All-New Mitsubishi Xpander HEV) ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์ แต่คือวิวัฒนาการครั้งสำคัญของมิตซูบิชิ ที่ได้รับการพัฒนาร่วมกับทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ชาวไทยและมีฐานการผลิตที่โรงงานมิตซูบิชิ มอเตอร์ส แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมิตซูบิชิในการผลิตรถยนต์คุณภาพสูงที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดไทยและตลาดโลก รถยนต์รุ่นนี้ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด Silky & Solid ที่ผสานความเรียบหรูแต่ทรงพลังในทุกมิติอันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนถึงความสมดุลระหว่างความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวันและความสามารถในการเดินทางผจญภัยในทุกสภาพเส้นทาง
ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี แบ่งออกเป็น 3 รุ่นย่อย ได้แก่ อิกไนท์ (Ignite), อัลทิเมท (Ultimate) และรุ่นท็อป อัลทิเมท เอ็กซ์ (Ultimate X) ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์และเทคโนโลยีที่เหนือระดับกว่ารถยนต์ในระดับเดียวกัน ทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกกว่า ปลอดภัยกว่า และประหยัดน้ำมันมากกว่าที่เคย
เทคโนโลยี MITSUBISHI e:MOTION: ผสานพลังไฮบริด Generation ใหม่
หัวใจสำคัญของ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี คือระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด Generation ใหม่ ภายใต้เทคโนโลยี MITSUBISHI e:MOTION ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นจากประสบการณ์อันยาวนานของมิตซูบิชิในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ระบบขับเคลื่อนนี้ผสานการทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร MIVEC กับมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงได้อย่างลงตัว เพื่อมอบอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยม พร้อมอัตราการประหยัดน้ำมันที่โดดเด่น เฉลี่ยอยู่ที่ 24.4 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งถือเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับรถยนต์ในกลุ่มนี้
ระบบขับเคลื่อน MITSUBISHI e:MOTION ใน Xpander HEV ประกอบด้วย 3 รูปแบบการขับขี่หลัก ได้แก่:
EV Mode (พลังงานไฟฟ้า 100%): เมื่อเริ่มออกตัวและขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ ตัวรถจะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% โดยใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว ซึ่งให้การขับขี่ที่เงียบสงบและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองหรือในหมู่บ้านที่ต้องการความเงียบ
Hybrid Mode (โหมดไฮบริด): เมื่อต้องการอัตราเร่งที่มากขึ้น หรือขับขี่ด้วยความเร็วสูง ระบบจะผสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์เบนซินเข้าด้วยกัน เพื่อมอบพละกำลังสูงสุดและความประหยัดน้ำมันที่สมดุล
Regenerative Braking (ระบบชาร์จไฟกลับขณะเบรก): ระบบจะชาร์จพลังงานกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ทุกครั้งที่ผู้ขับขี่ชะลอความเร็วหรือเบรก ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง
7 Drive Modes: ตอบสนองทุกสภาพเส้นทาง
เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับในทุกสภาพถนน ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี มาพร้อมกับ 7 โหมดการขับขี่ (7 Drive Modes) ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นจากการทดสอบจริงบนถนนของเมืองไทยกว่า 100,000 กิโลเมตร โหมดการขับขี่เหล่านี้ ได้แก่:
Normal Mode: โหมดที่สมดุลและเหมาะสมที่สุดสำหรับการขับขี่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน
Wet Mode: เหมาะสำหรับการขับขี่บนถนนที่เปียกลื่น ช่วยป้องกันการลื่นไถล
Gravel Mode: เหมาะสำหรับการขับขี่บนทางลูกรัง เพิ่มเสถียรภาพการขับขี่บนพื้นผิวถนนที่ลื่นและขรุขระ
Tarmac Mode: เหมาะกับการขับขี่บนถนนลาดยาง ที่ให้พละกำลังและการควบคุมการขับขี่ที่คล่องตัว
Mud Mode: ทางโคลน เพิ่มการตอบสนองและการควบคุมที่ทรงพลังบนถนนดินโคลนสมบุกสมบัน
EV Mode: โหมดการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100%
EV Charge Mode: โหมดชาร์จไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่รถยนต์
นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ยังสามารถเลือกปรับโหมดการขับขี่เป็น EV Priority ได้ตามต้องการ เพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์ เช่น ต้องการเดินทางอย่างเงียบสงบ หรือเคลื่อนตัวได้โดยไม่สร้างเสียงรบกวนในหมู่บ้าน
เทคโนโลยี Active Yaw Control: เพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจ
อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่โดดเด่นของ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี คือ ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) ซึ่งทำงานสอดผสานอย่างลงตัวกับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ เพื่อมอบความปลอดภัยและความมั่นใจในการขับขี่ ด้วยสมรรถนะการควบคุมรถที่เหนือชั้น พร้อมด้วยโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย ซึ่งช่วยเสริมสมรรถนะการเกาะถนน และช่วยให้ควบคุมรถได้อย่างง่ายดายและคล่องตัวบนทุกสภาพถนนและทุกสภาพอากาศ
ไฮไลต์พิเศษ: มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์ และ แคมเปญ Early Bird
ภายในงาน Motor Show 2026 ยังมีการจัดแสดง มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์ (Mitsubishi Xpander HEV Play) และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี เพลย์ (Mitsubishi Xp