![Part 2: N2609455_อย าด ถ กเม ยแม ค า [ตอนจบ] | Đọc Báo Online16](https://newsthailan.tfvp.org/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260921_143125.jpg)
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ไฮบริด: เปิดประสบการณ์ขับขี่จริงบนเส้นทางกรุงเทพฯ-บางแสน
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ไฮบริด (Mitsubishi Xpander HEV) ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นตั้งแต่เปิดตัว ด้วยยอดขายกว่า 4,000 คัน ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือน นอกจากรูปลักษณ์ที่โดดเด่นกว่าคู่แข่งในตลาดแล้ว หัวใจสำคัญที่ทำให้ Xpander HEV แตกต่างคือระบบขับเคลื่อนไฮบริด ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่เหนือกว่ารถยนต์ประเภทเดียวกันในเซกเมนต์นี้
เพื่อพิสูจน์สมรรถนะที่แท้จริงบนท้องถนนจริง มิตซูบิชิได้จัดทริปทดสอบบนเส้นทางกรุงเทพฯ-บางแสน ให้สื่อมวลชนได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ในสถานการณ์จริง ทั้งการขับขี่ในเมือง การใช้ความเร็วสูงบนทางด่วน และการเผชิญกับสภาพถนนที่หลากหลาย
การออกแบบที่โดดเด่นและฟังก์ชันการใช้งานจริง
ในการทดสอบครั้งนี้ ทีมงานได้รับรถรุ่น Xpander Cross HEV ซึ่งมีความแตกต่างจาก Xpander HEV หลักๆ คือชุดแต่งภายนอกและภายในที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตและพรีเมียมยิ่งขึ้น ในส่วนของระบบขับเคลื่อนและสมรรถนะการขับขี่นั้นไม่ได้แตกต่างกันมากนัก
ก่อนหน้านี้ มิตซูบิชิได้จัดทดสอบในสนามจำลอง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของรถในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ แต่การทดสอบบนถนนจริงครั้งนี้จะช่วยให้เราเห็นภาพการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ประสบการณ์การขับขี่บนทางด่วนและถนนจริง
เมื่อออกเดินทางจากกรุงเทพฯ สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม ด้วยตำแหน่งการนั่งที่ค่อนข้างสูง ทำให้ผู้ขับขี่มองเห็นทัศนวิสัยรอบด้านได้ชัดเจน ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมรถ
การขับขี่บนทางด่วนด้วยความเร็วสูง ตัวรถยังคงมีการควบคุมที่มั่นคง ช่วงล่างที่ได้รับการปรับจูนใหม่สำหรับรุ่นไฮบริด มีความหนึบแน่นและซับแรงกระแทกได้ดี แม้ว่าน้ำหนักของรถจะเพิ่มขึ้น 165 กิโลกรัมจากรุ่นเดิม แต่ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการทรงตัวหรือความนุ่มนวลในการขับขี่
บนทางด่วน การทำงานของระบบไฮบริดเป็นไปอย่างราบรื่น มอเตอร์ไฟฟ้าจะเข้ามาช่วยเสริมกำลังในช่วงออกตัวและเร่งแซง ทำให้การตอบสนองของรถมีความฉับไว ในขณะที่เครื่องยนต์เบนซินจะทำงานสลับกันไปตามความเร็วและภาระงาน
ความสะดวกสบายในห้องโดยสาร
ในระหว่างการเดินทาง การทดสอบได้รวมถึงการนั่งในแถวที่สาม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของรถยนต์ 7 ที่นั่ง เมื่อพิจารณาถึงขนาดของตัวรถ หลายคนอาจกังวลเรื่องความกว้างขวางในแถวที่สาม แต่ Xpander Cross HEV ก็ทำได้ดีกว่าที่คาด
สิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทยคือระบบปรับอากาศ แม้ว่ารถที่ใช้ทดสอบจะไม่ได้ติดฟิล์มกรองแสง แต่ระบบปรับอากาศก็ยังคงให้ความเย็นเพียงพอสำหรับทุกที่นั่ง แม้แต่นั่งในแถวที่สาม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการสู้แดดร้อนของเมืองไทยได้อย่างดีเยี่ยม
เรื่องการเก็บเสียงอาจมีเสียงดังบ้างเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วเกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งอาจเกิดจากราวหลังคาที่มีอยู่ในรุ่น Xpander Cross HEV ที่เพิ่มแรงต้านลม อย่างไรก็ตาม เสียงรบกวนอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และคาดว่ารุ่น Xpander HEV ที่ไม่มีราวหลังคาจะเงียบกว่า
ระบบขับเคลื่อนไฮบริดที่เหนือกว่าคู่แข่ง
หัวใจสำคัญของ Xpander HEV คือระบบขับเคลื่อนไฮบริดที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เบนซินรหัส 4A92 และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างลงตัว
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 1.6 ลิตร (1,590 ซีซี) พร้อมระบบวาล์วแปรผัน MIVEC ให้กำลังสูงสุด 95 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 134 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละกำลังรวมทั้งระบบ 116 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 255 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า พร้อมระบบ Active Yaw Control ที่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการเข้าโค้ง
โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ เพื่อตอบสนองทุกสภาวะ
Xpander HEV มาพร้อมกับโหมดการขับขี่ถึง 7 รูปแบบ ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้รถคันนี้แตกต่างจากคู่แข่งอย่างชัดเจน:
Normal Mode: โหมดมาตรฐานที่สมดุล เหมาะสำหรับการขับขี่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ให้การตอบสนองที่ดีทั้งในเมืองและนอกเมือง
Wet Mode: โหมดสำหรับพื้นผิวเปียกลื่น ช่วยป้องกันการลื่นไถล โดยปรับการทำงานของระบบควบคุมการทรงตัวให้ทำงานได้ดีขึ้นในสภาพถนนที่มีน้ำ
Gravel Mode: โหมดสำหรับทางลูกรัง เพิ่มเสถียรภาพการขับขี่บนพื้นผิวที่ไม่เรียบ ช่วยให้รถเกาะถนนได้ดีขึ้น
Tarmac Mode: โหมดสำหรับถนนลาดยาง ให้พละกำลังและการควบคุมที่คล่องตัว เหมาะสำหรับการขับขี่ที่ต้องการความสนุกสนาน
Mud Mode: โหมดสำหรับทางดินโคลน เพิ่มการตอบสนองและการควบคุมที่ทรงพลังบนถนนดินโคลนสมบุกสมบัน
EV Mode: โหมดขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น ช่วยประหยัดน้ำมันและลดมลพิษ
EV Charge Mode: โหมดชาร์จไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ ขณะขับขี่ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน จะมีการชาร์จไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ไปด้วย
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันจากการทดสอบจริง
ในการทดสอบทริปกรุงเทพฯ-บางแสน ไปกลับ โดยขับขี่แบบใช้งานจริง พบว่าอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 15-16 กิโลเมตรต่อลิตร โดยมีผู้โดยสาร 3 คน ตัวเลขนี้ถือว่าน่าพอใจอย่างยิ่ง แม้ว่าการทดสอบจะไม่ได้เน้นการขับขี่แบบประหยัดเป็นพิเศษ
หากขับขี่ในเมือง คาดว่าอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันจะทำได้ดีกว่านี้ โดยอาจอยู่ที่ประมาณ 18-19 กิโลเมตรต่อลิตร เนื่องจากในเมืองจะมีการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนเป็นหลัก นอกจากนี้ รถยังมีโหมด EV ที่สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้า 100% ได้เป็นระยะทางเกือบ 10 กิโลเมตร เมื่อแบตเตอรี่มีประจุเต็ม
สรุป: Xpander Cross HEV ตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับครอบครัวยุคใหม่
จากการทดสอบบนถนนจริง พบว่า Mitsubishi Xpander Cross HEV ทำผลงานได้ดีเกินคาด ให้ความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวัน ด้วยระบบไฮบริดที่ทำงานได้อย่างราบรื่น และมีโหมดการขับขี่ที่หลากหลายตอบสนองทุกสภาวะถนน
สำหรับครอบครัวที่กำลังมองหารถยนต์ 7 ที่นั่ง ที่ไม่ต้องการเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบในทันที Xpander Cross HEV ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ด้วยการผสมผสานข้อดีของทั้งรถยนต์เบนซินและรถยนต์ไฟฟ้าไว้ด้วยกัน
จุดเด่นที่ทำให้ Xpander Cross HEV แตกต่างจากคู่แข่ง
สิ่งที่ทำให้ Xpander Cross HEV โดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่งในกลุ่มเดียวกันอย่างแท้จริง คือโหมดการขับขี่ที่ให้มาถึง 7 รูปแบบ ซึ่งครอบคลุมทุกสภาวะการใช้งาน
โหมด Mud Mode อาจเป็นโหมดที่หลายคนสงสัยว่ารถยนต์ขับเคลื่อนสองล้อหน้าจะสามารถทำงานได้จริงหรือไม่ แต่จากการทดสอบในสนามจำลองก่อนหน้านี้ แสดงให้เห็นว่า Xpander HEV สามารถผ่านอุปสรรคในสภาพโคลนได้อย่างง่ายดาย ให้ความรู้สึกเหมือนขับขี่รถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ
แม้ว่า Xpander HEV จะไม่เหมาะสำหรับการลุยป่าแบบโหดๆ แต่ก็สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ทุรกันดารได้เป็นอย่างดี แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีที่ให้มานั้นใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
ประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญ
ในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์ในวงการยานยนต์มากว่า 10 ปี ผมได้เห็นวิวัฒนาการของรถยนต์ MPV ในประเทศไทยมาโดยตลอด และ Xpander HEV ถือเป็นก้าวที่สำคัญในการพัฒนารถยนต์ประเภทนี้
การที่มิตซูบิชิตัดสินใจนำระบบขับเคลื่อนไฮบริดมาใช้ใน Xpander ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาด แสดง