
สุดยอดนวัตกรรมแห่งปี 2026: Mitsubishi Xforce HEV และ Xpander HEV Play สั่นสะเทือนตลาดไทยด้วยเทคโนโลยีฟูลไฮบริดสุดล้ำ พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษส่งท้ายปี
ในโลกยานยนต์ที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง การค้นหารถที่ตอบโจทย์ทั้งความต้องการด้านการใช้งาน ประสิทธิภาพ และความยั่งยืน กลายเป็นภารกิจสำคัญของผู้บริโภคยุคใหม่ และในปี 2026 นี้เองที่ Mitsubishi Motors ประเทศไทย ได้ส่งมอบคำตอบที่สมบูรณ์แบบ ด้วยการเปิดตัวนวัตกรรมยานยนต์ที่จะเข้ามาพลิกโฉมวงการ นั่นคือ All-New Mitsubishi Xforce HEV และ Mitsubishi Xpander HEV Play รถยนต์ฟูลไฮบริดที่ผสานรวมเทคโนโลยีขั้นสูง ดีไซน์ที่โดดเด่น และสมรรถนะที่เหนือชั้น เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
การกลับมาของตำนานบนเวทีระดับโลก: มิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต และการประกาศศักดาใน Car of the Year 2025
ก่อนที่เราจะเจาะลึกถึงรายละเอียดของนวัตกรรมใหม่ล่าสุด ขอพาผู้อ่านย้อนกลับไปสู่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่ตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำด้านยานยนต์ของ Mitsubishi ในปีที่ผ่านมา ทีม Mitsubishi Rallyart ได้ประกาศความพร้อมที่จะกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์อีกครั้งในการแข่งขันรายการ Asia Cross Country Rally (AXCR) 2025 ด้วยการส่ง Triton Rally Car โฉมใหม่ลงสู่สนามแข่งขัน นี่คือการประกาศศักดาแห่งสมรรถนะและความทนทานที่สั่งสมมาจากประสบการณ์ในสนามจริง
นอกจากนี้ ความสำเร็จยังสะท้อนผ่านรางวัลอันทรงเกียรติ ‘Car of the Year 2025’ ซึ่ง Mitsubishi Motors ประเทศไทย ได้รับถึง 5 รางวัลจากบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) รางวัลเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันถึงคุณภาพผลิตภัณฑ์ สมรรถนะ และความพึงพอใจของลูกค้า ที่เกิดจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาด้านวิศวกรรม นวัตกรรม และเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างไม่หยุดยั้ง รถยนต์ที่ได้รับรางวัลในปีนี้ประกอบด้วย:
Mitsubishi Xpander Cross HEV: รางวัลรถยนต์อเนกประสงค์ไฮบริดขนาดเล็ก เครื่องยนต์ต่ำกว่า 1,600 ซีซี ยอดเยี่ยม
Mitsubishi Triton Athlete: รางวัลรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซี ยอดเยี่ยม
Mitsubishi Pajero Sport Elite: รางวัลรถยนต์อเนกประสงค์ ขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซี ยอดเยี่ยม
Mitsubishi Attrage: รางวัลรถยนต์อีโคคาร์ 4 ประตู ราคาคุ้มค่า ยอดเยี่ยม
Mitsubishi Mirage: รางวัลรถยนต์อีโคคาร์ ประหยัดน้ำมัน ยอดเยี่ยม
การคว้ารางวัลเหล่านี้ไม่ใช่เพียงความสำเร็จของบริษัท แต่ยังสะท้อนถึงความไว้วางใจที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ Mitsubishi ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญในการสร้างมาตรฐานใหม่ในทุกกลุ่มยานยนต์
เปิดตัวครั้งแรกในโลก: All-New Mitsubishi Xforce HEV ที่สุดแห่งนวัตกรรมฟูลไฮบริด
สำหรับผู้ที่ติดตามวงการยานยนต์มาโดยตลอด คงจะทราบดีว่า Mitsubishi Xforce HEV ได้รับการเปิดตัวครั้งแรกในโลก ณ ประเทศไทย เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา และในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 นี้เอง ที่ลูกค้าจะได้สัมผัสประสบการณ์การชมรถยนต์ฟูลไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุดอย่างใกล้ชิด
มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวถึงความสำคัญของการจัดแสดงในครั้งนี้ว่า “งานนี้จึงถือเป็นครั้งแรกที่ลูกค้าจะได้ชมการจัดแสดงรถ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ที่หลายๆ คนรอคอย รวมถึงรถ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์ ซึ่งเป็นรถรุ่นพิเศษ จำนวนจำกัด โดยรถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการพัฒนารถยนต์ฟูลไฮบริด พร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ดีไซน์ที่โดดเด่น และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”
