• Sample Page
newsthailan.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.tfvp.org
No Result
View All Result

N0306035_หน เพ อน ท ชอบย มเง น_part2

admin79 by admin79
June 3, 2026
in Uncategorized
0
N0306035_หน เพ อน ท ชอบย มเง น_part2 เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย: ก้าวย่างสู่ยุคยานยนต์แห่งอนาคต พร้อมเปิดตัว The New GLC ปลั๊กอินไฮบริด ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างต่อเนื่อง และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ คือหนึ่งในผู้ที่นำเสนอเทคโนโลยีนวัตกรรม และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับมาโดยตลอด ย้อนกลับไปในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้แสดงศักยภาพที่น่าจับตา ด้วยตัวเลขยอดขายและการเติบโตที่แข็งแกร่ง สะท้อนถึงความไว้วางใจที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ ควบคู่ไปกับการปรับตัวเข้ากับทิศทางของตลาดโลกที่กำลังมุ่งหน้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว ครึ่งปีแรก 2566: สัญญาณบวกจากการปรับกลยุทธ์และการตอบรับจากตลาด สถานการณ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั่วโลกในช่วงต้นปี 2566 นั้นน่าประทับใจ โดยมียอดขายรวมสูงถึง 1,019,200 คัน เติบโตขึ้น 5% ซึ่งส่วนสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตนี้ คือกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ที่มียอดขายสูงถึง 102,600 คัน ขยายตัวขึ้นกว่า 121% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงความสำเร็จของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและมองหานวัตกรรมที่ล้ำสมัย สำหรับประเทศไทย สถานการณ์ก็ไม่ต่างกันมากนัก โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย สามารถทำยอดขายเติบโตได้ถึง 6% โดยมียอดจดทะเบียนครึ่งปีแรกทะลุ 7,700 คัน การเติบโตนี้เป็นผลมาจากการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่หลากหลายออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่กำลังมาแรง The New GLC: จุดเปลี่ยนสำคัญของ SUV ระดับพรีเมียม ในก้าวสำคัญนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้เปิดตัว The New GLC ยนตรกรรม SUV ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทย มาถึงเจเนอเรชั่นที่ 3 พร้อมยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น ด้วยการเปิดตัวรุ่น GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic ซึ่งเป็นรุ่นปลั๊กอินไฮบริดที่ผลิตในประเทศ (Local Production) ภายใต้คอนเซ็ปต์ “READY FOR IT”
คอนเซ็ปต์นี้ไม่ได้เป็นเพียงสโลแกน แต่คือการสะท้อนถึงความพร้อมของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในการนำเสนอรถยนต์ที่ตอบสนองทุกความต้องการของคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล The New GLC รุ่นใหม่นี้โดดเด่นด้วยขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทั้งในด้านสมรรถนะและระยะทางการขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้าอย่างเดียว ซึ่งสามารถทำระยะทางได้ไกลถึง 120 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP ถือเป็นระยะทางที่เพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันของคนเมืองส่วนใหญ่ หรือแม้กระทั่งการเดินทางข้ามจังหวัด นอกจากนี้ The New GLC ยังอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมอันล้ำสมัยมากมาย เสริมด้วยฟังก์ชันความปลอดภัยขั้นสูง เพื่อตอกย้ำจุดแข็งของการเป็น SUV ที่ตอบโจทย์ทั้งการขับขี่บนถนน (On-Road) และเส้นทางออฟโรด (Off-Road) ด้วยความสำเร็จกว่า 2.6 ล้านคันทั่วโลกตั้งแต่เปิดตัวในตลาดโลก ยิ่งตอกย้ำสถานะของ GLC ในฐานะรถยนต์ที่มีความสำคัญและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล กลยุทธ์สู่ยุคไฟฟ้า: EV Portfolio ที่แข็งแกร่งและทางเลือกที่หลากหลาย มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการก้าวสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว การเติมเต็ม EV Portfolio ในประเทศไทยเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญ หลังจากประสบความสำเร็จกับรุ่น EQS และ EQB แล้ว เมอร์เซเดส-เบนซ์ มีแผนเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% อีก 2 รุ่น ในอีกไม่นานนี้ ซึ่งจะยิ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ EV ของแบรนด์ ปัจจุบัน เครือข่ายผู้จำหน่ายของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในประเทศไทย พร้อมให้บริการรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% แล้วกว่า 30 สาขาทั่วประเทศ ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงและเข้ารับบริการได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงให้ความสำคัญกับรถยนต์พลังงานทางเลือกอย่าง รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ซึ่งถือเป็น “จุดเปลี่ยนผ่าน” ที่สำคัญสำหรับผู้บริโภคที่ยังไม่พร้อมเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า 100% โดยรุ่นปลั๊กอินไฮบริดเจเนอเรชั่นใหม่ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่จำหน่ายในประเทศไทย สามารถขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้าได้มากกว่า 100 กิโลเมตร ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน และเมื่อแบตเตอรี่หมด ก็ยังสามารถขับขี่ต่อไปด้วยเครื่องยนต์สันดาปได้อย่างไร้กังวล ทำให้ลูกค้าที่ต้องเดินทางไกลไม่ต้องกังวลเรื่องระยะทางหรือการหาจุดชาร์จไฟระหว่างทาง The New GLC: DNA แห่งความสปอร์ต ความหรูหรา และสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัด The New GLC เจเนอเรชั่นที่ 3 สืบทอด DNA มาจาก Mercedes-Benz GLK ที่เปิดตัวในปี 2008 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ SUV ขนาดกลางของแบรนด์ ก่อนจะพัฒนามาเป็น GLC ในเจเนอเรชั่นที่ 2 ในปี 2015 ที่ผสมผสานความหรูหรา ความสปอร์ต และดีไซน์ที่ทันสมัย เข้ากับความสามารถในการขับขี่ทั้ง On-Road และ Off-Road ได้อย่างลงตัว การมาถึงของ The New GLC เจเนอเรชั่นที่ 3 ในประเทศไทย พร้อมขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดในรุ่น GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic เป็นการยกระดับนิยามของ SUV ไปอีกขั้น มร. บีเยิร์น กุซเทรา รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด ได้อธิบายเพิ่มเติมถึงคอนเซ็ปต์ “READY FOR IT” ของ The New GLC ว่าเป็นการเจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล ที่มองหา SUV ระดับลักชัวรี่ที่พร้อมตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในชีวิตประจำวัน หรือการเดินทางระยะไกล ครอบคลุมทั้งการขับขี่บนถนนปกติและเส้นทางสมบุกสมบัน The New GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic โดดเด่นด้วยดีไซน์ตามปรัชญา Sensual Purity อันเป็นเอกลักษณ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ผสานความสปอร์ตและความหรูหราได้อย่างลงตัว มาพร้อมเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4 ที่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้มีสมรรถนะที่ทรงพลังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แบตเตอรี่แรงดันสูงขนาด 31.2 kWh สามารถมอบระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้า 100% ได้ถึง 120 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (WLTP) เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดรุ่นล่าสุดนี้รองรับการชาร์จทั้งแบบ DC Charge สูงสุด 60 kWh และ AC Charge สูงสุด 11 kWh ซึ่งช่วยให้การชาร์จทำได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย นอกจากนี้ GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชันอำนวยความสะดวก ระบบการเชื่อมต่อสื่อสารที่เหนือระดับ และระบบความปลอดภัยขั้นสูง ที่ถูกติดตั้งมาอย่างครบครัน เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ การรับประกันแบตเตอรี่: สร้างความมั่นใจให้ลูกค้า เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้มอบโปรแกรมการขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery) สำหรับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด เป็นระยะเวลา 10 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง (Unlimited mileage 10-year warranty for HV Battery) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งการยืนยันถึงคุณภาพและความทนทานของเทคโนโลยีที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ใช้ The New GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic มีให้เลือก 6 สี ได้แก่ สีขาว (Polar White), สีน้ำเงิน (Nautic Blue), สีเทา (Graphite Grey), สีเงิน (Mojave Silver), สีเงิน (High-tech Silver) และสีดำ (Obsidian Black) มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก: The New E-Class คว้ารางวัล “Best Performer” จาก Euro NCAP
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงยึดมั่นในการเป็นผู้นำด้านความปลอดภัยของอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก ล่าสุด The New E-Class ได้รับรางวัล “Best Performer” ประจำปี 2024 จาก Euro NCAP และยังครองตำแหน่งรถยนต์ที่ได้รับคะแนนด้านความปลอดภัยสูงที่สุดจากการทดสอบในปีที่ผ่านมา รางวัล “Best Performer” นี้ เป็นส่วนหนึ่งของรางวัลในหมวด “Best in Class” ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจาก Euro NCAP ได้ประเมินคะแนนเฉลี่ยจาก 4 หมวดหมู่หลัก ครอบคลุมทั้ง Active Safety และ Passive Safety ได้แก่ การปกป้องผู้โดยสารผู้ใหญ่ (Adult Occupant Protection: AOP), การปกป้องผู้โดยสารเด็ก (Child Occupant Protection: COP), การปกป้องผู้ใช้ถนน (Vulnerable Road User Protection) และเทคโนโลยีช่วยเหลือด้านความปลอดภัยขั้นสูง (Safety Assist Technologies) The New E-Class สามารถทำคะแนนได้อย่างยอดเยี่ยมในทุกหมวดหมู่ มร. มาร์คุส เชเฟอร์ คณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ กรุ๊ป เอจี กล่าวว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งมาตรฐานความปลอดภัย เพราะเราเป็นผู้บุกเบิกในด้านความปลอดภัยของยานยนต์อย่างแท้จริง เราภูมิใจที่ได้รับรางวัล Best Performer จาก Euro NCAP ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามของเราในการยกระดับความปลอดภัยให้แก่ผู้คนบนท้องถนน” Euro NCAP (European New Car Assessment Programme) เป็นองค์กรอิสระที่ประเมินความปลอดภัยของรถยนต์จากการทดสอบการชน (Crash Test) และการประเมินเทคโนโลยีช่วยเหลือด้านความปลอดภัยต่างๆ การได้รับรางวัลจาก Euro NCAP เป็นเครื่องยืนยันถึงประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยระดับสูงสุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และตอกย้ำถึงความเชี่ยวชาญในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อความปลอดภัย Motor Expo 2023: “FUTURE FOR ALL” สู่ความเท่าเทียมในการเข้าถึงยนตรกรรม ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 (Motor Expo 2023) เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้นำเสนอแนวคิด “FUTURE FOR ALL” สะท้อนถึงความเท่าเทียมและความหลากหลายของลูกค้า ด้วยการออกแบบบูธตามหลัก Universal Design ที่ไร้ทางต่างระดับ เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงบูธได้อย่างไร้รอยต่อ มร. มาร์ทิน ชเวงค์ กล่าวเน้นย้ำว่า “ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ เราให้ความสำคัญกับลูกค้าทุกคนเป็นอันดับแรกเสมอ การเข้าใจและยอมรับในความแตกต่างของทุกคน คือหัวใจสำคัญของคอนเซ็ปต์ “FUTURE FOR ALL” ที่ย้ำถึงจุดยืนเรื่องความหลากหลาย (Diversity) ความเท่าเทียม (Equity) และการเคารพถึงความแตกต่าง (Inclusion)” การออกแบบบูธที่ปราศจากทางต่างระดับ สอดคล้องกับหลัก Universal Design รองรับการเข้าถึงของผู้ใช้วีลแชร์ กลุ่มผู้สูงอายุ หรือผู้ปกครองที่มีรถเข็นเด็ก ทำให้ทุกคนสามารถเข้ามาสัมผัสประสบการณ์จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้อย่างเท่าเทียม ภายในบูธ ยังได้จัดแสดงยนตรกรรมหลากหลายรุ่นที่ตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน นำโดย The New GLC ที่เสริมไลน์อัพด้วยเครื่องยนต์ดีเซล GLC 220 d 4MATIC Avantgarde ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล OM654M ผสานกับระบบ Mild Hybrid 48V ให้กำลังสูงสุด 197 แรงม้า และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 8 วินาที พร้อมระบบส่งกำลัง 9G-TRONIC ช่วยประหยัดน้ำมัน นอกจากนี้ ยังมี EQE 350 4MATIC SUV Electric Art รถ SUV พลังงานไฟฟ้า 100% ที่วิ่งได้ไกลถึง 558 กม./ชาร์จ (WLTP) พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลัง 292 แรงม้า และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.6 วินาที รองรับ DC Charge สูงสุด 170 kWh The new GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic ยนตรกรรม SUV สุดหรู ผสานสมรรถนะทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ดีเซล OM654M และระบบ Mild Hybrid 48V ให้กำลังรวมสูงสุด 269 แรงม้า และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.9 วินาที และ C 220 d AMG Line ซีดานยอดนิยม ดีไซน์สปอร์ต มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล OM654M และระบบ Mild Hybrid 48V ให้กำลังสูงสุด 197 แรงม้า และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.3 วินาที นวัตกรรมเสริม: Mercedes-Benz Drive Recorder 360 องศา นอกเหนือจากยนตรกรรมแล้ว เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังได้นำเสนอ Mercedes-Benz Drive Recorder 360 องศา อุปกรณ์เสริมที่สามารถบันทึกเหตุการณ์รอบตัวรถ ทั้งขณะขับขี่และขณะจอดรถ ด้วยกล้อง 3 ตัว (หน้า QHD, Surround sQHD, หลัง FHD) ครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ บันทึกวิดีโอได้รอบทิศทาง ทั้งภายนอกและภายในรถยนต์ ให้การเดินทางปลอดภัยยิ่งขึ้น พร้อมรับประกัน 2 ปี ราคาแนะนำ 19,000 บาท (ไม่รวมค่าติดตั้ง) เมอร์เซเดส-เบนซ์ มุ่งมั่นที่จะนำเสนอยนตรกรรมที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และความปลอดภัย เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าชาวไทย และก้าวไปพร้อมกันสู่ยุคแห่งยานยนต์แห่งอนาคต สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับได้แล้ววันนี้
พบกับสุดยอดยนตรกรรมทุกรุ่นจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ ที่งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 (Motor Expo 2023) ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1-11 ธันวาคม 2566 หรือเยี่ยมชมผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ เพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ และเริ่มต้นการเดินทางสู่โลกอนาคตกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่จะทำให้ทุกเส้นทางของคุณพิเศษยิ่งกว่าที่เคย
Previous Post

N0306034_เพ อนเก าปากแจ ว_part2

Next Post

N0306031_ห วใจภารโรง พ อผ สร างหมอจากกองขยะ #ละครAi #ดราม า #ละครส น ละคร a_part2

Next Post

N0306031_ห วใจภารโรง พ อผ สร างหมอจากกองขยะ #ละครAi #ดราม า #ละครส น ละคร a_part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2206050_ร กคร งใหม บทเร ยนราคาถ ก ep.9_part2
  • N2206049_บทเร ยนราคาถ ก ep.8 ว นน มาไวคร บ_part2
  • N2206047_เจนก บผ งม แผนอะไรไหน า พร งน ร บชมนะคร บ บทเร ยนราคาถ ก ep.10_part2
  • N2206048_เจ แวว ภาค3 ep.1_part2
  • N2206051_บทเร ยนราคาถ ก ep.7_part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • June 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.