![Part 2: N2609430_คนข มเม ย [ตอน 1] | Đọc Báo Online16](https://newsthailan.tfvp.org/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260921_142655.jpg)
มหัศจรรย์พันธุ์แกร่ง! เปิดประสบการณ์จริง Mitsubishi Xpander Cross HEV 2026 สู่เส้นทางบางแสน แข็งแกร่งเกินคาดจริงหรือ?
ตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก (Compact MPV) ในประเทศไทยกำลังแข่งขันดุเดือดในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ท่ามกลางตัวเลือกที่หลากหลายทั้งเครื่องยนต์สันดาปและระบบไฟฟ้า แต่หนึ่งในผู้เล่นที่สร้างปรากฏการณ์และก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำอย่างรวดเร็วคือ Mitsubishi Xpander HEV ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นจากผู้บริโภค ด้วยยอดขายที่พุ่งสูงกว่า 4,000 คัน ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือนหลังเปิดตัว แม้คู่แข่งจะพยายามปรับกลยุทธ์อย่างไร แต่ Xpander HEV ก็ยังคงรักษาโมเมนตัมความร้อนแรงไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
ความสำเร็จนี้ไม่ได้มาจากเพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอกที่ได้รับการปรับโฉมให้ดูโดดเด่นและล้ำสมัยกว่าคู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกันเท่านั้น หากแต่หัวใจสำคัญที่ทำให้ Xpander HEV แตกต่างและเหนือกว่าใครในตลาด คือการตัดสินใจเลือกใช้ ระบบขับเคลื่อนไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle) ซึ่งถือเป็นการก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีที่ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ไปอีกขั้น มิตซูบิชิไม่ได้เพียงแค่นำเสนอเทคโนโลยีใหม่ แต่ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่แท้จริงผ่านการทดสอบบนถนนจริง ท่ามกลางสภาพการจราจรและภูมิประเทศที่หลากหลายของประเทศไทย
เพื่อไขข้อสงสัยว่า “พันธุ์แกร่ง” ที่ Mitsubishi Xpander HEV อ้างถึงนั้นแข็งแกร่งจริงหรือไม่ ทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมมานานกว่า 10 ปี ได้ลงพื้นที่จริงเพื่อสัมผัสและทดสอบสมรรถนะของรถคันนี้อย่างละเอียด บนเส้นทางคลาสสิกจาก กรุงเทพฯ สู่บางแสน จังหวัดชลบุรี ระยะทางกว่า 100 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางที่จำลองสถานการณ์การใช้งานจริงของผู้บริโภคได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งการขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น การเร่งความเร็วบนทางด่วน และการเดินทางไกลผ่านถนนหลากหลายสภาพผิว
ในการทดสอบครั้งนี้ เราได้เลือก Mitsubishi Xpander Cross HEV ซึ่งเป็นรุ่นท็อปของตระกูล Xpander HEV ความแตกต่างหลักจากรุ่น Xpander HEV ทั่วไปจะอยู่ที่ชุดแต่งภายนอกและภายในที่เพิ่มความสปอร์ตและพรีเมียม แต่สำหรับสมรรถนะด้านพละกำลังและระบบขับเคลื่อนนั้น ทั้งสองรุ่นใช้พื้นฐานเดียวกัน สิ่งที่น่าสนใจคือแม้จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิม แต่ตัวรถกลับยังคงความคล่องตัวและสมดุลในการขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับจูนช่วงล่างใหม่ให้รองรับน้ำหนักของแบตเตอรี่ไฮบริดได้ดียิ่งขึ้น
ดีไซน์ที่เหนือกว่า: สปอร์ต หรูหรา และใช้งานได้จริง
เมื่อมองจากภายนอก Mitsubishi Xpander Cross HEV 2026 ยังคงรักษาเอกลักษณ์การออกแบบ Dynamic Shield ที่เป็นลายเซ็นของมิตซูบิชิไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ได้รับการปรับปรุงให้ดูทันสมัยและโฉบเฉี่ยวมากขึ้น การผสมผสานเส้นสายที่คมชัดเข้ากับความโค้งมนของตัวถัง ทำให้รถดูมีมิติและโดดเด่นกว่าคู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกัน ชุดไฟหน้าแบบ LED ที่เรียวยาวพร้อมไฟ DRL (Daytime Running Light) รูปทรงตัว T ให้ความรู้สึกดุดันและหรูหรา ในขณะที่กระจังหน้าสีดำเงาขนาดใหญ่พร้อมโลโก้มิตซูบิชิขนาดใหญ่ตรงกลาง ยกระดับความพรีเมียมได้อย่างชัดเจน
สำหรับรุ่น Xpander Cross HEV จะมาพร้อมกับชุดแต่งพิเศษที่เพิ่มความออฟโรดและความสปอร์ตให้กับตัวรถอย่างเห็นได้ชัด การเพิ่มราวหลังคา (Roof Rails) สีเงิน ช่วยเพิ่มความสมบุกสมบันและเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานสำหรับการบรรทุกสัมภาระเพิ่มเติม กันชนหน้าและหลังดีไซน์ใหม่ที่มีการ์ดกันกระแทกสีเงิน (Silver Skid Plate) ตัดกับสีตัวถัง ทำให้รถดูแข็งแกร่งและพร้อมลุยมากยิ่งขึ้น ซุ้มล้อสีดำขนาดใหญ่ช่วยเน้นย้ำถึงความบึกบึน และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง all-season ที่มีแก้มยางหนา ช่วยเพิ่มทั้งความสวยงามและสมรรถนะในการขับขี่บนทางขรุขระ
