
ทัพดาวเด่น! มิตซูบิชิ ยึดเวที Motor Show 2026 ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ ด้วย XForce HEV ดีไซน์ล้ำ เทคโนโลยี e:MOTION ขับเคลื่อนเต็มพิกัด พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษส่งท้ายปี 2026
บทนำ: มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ในประเทศไทย ด้วยการนำทัพรถยนต์ไฮไลต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ประจำปี 2026 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Mitsubishi XForce HEV ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่หมดจดภายใต้แนวคิด Silky & Solid และเทคโนโลยี MITSUBISHI e:MOTION ขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเต็มระบบ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ที่ต้องการความสมดุลระหว่างสมรรถนะ ความประหยัด และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการเผยโฉม Mitsubishi Xpander HEV PLAY และ Mitsubishi Xpander Cross HEV PLAY รุ่นพิเศษที่ผลิตจำนวนจำกัด เพื่อเอาใจแฟนคลับตระกูล Xpander ที่กำลังมองหารถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่งที่เหนือกว่าใคร
ไม่เพียงเท่านั้น มิตซูบิชิยังจัดแสดงรถยนต์รุ่นยอดนิยมอื่นๆ ที่พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับช่วงปลายปี 2026 อาทิ Mitsubishi Pajero Sport Prime ยกระดับความพรีเมียมด้วยฟีเจอร์ครบครันในราคาเดิม และ Mitsubishi Triton ATHLETE ที่มาพร้อมขุมพลัง Hyper Power X2 และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD II ที่เหนือชั้นกว่าเดิม การปรากฏตัวของทัพดาวเด่นเหล่านี้ในงาน Motor Show 2026 ไม่เพียงแต่เป็นการตอกย้ำความสำเร็จในตลาด แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมิตซูบิชิในการพัฒนารถยนต์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทยได้อย่างตรงจุด พร้อมก้าวไปข้างหน้าสู่ยุคใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มภาคภูมิ
ความสำเร็จของ Mitsubishi XForce HEV กับการปฏิวัติวงการรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก
Mitsubishi XForce HEV ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษโดยทีมวิศวกรชาวไทย และผลิตที่โรงงานมิตซูบิชิ แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นฐานการผลิตสำคัญของมิตซูบิชิในภูมิภาคอาเซียน รถยนต์รุ่นนี้ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด Silky & Solid (ซิลก์กี แอนด์ โซลิด) ที่ผสานความนุ่มนวลสง่างามของเส้นสาย (Silky) เข้ากับความแข็งแกร่งสมบุกสมบัน (Solid) สะท้อนถึงการเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่พร้อมลุยในทุกสถานการณ์แต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราในการใช้งานในเมือง
ภายใต้ฝากระโปรงหน้า ขุมพลัง MITSUBISHI e:MOTION ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเต็มรูปแบบ เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ XForce HEV ก้าวข้ามขีดจำกัดของรถยนต์ในกลุ่มเดียวกัน ด้วยการทำงานร่วมกันอย่างลงตัวระหว่างเครื่องยนต์เบนซินประสิทธิภาพสูงและมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้รถยนต์รุ่นนี้สามารถมอบอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมทันใจ พร้อมอัตราการประหยัดน้ำมันเฉลี่ยสูงถึง 24.4 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์อเนกประสงค์ขนาด 5 ที่นั่ง ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับผู้ใช้งานได้อย่างมีนัยสำคัญ
ระบบขับเคลื่อน MITSUBISHI e:MOTION ยังมาพร้อมกับโหมดการขับขี่ที่หลากหลายถึง 7 รูปแบบ เพื่อตอบสนองต่อสภาพถนนและสไตล์การขับขี่ที่แตกต่างกันของผู้ขับขี่ ประกอบด้วยโหมด EV Drive, โหมด Hybrid Drive, โหมด Charge Mode, โหมด Normal Mode, โหมด Wet Mode (โหมดขับขี่บนพื้นผิวเปียก), โหมด Gravel Mode (โหมดขับขี่บนพื้นผิวลูกรัง), และโหมด Mud Mode (โหมดขับขี่บนพื้นผิวโคลน) แต่ละโหมดได้รับการปรับจูนมาเป็นพิเศษเพื่อให้มอบสมรรถนะการขับขี่ที่เหมาะสมที่สุด พร้อมด้วยเทคโนโลยี Active Yaw Control (AYC) หรือระบบควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง ซึ่งทำงานร่วมกับระบบเบรก ABS และระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ASC เพื่อช่วยควบคุมแรงบิดของแต่ละล้อ ทำให้รถยนต์สามารถเข้าโค้งได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย และแม่นยำ แม้ในสภาวะถนนที่ลื่นหรือไม่เอื้ออำนวย เทคโนโลยีนี้เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของมิตซูบิชิที่ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี ทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรู้สึกมั่นใจในทุกการเดินทาง
