
เผยโฉมหน้า All-New Mitsubishi Xpforce HEV และ Xpander HEV Play: ยนตรกรรมฟูลไฮบริดที่มาพร้อมความล้ำสมัย ดีไซน์สุดโฉบเฉี่ยว และเทคโนโลยีอัจฉริยะครบครัน
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย สร้างความฮือฮาอีกครั้งในวงการยานยนต์ ด้วยการเปิดตัวรถยนต์ฟูลไฮบริด 2 รุ่นใหม่ล่าสุด ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1 – 3 เมืองทองธานี โดยครั้งนี้ถือเป็นการจัดแสดงโฉมแรกของรถยนต์ที่หลายคนรอคอยอย่าง ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี (All-New Mitsubishi Xpforce HEV) และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์ (Mitsubishi Xpander HEV Play) รุ่นพิเศษที่ผลิตจำนวนจำกัด พร้อมด้วยแคมเปญส่งเสริมการขายสุดพิเศษที่มอบความคุ้มค่าให้กับลูกค้าอย่างเต็มเปี่ยม
มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “จากความสำเร็จในการเปิดตัว ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ทำให้กระแสตอบรับจากลูกค้าเป็นไปอย่างท่วมท้น และงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่ลูกค้าจะได้สัมผัสยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดนี้อย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ เรายังนำเสนอมิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์ ซึ่งเป็นรถรุ่นพิเศษที่ผลิตจำนวนจำกัด สะท้อนถึงความตั้งใจของเราในการนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายและตอบสนองความต้องการของลูกค้าในยุคปัจจุบัน”
มร. อินาบะ กล่าวเสริมว่า “รถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการพัฒนาระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย ดีไซน์ที่โดดเด่น และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เราเชื่อมั่นว่า ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์ จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ที่ครบครันทั้งสมรรถนะ ความประหยัด และความสะดวกสบาย”
นอกจากนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังได้จัดเตรียมแคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองซื้อ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 และรับมอบรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 กับ “แคมเปญ Early Bird Offers เฉพาะช่วงเปิดตัวเท่านั้น” โดยลูกค้าจะได้รับบัตรของขวัญที่พักโรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทารา มูลค่า 10,000 บาท พร้อมรับโปรโมชั่นอื่นๆ อีกมากมายสำหรับรถยนต์ทุกรุ่น ที่งานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้
ความล้ำสมัยเหนือระดับ: All-New Mitsubishi Xpforce HEV
ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ได้รับการพัฒนาขึ้นภายใต้ความร่วมมือของทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ชาวไทย และมีฐานการผลิตที่โรงงานมิตซูบิชิ มอเตอร์ส แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี มั่นใจได้ในคุณภาพการผลิตและบริการหลังการขายที่ครบครัน โดย เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี มาพร้อมกับ 3 รุ่นย่อย ได้แก่ อิกไนท์ (Ignite) อัลทิเมท (Ultimate) และรุ่นท็อป อัลทิเมท เอ็กซ์ (Ultimate X) ซึ่งแต่ละรุ่นถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันของลูกค้า
ภายใต้แนวคิดการออกแบบ “ซิลก์กี แอนด์ โซลิด (Silky & Solid)” เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี สะท้อนถึงความเรียบหรูแต่ทรงพลังในทุกมิติ ดีไซน์ภายนอกที่โฉบเฉี่ยวด้วยเส้นสายที่ลื่นไหล ผสานกับความแข็งแกร่งของตัวถัง มอบรูปลักษณ์ที่โดดเด่นและแตกต่าง พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการออกแบบของมิตซูบิชิ ในส่วนของภายในห้องโดยสาร ได้รับการออกแบบให้กว้างขวาง โอ่โถง พร้อมด้วยวัสดุคุณภาพสูงที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน สร้างบรรยากาศที่หรูหราและสะดวกสบายทุกครั้งที่ก้าวขึ้นสู่ห้องโดยสาร
เหนือกว่าด้วยเทคโนโลยี MITSUBISHI e:MOTION และระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด Generation ใหม่ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ผสานการทำงานของ 3 สุดยอดเทคโนโลยี เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับไปอีกขั้น ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดรุ่นใหม่ ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม พร้อมอัตราการประหยัดน้ำมันที่เหนือความคาดหมาย โดยมีอัตราการบริโภคน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 24.4 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับรถในกลุ่มนี้
ระบบ MITSUBISHI e:MOTION ผสานการทำงานของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าและเทคโนโลยีระบบควบคุมการขับเคลื่อนอันเป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส เพื่อสร้างมิติใหม่แห่งประสบการณ์การขับขี่ที่เปี่ยมพลัง โดดเด่นเหนือระดับ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดใน เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ด้วยการต่อยอดจากระบบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEVs) เพื่อมอบสุนทรียภาพแห่งการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งอัดแน่นด้วยความตื่นเต้นเร้าใจ อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด มอบอัตราเร่งที่ทรงพลัง ไหลลื่นไม่มีสะดุด ตอบสนองได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 85 กิโลวัตต์ พร้อมเครื่องกำเนิดไฟฟ้าผสานการทำงานกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร MIVEC โดยมีแบตเตอรี่ขับเคลื่อนที่ได้รับการพัฒนาสำหรับรถยนต์รุ่นนี้โดยเฉพาะ มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงและแบตเตอรี่ตอบสนองต่อแรงบิด 255 นิวตันเมตรได้อย่างรวดเร็วเมื่อออกตัว และให้อัตราเร่งที่ทันใจเมื่อกดคันเร่ง ผู้ขับขี่จึงสามารถเปลี่ยนเลนบนทางด่วนได้อย่างราบรื่นไร้กังวล และกลับรถบนถนนในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นได้อย่างสะดวกง่ายดาย
นอกจากนี้ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ยังมาพร้อมกับโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ หรือ 7 Drive Mode ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับทุกสภาพถนนและทุกสภาวะการขับขี่ ได้แก่ Normal Mode, Wet Mode, Gravel Mode, Tarmac Mode, Mud Mode, EV Mode และ EV Charge Mode แต่ละโหมดถูกออกแบบมาเพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละสถานการณ์ เพื่อให้ผู้ขับขี่มีความมั่นใจและควบคุมรถได้อย่างเต็มที่
อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ช่วยเสริมความปลอดภัยและความมั่นใจในการขับขี่ คือระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) ซึ่งทำงานสอดผสานอย่างลงตัวกับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ เพื่อมอบสมรรถนะการควบคุมรถที่เหนือชั้น พร้อมด้วยโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย ซึ่งช่วยเสริมสมรรถนะการเกาะถนน และช่วยให้ควบคุมรถได้อย่างง่ายดายและคล่องตัวบนทุกสภาพถนนและทุกสภาพอากาศ ทั้งนี้ ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับโหมดการขับขี่เป็น EV Priority ได้ตามต้องการ เพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์ อาทิ ต้องการเดินทางอย่างเงียบสงบ หรือเคลื่อนตัวได้โดยไม่สร้างเสียงรบกวนในหมู่บ้าน
ช่วงล่างและระบบกันสะเทือนได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ เพื่อให้เหมาะกับทุกสภาพถนนในประเทศไทย จากการทดสอบจริงบนถนนของเมืองไทยกว่า 100,000 กิโลเมตร ทำให้ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี มอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวล มั่นคง และตอบสนองได้ดีในทุกสภาวะการขับขี่
เหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน ไดมอนด์ เซนส์ (Diamond Sense) เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี มาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยแบบครบครัน เพื่อมอบความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ระบบไดมอนด์ เซน