All-New Mitsubishi Xforce HEV ได้รับการพัฒนาร่วมกับทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ชาวไทยและมีฐานการผลิตที่โรงงานมิตซูบิชิ มอเตอร์ส แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพการผลิตและบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญของประเทศไทย มั่นใจได้ในคุณภาพรถยนต์และบริการหลังการขายที่ครบครัน
ดีไซน์ที่สะกดทุกสายตา: แนวคิด ‘Silky & Solid’
Xforce HEV มาพร้อมกับดีไซน์ที่โดดเด่นภายใต้แนวคิด ‘Silky & Solid’ ซึ่งผสานความเรียบหรูแต่ทรงพลังในทุกมิติอันเป็นเอกลักษณ์ การออกแบบภายนอกที่ปราดเปรียว ปรากฏการณ์ของเส้นสายที่พลิ้วไหวแต่แฝงไว้ด้วยความแข็งแกร่ง โดดเด่นด้วยกระจังหน้า Dynamic Shield ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Mitsubishi ไฟหน้า LED ดีไซน์ล้ำสมัย และมิติตัวถังที่ลงตัวสำหรับการขับขี่ในเมืองและนอกเมือง
ภายในห้องโดยสาร มอบประสบการณ์ที่เหนือระดับด้วยการออกแบบที่พิถีพิถัน ทุกรายละเอียดถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อความสะดวกสบายและสุนทรียภาพในการเดินทาง วัสดุคุณภาพสูง การจัดวางที่เน้นผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง (Driver-Oriented Cockpit) และพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง ทำให้ Xforce HEV เป็นมากกว่ารถยนต์ แต่เป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่
เทคโนโลยี MITSUBISHI e:MOTION: หัวใจแห่งประสิทธิภาพ
หัวใจสำคัญที่ทำให้ All-New Mitsubishi Xforce HEV โดดเด่นเหนือใคร คือระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด Generation ใหม่ ภายใต้เทคโนโลยี MITSUBISHI e:MOTION ที่ผสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ได้อย่างลงตัว เพื่อมอบอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยม พร้อมความประหยัดน้ำมันที่น่าทึ่ง เฉลี่ยอยู่ที่ 24.4 กิโลเมตร/ลิตร (ตัวเลขจากการทดสอบตามมาตรฐาน WLTC)
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดรุ่นใหม่นี้ ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากระบบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEVs) เพื่อมอบสุนทรียภาพแห่งการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งอัดแน่นด้วยความตื่นเต้นเร้าใจอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ประกอบด้วยรูปแบบการขับขี่แบบ EV (พลังงานไฟฟ้า 100%) รูปแบบการขับขี่แบบไฮบริด และระบบชาร์จไฟกลับขณะเบรกหรือ Regenerative Braking
ขับขี่มั่นใจในทุกสภาพถนน: 7 Drive Modes
เพื่อตอบสนองทุกสภาพถนนและทุกสถานการณ์การขับขี่ Xforce HEV มาพร้อมกับ 7 โหมดการขับขี่ (7 Drive Mode) ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ:
Normal Mode: โหมดสมดุลที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการขับขี่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน
Wet Mode: โหมดสำหรับขับขี่บนถนนเปียกลื่น ช่วยป้องกันการลื่นไถล
Gravel Mode: โหมดสำหรับขับขี่บนทางลูกรัง เพิ่มเสถียรภาพบนพื้นผิวขรุขระ
Tarmac Mode: โหมดสำหรับขับขี่บนถนนลาดยาง ให้พละกำลังและการควบคุมที่คล่องตัว
Mud Mode: โหมดสำหรับขับขี่บนทางโคลน เพิ่มการตอบสนองและการควบคุมบนพื้นผิวสมบุกสมบัน
EV Mode: โหมดการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% สำหรับการเดินทางที่เงียบสงบ
EV Charge Mode: โหมดชาร์จไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่รถยนต์
นอกจากนี้ ยังมีระบบ Active Yaw Control (AYC) ที่ทำงานสอดผสานกับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ เพื่อมอบความปลอดภัยและความมั่นใจในการขับขี่ ด้วยสมรรถนะการควบคุมรถที่เหนือชั้น
ความสะดวกสบายและเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับพรีเมียม
All-New Mitsubishi Xforce HEV โดดเด่นและเหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน Diamond Sense แบบครบครัน ซึ่งรวมถึง:
กล้องมองภาพรอบคัน (Multi Around Monitor: MAM) พร้อมระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว (Moving Object Detection: MOD)
ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง และระบบความปลอดภัยมาตรฐานอื่นๆ อีกมากมาย
สำหรับความสะดวกสบาย