ด้านความปลอดภัย Mitsubishi XForce HEV มาพร้อมกับเทคโนโลยี Diamond Sense ระบบความปลอดภัยขั้นสูงที่ติดตั้งมาเป็นมาตรฐานในทุกรุ่นย่อย ประกอบด้วยระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM), ระบบไฟสูงอัตโนมัติ (AHB), ระบบเตือนการออกนอกเลน (LDW), ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) ที่ทำงานได้ตั้งแต่หยุดนิ่ง, และระบบเตือนการจอดรถด้านหน้าพร้อมระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ (Ultrasonic Misacceleration Mitigation System: UMS) นอกจากนี้ ยังมีระบบเตือนจุดอับสายตา (BSW), ระบบเตือนการถอยหลังพร้อมระบบเบรกอัตโนมัติ (RCTA), และกล้องมองภาพรอบคัน Multi Around Monitor พร้อมมุมมอง 360 องศา ที่ช่วยให้การจอดรถในที่แคบเป็นเรื่องง่ายดาย ส่วนรุ่นท็อป Ultimate X ยังเพิ่มความพิเศษด้วยระบบเสียง Dynamic Sound Yamaha Premium ลำโพง 8 จุด พร้อมซับวูฟเฟอร์ และ Active Sound Control ที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพเสียงให้ดียิ่งขึ้นตามความเร็วในการขับขี่
การออกแบบภายในห้องโดยสารของ XForce HEV ได้รับการออกแบบให้มีความกว้างขวางนั่งสบายด้วยเบาะนั่ง 5 ที่นั่ง พร้อมการออกแบบคอนโซลหน้าให้ความรู้สึกพรีเมียมและโอบล้อมผู้ขับขี่ (Cockpit feel) หน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง และระบบ Ambient Light ที่สามารถปรับเปลี่ยนสีได้ 3 เฉดสีเพื่อสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารที่ผ่อนคลาย นอกจากนี้ ยังมีระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมแผ่นกรองอากาศ Nanoe-G ที่ช่วยขจัดแบคทีเรียและไวรัส เพิ่มความมั่นใจในสุขอนามัยตลอดการเดินทาง
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์: สุนทรียภาพแห่งการเดินทางที่เหนือกว่าด้วยรุ่นพิเศษ HEV PLAY
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความอเนกประสงค์ของตระกูล Mitsubishi Xpander และกำลังมองหารถยนต์ที่ผสมผสานความสปอร์ตพรีเมียมเข้ากับเทคโนโลยีฟูลไฮบริด มิตซูบิชิได้นำเสนอ Mitsubishi Xpander HEV PLAY และ Mitsubishi Xpander Cross HEV PLAY รุ่นพิเศษจำกัดจำนวน ซึ่งเป็นรุ่นที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากความสำเร็จของ Xpander HEV ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ โดยทั้งสองรุ่นยังคงไว้ซึ่งคุณสมบัติเด่นของตระกูล Xpander ทั้งความกว้างขวางของห้องโดยสารที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 7 ที่นั่ง ความสะดวกสบายในการใช้งาน และสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น แต่ได้รับการเพิ่มความพิเศษในด้านการออกแบบและฟีเจอร์ต่างๆ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างและน่าประทับใจยิ่งขึ้น
Mitsubishi Xpander HEV PLAY มาพร้อมกับดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่นด้วยชุดแต่งสปอร์ตพรีเมียมรอบคัน กันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ สเกิร์ตข้าง ล้ออัลลอยดีไซน์พิเศษ และกระจังหน้าสีดำเงา ที่เสริมให้ตัวรถดูสปอร์ตและโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยโทนสีดำสลับแดง พร้อมวัสดุคุณภาพสูงที่ให้ความรู้สึกพรีเมียม เบาะนั่งหุ้มหนังสลับผ้าสีดำตัดขอบแดง พร้อมระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ระบบชาร์จไร้สาย และระบบชาร์จ USB Type-C ที่ตอบโจทย์การใช้งานในยุคดิจิทัล
ส่วน Mitsubishi Xpander Cross HEV PLAY ได้รับการออกแบบให้มีความบึกบึนและพร้อมลุยมากยิ่งขึ้น ด้วยชุดแต่งสไตล์ SUV รอบคัน รางหลังคา การ์ดกันกระแทก และล้ออัลลอยดีไซน์พิเศษที่มีขนาดใหญ่ขึ้น