
เปิดโลกใหม่แห่งยนตรกรรม: Mitsubishi เผยโฉม All-New Xforce HEV และ Xpander HEV Play ครั้งแรกในไทย พร้อมแคมเปญสุดพิเศษที่ Bangkok International Motor Show 2026
ในวาระครบรอบ 46 ปี ของเวทีแสดงยานยนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีอย่าง Bangkok International Motor Show (BIMS) 2026 นี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีแห่งอนาคตผ่านการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทยสำหรับรถยนต์ Full Hybrid 2 รุ่นล่าสุด ได้แก่ All-New Mitsubishi Xforce HEV และ Mitsubishi Xpander HEV Play ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่ยุคไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมทั้งประกาศศักดาความสำเร็จของแบรนด์ ด้วยการส่งทัพนักแข่ง Mitsubishi Rally Art ลงชิงชัยในรายการแข่งขันระดับโลกอย่าง Asia Cross Country Rally (AXCR) 2025 และการคว้ารางวัลอันทรงเกียรติถึง 5 รางวัลจากเวที Car of the Year 2025 ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นเลิศด้านวิศวกรรมและนวัตกรรมอย่างแท้จริง
มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวถึงความสำคัญของการจัดแสดงครั้งนี้อย่างภาคภูมิใจว่า “การที่ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นประเทศแรกของโลกในการเปิดตัว All-New Mitsubishi Xforce HEV เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ถือเป็นความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ของพวกเรา และงาน Bangkok International Motor Show 2026 นี้ ก็เป็นโอกาสครั้งสำคัญที่ลูกค้าทุกท่านจะได้สัมผัสยนตรกรรมที่หลายคนรอคอยอย่างใกล้ชิด รวมถึง Mitsubishi Xpander HEV Play ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษที่มีจำนวนจำกัด รถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้เป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของเราในการพัฒนารถยนต์ Full Hybrid ที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย ดีไซน์อันโดดเด่น และความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว”
“ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับลูกค้าที่ตัดสินใจจอง All-New Mitsubishi Xforce HEV ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม และรับมอบรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ จะได้รับข้อเสนอสุดพิเศษจากแคมเปญ ‘Early Bird Offers เฉพาะช่วงเปิดตัวเท่านั้น’ โดยจะได้รับบัตรกำนัลเข้าพักโรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทารา มูลค่า 10,000 บาท พร้อมด้วยโปรโมชั่นอื่นๆ อีกมากมายสำหรับรถยนต์ทุกรุ่น” มร. อินาบะ เสริมทัพความพิเศษ
พลิกโฉม All-New Mitsubishi Xforce HEV: นิยามใหม่แห่ง SUV พลังงานไฟฟ้า
All-New Mitsubishi Xforce HEV ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ แต่คือวิศวกรรมที่ถือกำเนิดขึ้นจากการร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดระหว่างทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ชาวไทยและทีมวิศวกรระดับโลก โดยมีฐานการผลิตอยู่ที่โรงงานมิตซูบิชิ มอเตอร์ส แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ซึ่งรับประกันได้ถึงมาตรฐานคุณภาพสูงสุดและบริการหลังการขายที่ครอบคลุม ตัวรถมาพร้อมทางเลือกถึง 3 รุ่นย่อย ได้แก่ Ignite, Ultimate และรุ่นท็อปสุด Ultimate X แต่ละรุ่นได้รับการรังสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิดการออกแบบ Silky & Solid ที่สะท้อนความสง่างามราวกับเส้นไหม แต่ยังคงไว้ซึ่งความแข็งแกร่งและทรงพลังในทุกมิติ
สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าด้วยระบบ MITSUBISHI e:MOTION เจเนอเรชันใหม่ ที่ผสานการทำงานของ 3 สุดยอดเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว ระบบขับเคลื่อน Full Hybrid ที่ได้รับการอัปเกรดให้มีประสิทธิภาพสูงสุด มอบอัตราเร่งที่ตอบสนองได้ทันใจ พร้อมด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยที่น่าทึ่งถึง 24.4 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งถือเป็นผู้นำในกลุ่มเดียวกัน นอกจากนี้ ด้วย 7 Drive Modes ที่ปรับได้ตามสภาพถนน ไม่ว่าจะเป็นถนนเปียก ถนนลูกรัง หรือการขับขี่ในเมือง พร้อมด้วยระบบ Active Yaw Control (AYC) ที่ช่วยควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกมั่นใจในทุกสถานการณ์ และยิ่งไปกว่านั้น ช่วงล่างและระบบกันสะเทือนได้รับการปรับจูนใหม่เป็นพิเศษสำหรับสภาพถนนในประเทศไทย ผ่านการทดสอบจริงบนถนนกว่า 100,000 กิโลเมตร เพื่อมอบความนุ่มนวลและความเสถียรสูงสุดให้กับผู้โดยสาร