เมื่อก้าวเข้าไปภายในห้องโดยสาร ความประทับใจแรกคือความรู้สึกกว้างขวางและโปร่งโล่ง ด้วยการออกแบบที่เน้นพื้นที่ใช้สอยสูงสุด เส้นสายภายในห้องโดยสารที่เรียบง่ายแต่ดูทันสมัย ให้ความรู้สึกพรีเมียมและอบอุ่น การเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง เช่น เบาะหนังสีทูโทน การตกแต่งด้วยวัสดุลายไม้และโครเมียมในจุดต่างๆ ช่วยยกระดับประสบการณ์ภายในห้องโดยสารให้เทียบเท่ารถยนต์ในกลุ่มที่ราคาสูงกว่า
ตำแหน่งการนั่งขับขี่ถือเป็นจุดเด่นที่สำคัญของ Xpander Cross HEV ด้วยความสูงของตัวรถที่ค่อนข้างมาก ทำให้ผู้ขับขี่มีมุมมองที่กว้างไกลและทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยมในทุกทิศทาง ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบอย่างยิ่งในการขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น การปรับเบาะนั่งและการปรับพวงมาลัยทำได้ง่ายและครอบคลุมสรีระของผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ ทำให้สามารถหาตำแหน่งการขับขี่ที่เหมาะสมได้ไม่ยาก
พื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวางรองรับผู้โดยสารได้ถึง 7 ที่นั่ง โดยแถวที่สองสามารถพับเก็บในอัตราส่วน 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้มากขึ้น ในขณะที่แถวที่สามที่แม้จะถูกจำกัดด้วยขนาดตัวรถ แต่ก็ยังสามารถใช้งานได้จริงสำหรับผู้โดยสารที่มีขนาดตัวไม่ใหญ่มากนัก การเข้าออกแถวที่สามทำได้สะดวกด้วยการเลื่อนเบาะแถวที่สองไปด้านหน้า
ขุมพลังไฮบริด: ประหยัด เงียบ และทรงพลัง
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Mitsubishi Xpander Cross HEV แตกต่างจากคู่แข่งคือ ระบบขับเคลื่อนไฮบริด ซึ่งทำงานร่วมกันอย่างลงตัวระหว่างเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้า ระบบนี้ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากเทคโนโลยีของมิตซูบิชิที่มีประสบการณ์มายาวนาน ทำให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้
เครื่องยนต์หลักเป็นเครื่องยนต์เบนซิน รหัส 4A92 แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 1.6 ลิตร (1,590 ซีซี) พร้อมระบบวาล์วแปรผัน MIVEC (Mitsubishi Innovative Valve timing Electronic Control system) ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้และลดการปล่อยมลพิษ กำลังสูงสุดจากเครื่องยนต์อยู่ที่ 95 แรงม้า (PS) ที่ 5,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 134 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที
ทำงานร่วมกับ มอเตอร์ไฟฟ้า ที่มีพละกำลังรวมสูงสุดทั้งระบบอยู่ที่ 116 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 255 นิวตันเมตร ซึ่งแรงบิดมหาศาลจากมอเตอร์ไฟฟ้าจะถูกส่งไปยังล้อหน้าทันทีที่ออกตัว ทำให้รถมีอัตราเร่งที่ดีเยี่ยมตั้งแต่ความเร็วต่ำ การทำงานร่วมกันของทั้งสองระบบนี้ ทำให้ได้กำลังรวมสูงสุดของระบบอยู่ที่ 116 แรงม้า พร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหน้า และระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Active Yaw Control (AYC) ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเข้าโค้ง
ในระหว่างการทดสอบบนถนนจริง ระบบไฮบริดทำงานได้อย่างราบรื่นและเป็นธรรมชาติ การเปลี่ยนถ่ายกำลังระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าเกิดขึ้นอย่างนุ่มนวลจนแทบไม่รู้สึก ในสภาวะการขับขี่ปกติที่ความเร็วต่ำในเมือง มอเตอร์ไฟฟ้าจะทำหน้าที่ขับเคลื่อนรถเป็นหลัก ทำให้การออกตัวนุ่มนวลและเงียบสนิท เสียงเครื่องยนต์จะทำงานก็ต่อเมื่อต้องการพละกำลังเพิ่มเติม หรือเมื่อแบตเตอรี่มีประจุต่ำ การทำงานของระบบเป็นไปอย่างชาญฉลาด โดยจะเลือกใช้กำลังจากแหล่งที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละสภาวะการขับขี่ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
เมื่อออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่บางแสน เราได้สัมผัสถึงความคล่องตัวของรถในการขับขี่บนทางด่วน ตัวรถสามารถทำความเร็วได้อย่างต่อเนื่อง และให้ความรู้สึกมั่นคง แม้จะขับขี่ที่ความเร็วสูง ช่วงล่างที่ได้รับการปรับจูนใหม่เพื่อรองรับน้ำหนักของแบตเตอรี่ไฮบริดที่เพิ่มขึ้น 165 กิโลกรัม จากรุ่นเดิม กลับให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลและซับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม การซับแรงกระแทกจากพื้นถนนทำได้