![Part 2: N2609460_ความโลภไม เคยทำให ช ว ตใครด ข น [ตอนจบ] | Đọc Báo Online16](https://newsthailan.tfvp.org/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260921_143505.jpg)
Mitsubishi Xpander HEV: บทสรุปจากผู้เชี่ยวชาญกับการใช้งานจริงบนท้องถนนปี 2026
การเปิดตัว Mitsubishi Xpander HEV ในปี 2026 ได้สร้างปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในตลาดรถยนต์ประเทศไทย ด้วยยอดจองที่พุ่งทะลุ 4,000 คัน ภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือนแรกที่วางจำหน่าย ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวและเหนือกว่าคู่แข่งในกลุ่มเดียวกันเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญที่ทำให้ Xpander HEV แตกต่างอย่างแท้จริงคือระบบขับเคลื่อนไฮบริด ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรฐานของรถยนต์อเนกประสงค์ MPV ในตลาดให้ก้าวไปอีกขั้น วันนี้ผมจะมาเจาะลึกถึงประสิทธิภาพการใช้งานจริงบนท้องถนนหลังจากการทดสอบจริง ตามประสบการณ์ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่า 10 ปี
ทำความรู้จักกับ Mitsubishi Xpander HEV: การก้าวข้ามขีดจำกัดของ MPV
Mitsubishi Xpander HEV ไม่ใช่แค่การปรับโฉม (Facelift) ของ Xpander รุ่นเดิม แต่เป็นการนำเสนอเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฮบริดที่พัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมด ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุค 2026 ที่มองหารถยนต์ที่ประหยัดพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยังคงความอเนกประสงค์สำหรับการใช้งานในครอบครัว วันนี้ผมมีโอกาสได้ทดสอบรุ่น Xpander Cross HEV ซึ่งมีความแตกต่างจากรุ่น Xpander HEV มาตรฐานเล็กน้อยในส่วนของชุดแต่งภายนอกและความสูงใต้ท้องรถ แต่ในด้านขุมพลังและการขับขี่นั้น ใช้เทคโนโลยีเดียวกัน
การทดสอบบนเส้นทางจริง: กรุงเทพฯ-บางแสน
หลังจากที่ทางมิตซูบิชิได้จัดทดสอบในสนามปิดก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นการจำลองสถานการณ์การขับขี่ต่างๆ มาแล้ว วันนี้เราได้นำ Xpander Cross HEV ออกมาวิ่งบนถนนจริง เส้นทางกรุงเทพฯ-บางแสน เพื่อสัมผัสสมรรถนะอย่างแท้จริง ในฐานะนักรีวิวที่มีประสบการณ์มายาวนาน ผมขอยืนยันว่าการทดสอบบนถนนจริงเท่านั้นที่จะสะท้อนถึงประสบการณ์การใช้งานจริงของผู้บริโภคได้ดีที่สุด
เริ่มต้นการเดินทางจากกรุงเทพฯ สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือตำแหน่งการนั่งขับขี่ที่สูงโปร่ง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Xpander ที่ทำให้ผู้ขับขี่มีทัศนวิสัยที่ยอดเยี่ยม มองเห็นสภาพจราจรและสภาพถนนได้ไกล การควบคุมตัวรถทำได้ง่าย แม้กระทั่งในขณะขับขี่บนทางด่วนด้วยความเร็วสูง ช่วงล่างที่ได้รับการปรับจูนใหม่สำหรับรุ่นไฮบริด แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่เหนือกว่ารุ่นเดิมอย่างชัดเจน แม้ว่าน้ำหนักตัวรถจะเพิ่มขึ้น 165 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับรุ่นมาตรฐาน แต่ช่วงล่างสามารถซับแรงกระแทกจากพื้นผิวถนนได้ดีเยี่ยม ทำให้การขับขี่ทางไกลไม่รู้สึกเมื่อยล้า และยังคงความนุ่มนวลที่น่าประทับใจ
จุดเด่นที่น่าสนใจสำหรับตลาดประเทศไทยคือระบบปรับอากาศ ที่ได้รับการออกแบบมาให้สามารถทำความเย็นได้เพียงพอสำหรับทุกที่นั่ง แม้กระทั่งในแถวที่สามที่มักจะเป็นปัญหาในรถ MPV หลายรุ่น ในการทดสอบครั้งนี้แม้จะไม่ได้ติดฟิล์มกรองแสง แต่แอร์ก็ยังคงทำความเย็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ สู้แดดร้อนของเมืองไทยได้อย่างสบาย นี่คืออีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Xpander HEV เหมาะสมกับการใช้งานในประเทศไทยอย่างแท้จริง
ในส่วนของการเก็บเสียง การขับขี่ด้วยความเร็วเกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อาจมีเสียงรบกวนจากลมบ้างเล็กน้อย ซึ่งคาดว่าน่าจะมาจากราวหลังคาของรุ่น Xpander Cross HEV อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบกับรุ่น Xpander HEV ปกติ จะพบว่ารุ่น HEV นั้นมีการเก็บเสียงที่ดีกว่าอย่างชัดเจน
ขุมพลังไฮบริด: หัวใจสำคัญที่เหนือกว่าคู่แข่ง
Mitsubishi Xpander HEV ใช้เครื่องยนต์รหัส 4A92 เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 1.6 ลิตร 1,590 ซีซี พร้อมระบบวาล์วแปรผัน MIVEC ให้กำลังสูงสุด 95 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 134 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละกำลังรวมทั้งระบบ 116 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 255 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า พร้อมระบบ Active Yaw Control ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพการทรงตัวขณะเข้าโค้ง
การทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นไปอย่างราบรื่น การเปลี่ยนถ่ายกำลังทำได้นุ่มนวลจนแทบไม่รู้สึก ในการขับขี่ในเมือง รถจะใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลักในการขับเคลื่อน ซึ่งช่วยประหยัดน้ำมันได้อย่างมหาศาล เมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมด เครื่องยนต์จะทำงานเพื่อชาร์จไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ หรือทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเพิ่มกำลังในการขับเคลื่อน
อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันจากการทดสอบจริงบนเส้นทางไปกลับ กรุงเทพฯ-บางแสน อยู่ที่ประมาณ 15-16 กิโลเมตรต่อลิตร สำหรับการทดสอบแบบใช้งานจริง ขับขี่ปกติ ไม่ได้เน้นการประหยัดเป็นพิเศษ ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจมากสำหรับรถยนต์ขนาดนี้ หากขับขี่แบบเน้นประหยัด คาดว่าจะทำตัวเลขได้ดีกว่านี้แน่นอน และในเมืองคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 18-19 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งเป็นผลมาจากการที่รถใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลักในการขับเคลื่อน รวมถึงมีโหมด EV ที่สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางเกือบ 10 กิโลเมตร หากแบตเตอรี่มีประจุเต็ม
โหมดการขับขี่: ความหลากหลายที่เหนือกว่าคู่แข่ง
สิ่งที่ทำให้ Mitsubishi Xpander HEV โดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่งในตลาดอย่างแท้จริงคือจำนวนและประเภทของโหมดการขับขี่ที่มีให้เลือก ซึ่งมีมากถึง 7 รูปแบบ ได้แก่
Normal Mode: โหมดมาตรฐานที่สมดุลที่สุด เหมาะสำหรับการขับขี่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ให้การตอบสนองที่ดีทั้งในเมืองและนอกเมือง
Wet Mode: โหมดสำหรับถนนเปียกลื่น ช่วยลดความเสี่ยงในการลื่นไถล โดยปรับการทำงานของระบบควบคุมการทรงตัวให้เหมาะสม
Gravel Mode: โหมดสำหรับทางลูกรัง เพิ่มเสถียรภาพการขับขี่บนพื้นผิวที่ลื่นและขรุขระ ให้ความมั่นใจในการควบคุมรถ
Tarmac Mode: โหมดสำหรับถนนลาดยาง ให้พละกำลังและการควบคุมการขับขี่ที่คล่องตัว เหมาะสำหรับการขับขี่ด้วยความเร็ว
Mud Mode: โหมดสำหรับทางโคลน เพิ่มการตอบสนองและการควบคุมที่ทรงพลังบนถนนดินโคลนสมบุกสมบัน นี่คือโหมดที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่เหนือกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน
EV Mode: โหมดขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% สำหรับการขับขี่ในระยะทางสั้นๆ ด้วยความเร็วต่ำ ช่วยประหยัดพลังงานและลดมลพิษ
EV Charge Mode: โหมดชาร์จไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ ใช้เครื่องยนต์ในการปั่นไฟเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ขณะขับขี่
ความสามารถในการใช้งานจริงของโหมดต่างๆ
หลายคนอาจสงสัยว่าโหมด Mud Mode ที่ให้มานั้นสามารถใช้งานได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาว่ารถเป็นระบบขับเคลื่อนล้อหน้า ซึ่งแตกต่างจากรถขับเคลื่อนสี่ล้อจริงๆ แต่ในการทดสอบก่อนหน้านี้ ทางมิตซูบิชิได้จัดให้มีการทดสอบในสภาพสนามจำลองที่เป็นโคลน และต้องขอบอกว่า Xpander HEV สามารถผ่านอุปสรรคไปได้แบบสบายๆ ให้ความรู้สึกเหมือนขับรถขับเคลื่อนสี่ล้อเลยทีเดียว นี่แสดงให้เห็นว่าระบบที่ให้มานั้นใช้งานได้จริงอย่างแน่นอน
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่รถสำหรับลุยแบบโหดๆ แต่หากต้องเข้าไปในพื้นที่ทุรกันดาร หรือเส้นทางที่มีสภาพพื้นผิวไม่ดี Xpander HEV คันนี้ก็สามารถเอาตัวรอดได้อย่างแน่นอน ความสามารถในการทำงานของระบบควบคุมการทรงตัวและระบบส่งกำลัง แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าของมิตซูบิชิ
สรุป: Mitsubishi Xpander HEV ตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับปี 2026
จากการทดสอบบนถนนจริง Mitsubishi Xpander HEV ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมในทุกๆ ด้าน การขับขี่ในชีวิตประจำวันมีความสะดวกสบาย ด้วยระบบไฮบริดที่ทำงานได้อย่างราบรื่นและมีโหมดให้เลือกใช้งานหลากหลายตามสภาพการขับขี่ หากใครที่ยังไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ Xpander HEV คันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีมากๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างครบถ้วน
จุดเด่นที่ทำให้ Xpander Cross HEV โดดเด