![Part 2: N2609448_ทนายหน มคนน น มาชอบแม แก ของฉ น [ตอน 1] | Đọc Báo Online16](https://newsthailan.tfvp.org/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260921_143341.jpg)
Mitsubishi Xpander HEV 2026: ยนตรกรรมไฮบริดที่พลิกโฉมตลาด MPV ด้วยประสิทธิภาพเหนือคู่แข่ง
นับตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย Mitsubishi Xpander HEV ได้สร้างปรากฏการณ์ที่น่าทึ่งในตลาดรถยนต์ ด้วยยอดขายทะลุ 4,000 คัน ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือน ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงความไว้วางใจของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ Mitsubishi และเทคโนโลยีไฮบริดที่นำเสนอ ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ที่โดดเด่นกว่าคู่แข่ง แต่หัวใจสำคัญที่ทำให้ Xpander HEV แตกต่างคือระบบขับเคลื่อนไฮบริดที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ
เพื่อพิสูจน์สมรรถนะที่แท้จริง Mitsubishi จึงได้จัดทริปทดสอบบนเส้นทางจริง กรุงเทพฯ-บางแสน ให้สื่อมวลชนได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ด้วยตัวเอง บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกมิติของ Xpander HEV 2026 จากประสบการณ์จริงของผู้เขียนซึ่งคลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์มากว่า 10 ปี
การออกแบบและรูปลักษณ์: ความโดดเด่นที่สะดุดตา
Xpander HEV 2026 มาพร้อมดีไซน์ Dynamic Shield อันเป็นเอกลักษณ์ของ Mitsubishi ที่ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยและดุดันยิ่งขึ้น การออกแบบภายนอกเน้นเส้นสายที่เฉียบคมและสปอร์ต ด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ ไฟหน้า LED ดีไซน์ใหม่ที่เรียวยาว และล้ออัลลอยดีไซน์พิเศษที่เพิ่มความพรีเมียม สำหรับการทดสอบในครั้งนี้ ทีมงานได้รับรถรุ่น Xpander Cross HEV ซึ่งมาพร้อมชุดแต่งที่แตกต่างจากรุ่น HEV มาตรฐานเล็กน้อย โดยเฉพาะราวหลังคาที่เพิ่มความบึกบึนสไตล์ SUV
แม้จะเป็นรถยนต์ไฮบริด แต่การออกแบบไม่ได้เน้นความลู่ลมแบบสุดโต่งเท่ารถยนต์ไฟฟ้า ทำให้ยังคงความสมดุลระหว่างความสวยงามและฟังก์ชันการใช้งานได้อย่างลงตัว ความสูงจากพื้นถนนที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยช่วยให้ตัวรถดูสง่างามและสามารถลุยได้มากกว่ารถยนต์ MPV ทั่วไป
ห้องโดยสาร: ความสะดวกสบายและเทคโนโลยีที่ทันสมัย
เมื่อเปิดประตูเข้าสู่ห้องโดยสาร สิ่งที่สัมผัสได้คือความกว้างขวางและบรรยากาศที่พรีเมียม วัสดุที่ใช้ภายในห้องโดยสารมีความหลากหลาย ทั้งการใช้หนังคุณภาพดี พลาสติกผิวนุ่ม และวัสดุตกแต่งลายพิเศษที่ให้ความรู้สึกหรูหรา การประกอบถือว่าทำได้ดีเยี่ยม ไม่มีเสียงก๊อกแก๊กหรือรอยต่อที่น่ากังวล
ตำแหน่งการขับขี่ถือเป็นจุดเด่นที่น่าประทับใจ ด้วยตัวรถที่ค่อนข้างสูง ทำให้ผู้ขับขี่มีมุมมองที่กว้างไกล สามารถมองเห็นสภาพการจราจรเบื้องหน้าได้ชัดเจน ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบอย่างยิ่งในการขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น พวงมาลัยสามารถปรับระดับได้ทั้งสูง-ต่ำ และใกล้-ไกล ทำให้ผู้ขับขี่ทุกสรีระสามารถหาท่าทางการขับขี่ที่เหมาะสมได้ง่าย
เบาะนั่งออกแบบให้รองรับสรีระได้ดี ให้ความรู้สึกกระชับแต่ไม่แข็งกระด้าง ลองนั่งเป็นระยะทางไกล พบว่าไม่เกิดอาการเมื่อยล้า ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนกังวลในรถประเภท MPV ที่ต้องเดินทางไกล ความกว้างขวางของห้องโดยสารทำให้ผู้โดยสารแถวที่สองและแถวที่สามรู้สึกสบาย ไม่อึดอัด แม้จะนั่งเป็นเวลานาน แผงคอนโซลกลางได้รับการออกแบบอย่างสวยงาม พร้อมหน้าจอสัมผัสระบบอินโฟเทนเมนต์ขนาดใหญ่ที่รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ซึ่งใช้งานได้สะดวก
ประสิทธิภาพการขับขี่: หัวใจสำคัญของ Xpander HEV
นี่คือจุดที่ Xpander HEV แสดงความเหนือกว่าคู่แข่งอย่างแท้จริง เครื่องยนต์รหัส 4A92 เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 1.6 ลิตร 1,590 ซีซี พร้อมระบบแปรผันวาล์ว MIVEC ให้กำลังสูงสุด 95 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 134 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังสูงสุด 116 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 255 นิวตันเมตร พละกำลังรวมทั้งระบบอยู่ที่ 116 แรงม้า ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ E-CVT และระบบขับเคลื่อนล้อหน้า พร้อมระบบ Active Yaw Control (AYC) ที่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพการทรงตัว
การขับขี่บนทางหลวง:
เมื่อออกตัวจากกรุงเทพฯ และมุ่งหน้าสู่ทางหลวง มอเตอร์ไฟฟ้าจะเข้ามามีบทบาทเป็นหลัก ให้การออกตัวที่นุ่มนวลและอัตราเร่งที่ทันใจ ระบบส่งกำลังแบบ E-CVT ทำงานได้อย่างไร้รอยต่อ ไม่มีการกระตุกหรือกระชาก ในความเร็วสูงบนทางหลวง ตัวรถยังคงควบคุมได้ง่าย ระบบช่วงล่างที่ได้รับการปรับปรุงใหม่สำหรับรุ่น HEV โดยเฉพาะ มีน้ำหนักตัวรถเพิ่มขึ้น 165 กิโลกรัม จากรุ่นเดิม แต่กลับสามารถซับแรงกระแทกจากพื้นถนนได้ดีเยี่ยม แม้จะวิ่งด้วยความเร็วสูง ก็ยังรู้สึกถึงความมั่นคงและนุ่มนวล
ช่วงล่างที่ปรับจูนมาเป็นพิเศษนี้ถือเป็นจุดแข็งที่สำคัญของ Xpander HEV 2026 ในการทดสอบนี้เราได้ทดสอบการขับขี่ทั้งในสภาพการจราจรปกติและช่วงที่การจราจรหนาแน่น ระบบไฮบริดสามารถสลับการทำงานระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ได้อย่างชาญฉลาด โดยที่เราแทบไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง
การควบคุมและการทรงตัว:
ระบบ Active Yaw Control (AYC) ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็ว ระบบจะช่วยกระจายแรงบิดไปยังล้อที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มการยึดเกาะถนนและลดอาการท้ายปัด ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกมั่นใจในการควบคุมรถมากขึ้น แม้จะขับขี่ด้วยความเร็วที่ค่อนข้างสูงก็ตาม การทรงตัวโดยรวมถือว่าดีเยี่ยมสำหรับรถยนต์ประเภท MPV ซึ่งมักจะมีอาการโยนตัวเมื่อเข้าโค้ง แต่ Xpander HEV 2026 ทำได้ดีกว่าที่คาดไว้
ระบบแอร์และการระบายความร้อน:
ในสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย ระบบปรับอากาศเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ทีมงานพบว่าระบบแอร์ของ Xpander HEV 2026 สามารถทำความเย็นได้ดีเยี่ยมและรวดเร็ว แม้จะนั่งแถวที่สามและรถไม่ได้ติดฟิล์มกรองแสง ผู้โดยสารก็ยังรู้สึกสบาย ไม่รู้สึกถึงความร้อนที่สะสมอยู่ภายในห้องโดยสาร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของระบบปรับอากาศที่ได้รับการออกแบบมาให้เหมาะสมกับสภาพอากาศในภูมิภาคนี้
เสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร:
ในความเร็วปกติ การเก็บเสียงถือว่าทำได้ดี เสียงรบกวนจากภายนอกถูกลดทอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การสนทนาระหว่างผู้โดยสารเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย อย่างไรก็ตาม เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วเกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เริ่มมีเสียงรบกวนจากลมปะทะเข้ามาบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับรถยนต์ประเภท MPV สันดาปภายใน ในรุ่นที่ทดสอบคือ Xpander Cross HEV ซึ่งมีราวหลังคา อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของเสียงรบกวนที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่โดยรวมแล้วถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้
โหมดการขับขี่ที่หลากหลาย: ตอบโจทย์ทุกสถานการณ์
Xpander HEV 2026 มาพร้อมกับโหมดการขับขี่ถึง 7 รูปแบบ ซึ่งถือว่ามากที่สุดในกลุ่มรถยนต์ประเภทเดียวกัน ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดที่เหมาะสมกับสภาพถนนและสไตล์การขับขี่ได้อย่างหลากหลาย
Normal Mode: โหมดมาตรฐานที่สมดุล เหมาะสำหรับการขับขี่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ให้การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างประสิทธิภาพการใช้พลังงานและความนุ่มนวลในการขับขี่
Wet Mode: โหมดสำหรับถนนเปียกลื่น ช่วยลดอาการลื่นไถลและเพิ่มความมั่นคงในการขับขี่บนพื้นผิวที่เปียก
Gravel Mode: โหมดสำหรับทางลูกรัง เพิ่มเสถียรภาพการทรงตัวบนพื้นผิวที่ลื่นและขรุขระ เหมาะสำหรับการขับขี่นอกเมือง
Tarmac Mode: โหมดสำหรับถนนลาดยาง ให้กำลังและการควบคุมที่คล่องตัว เหมาะสำหรับการขับขี่ที่ต้องการความสปอร์ต
Mud Mode: โหมดสำหรับทางโคลน เพิ่มการตอบสนองและการควบคุมที่ทรงพลังบนถนนดินโคลนสมบุกสมบัน แม้จะเป็นรถขับเคลื่อนสองล้อหน้า แต่โหมดนี้ได้รับการพัฒนาให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
EV Mode: โหมดขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% เมื่อแบ