ในด้านเทคโนโลยีความปลอดภัย All-New Xforce HEV ยกระดับมาตรฐานด้วยระบบ Diamond Sense แบบครบครัน ซึ่งประกอบด้วย Multi Around Monitor พร้อมระบบตรวจจับวัตถุเคลื่อนไหว (MOD) ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง และระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะอีกมากมาย มอบความอุ่นใจในทุกการเดินทาง ห้องโดยสารที่กว้างขวาง พร้อมพื้นที่จัดเก็บสัมภาระที่ปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และสำหรับรุ่นท็อป Ultimate X จะมาพร้อมกับระบบเสียง Dynamic Sound Yamaha Premium และลำโพง 8 จุด มอบประสบการณ์สุนทรียภาพทางเสียงระดับพรีเมียม
Mitsubishi Xpander HEV Play: ตำนานแห่ง MPV สู่ยุคใหม่แห่งการเดินทาง
ภายในงานยังมีการจัดแสดง Mitsubishi Xpander HEV Play และ Xpander Cross HEV Play รุ่นพิเศษที่มีจำนวนจำกัด เพื่อตอกย้ำความสำเร็จในฐานะผู้นำตลาดรถยนต์ครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งขนาดเล็ก ตระกูล Xpander ได้รับการติดตั้งชุดแต่งพิเศษจากโรงงานในโทนสีดำ ให้บุคลิกใหม่ที่ดูดุดันและมีสไตล์เหนือใคร พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดด้วยระบบ MITSUBISHI e:MOTION และเทคโนโลยี Full Hybrid เจเนอเรชันใหม่ ดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่นในสไตล์สปอร์ตพรีเมียม ห้องโดยสารที่กว้างขวาง พร้อมเบาะนั่งที่ปรับพับได้หลากหลายรูปแบบ และพื้นที่จัดเก็บสัมภาระที่ยืดหยุ่น ตอบโจทย์ทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่ที่รักการผจญภัย
Mitsubishi Pajero Sport Prime และ Triton Athlete: ความสำเร็จที่ได้รับการยอมรับ
นอกจากยนตรกรรมไฮบริดแล้ว มิตซูบิชิยังได้นำ Mitsubishi Pajero Sport Prime รุ่นใหม่ มาจัดแสดงพร้อมฟีเจอร์ที่ครบครันมากยิ่งขึ้น ในราคาจำหน่ายเท่าเดิม เพิ่มความคุ้มค่าด้วยการยกระดับเทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense เพื่อความมั่นใจสูงสุดในการขับขี่ พร้อมด้วยห้องโดยสารที่หรูหราและทันสมัย สะท้อนความเหนือระดับในทุกรายละเอียด
ปิดท้ายด้วย Mitsubishi Triton Athlete ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Hyper Power X2 ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร ตอบสนองไลฟ์สไตล์สปอร์ตพรีเมียมด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ห้องโดยสารที่สะดวกสบาย ผสานการตกแต่งภายในสีทูโทนอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า (EPS) และระบบขับเคลื่อน Super Select 4WD II เอกสิทธิ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่สามารถเปลี่ยนโหมดขับเคลื่อน 4 ล้อ (4H) ได้ทันทีแม้ในขณะขับขี่ด้วยความเร็ว (Shift-on-the-Fly) รวมถึงระบบขับเคลื่อน 4 ล้อฟูลไทม์ (Full-Time All Wheel Control) และ 7 โหมดการขับขี่ พร้อมระบบ Active Yaw Control ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถลุยได้ทุกสภาพอากาศและทุกพื้นผิวถนนอย่างมั่นใจ
ประกาศศักดาบนเวทีโลก: Mitsubishi Rally Art และรางวัล Car of the Year 2025
นอกจากการนำเสนอสุดยอดยนตรกรรมแล้ว มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังได้ประกาศความพร้อมครั้งยิ่งใหญ่ ด้วยการส่งทีม Mitsubishi Rally Art ลงสู้ศึกในการแข่งขันระดับโลก Asia Cross Country Rally (AXCR) 2025 ด้วยรถแข่ง Triton Rally Car โฉมใหม่ เพื่อกลับมาทวงตำแหน่งแชมป์อีกครั้ง และในโอกาสเดียวกันนี้ บริษัทฯ ได้ประกาศความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจ ด้วยการคว้ารางวัลอันทรงเกียรติถึง 5 รางวัล จากเวที Car of the Year 2025 ซึ่งจัดโดยบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) รางวัลเหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความเป็นเลิศด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์และสมรรถนะ แต่ยังเป็นเครื่องยืนยันถึงความพึงพอใจสูงสุด