
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย: ขับเคลื่อนอนาคตด้วยนวัตกรรมและความยั่งยืน ก้าวสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ
ในโลกยานยนต์ที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มสูงขึ้นทุกขณะ แบรนด์ระดับตำนานอย่าง เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับความสำเร็จในอดีต แต่กลับก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ในขณะเดียวกันก็ตระหนักถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2023 ที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและศักยภาพในการเติบโตอย่างน่าประทับใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการขยายตัวในกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งนับเป็นทิศทางสำคัญของแบรนด์ทั่วโลก
การเติบโตที่แข็งแกร่ง: ภาพรวมตลาดไทยและกลยุทธ์สู่ยุค Electric Vehicle
มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดเผยตัวเลขที่น่าภาคภูมิใจ ยืนยันถึงความสำเร็จในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2023 โดยระบุว่า ยอดขายรวมทั่วโลกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ที่ 1,019,200 คัน เติบโตขึ้น 5% และส่วนสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตนี้คือกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ที่มียอดขายสูงถึง 102,600 คัน หรือเติบโตขึ้นกว่า 121% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาลสำหรับยนตรกรรมที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์
สำหรับตลาดในประเทศไทย ผลประกอบการก็สดใสไม่แพ้กัน โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย สามารถสร้างการเติบโตได้ถึง 6% ปิดยอดจดทะเบียนครึ่งปีแรกไปกว่า 7,700 คัน ตัวเลขนี้เป็นผลลัพธ์โดยตรงจากการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่หลากหลายและตอบโจทย์ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนกลยุทธ์การดำเนินงานที่มุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในทุกกลุ่ม
ก้าวต่อไปที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือการเดินหน้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างเต็มรูปแบบ โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้ตอกย้ำความมุ่งมั่นด้วยการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ต่อเนื่องจากความสำเร็จของ EQS และ EQB สองรุ่นแรกที่เปิดตัวไปแล้ว แผนงานสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้นภายใน 6 สัปดาห์ข้างหน้า คือการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 100% เพิ่มอีก 2 รุ่น โดยจะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในตลาดและนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายให้กับผู้บริโภค
ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อยกระดับประสบการณ์และความสะดวกสบายให้กับลูกค้า เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการที่สามารถจำหน่ายและให้บริการรถยนต์ไฟฟ้า 100% ให้ครอบคลุมกว่า 30 สาขาทั่วประเทศแล้ว ซึ่งหมายความว่าลูกค้าทั่วประเทศจะสามารถเข้าถึงยนตรกรรมไฟฟ้าแห่งอนาคต และรับบริการหลังการขายได้อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันก็ยังให้ความสำคัญกับ เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญสำหรับผู้บริโภคที่กำลังพิจารณาการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า โดยรถปลั๊กอินไฮบริดเจเนอเรชั่นใหม่ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ สามารถวิ่งด้วยระบบไฟฟ้าได้ไกลกว่า 100 กิโลเมตร ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันของคนไทยส่วนใหญ่ และสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไกล ก็ยังคงสามารถใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในได้อย่างไร้กังวลเรื่องระยะทางและการหาจุดชาร์จไฟ
The New GLC: มาตรฐานใหม่ของ SUV หรู พลังงานไฟฟ้า และความอเนกประสงค์
หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนในครึ่งปีหลังของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย คือการเปิดตัว The new GLC เจเนอเรชั่นที่ 3 ซึ่งเป็น SUV ยอดนิยมของแบรนด์ โดยในครั้งนี้มาพร้อมกับเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดที่พัฒนาไปอีกขั้น และผลิตขึ้นในประเทศภายใต้รุ่น GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic การตัดสินใจทำ Local Production สำหรับรถยนต์รุ่นสำคัญนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการตอบสนองตลาดไทย และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงง่ายขึ้น
The new GLC เจเนอเรชั่นที่ 3 นี้ ยังคงสืบทอด DNA ความเป็น SUV ที่สมบูรณ์แบบมาจากรุ่นพี่อย่าง GLK (เปิดตัวปี 2008) และ GLC เจเนอเรชั่นก่อนหน้า (ปี 2015) โดยยังคงจุดแข็งด้านความหรูหรา สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม และดีไซน์ที่ทันสมัย ผสานกับขีดความสามารถในการขับขี่ทั้งแบบ On-Road และ Off-Road ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ GLC ประสบความสำเร็จอย่างสูงมาตลอด ด้วยยอดขายรวมกว่า 2.6 ล้านคันทั่วโลก และกลายเป็นโมเดลที่ขายดีที่สุดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
ภายใต้คอนเซ็ปต์ “READY FOR IT” The new GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น
ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4: ประสิทธิภาพและความยั่งยืนที่เหนือกว่า
หัวใจของ The new GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic คือเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4 ซึ่งเป็นการผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์สันดาปภายในและมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างลงตัวและมีประสิทธิภาพสูงสุด มอบสมรรถนะที่ทรงพลังยิ่งขึ้น พร้อมระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้าที่ยาวนานจนน่าประทับใจ
ระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าที่ไกลขึ้น: ด้วยแบตเตอรี่แรงดันสูงที่มีความจุ 31.2 kWh ทำให้ The new GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic สามารถทำระยะทางสูงสุดถึง 120 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP ซึ่งเป็นระยะทางที่เพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันของคนส่วนใหญ่ได้อย่างสบายๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปทำงาน การรับส่งบุตรหลาน หรือแม้กระทั่งการเดินทางระยะสั้นออกนอกเมือง
ประสิทธิภาพการชาร์จที่หลากหลาย: เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดรุ่นล่าสุดนี้รองรับการชาร์จพลังงานไฟฟ้าได้ทั้งแบบ DC Charge สูงสุด 60 kWh และ AC Charge สูงสุด 11 kWh ทำให้ผู้ใช้งานมีความยืดหยุ่นในการเลือกวิธีการชาร์จที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และความสะดวกสบาย
สมรรถนะที่เหนือกว่า: การทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ได้รับการปรับปรุง ทำให้รุ่นนี้มอบสมรรถนะที่เฉียบคม การตอบสนองที่รวดเร็ว และการขับขี่ที่นุ่มนวล
เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำสมัย: เพื่อประสบการณ์การขับขี่และความปลอดภัยสูงสุด
นอกเหนือจากขุมพลังอันน่าประทับใจ The new GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic ยังอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมอันล้ำสมัย เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบาย ปลอดภัย และเชื่อมต่อได้ตลอดเวลา:
การออกแบบ Sensual Purity: การออกแบบภายนอกยังคงยึดตามปรัชญา Sensual Purity ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งเป็นการผสมผสานความสปอร์ต ความหรูหรา และเส้นสายที่สง่างามได้อย่างลงตัว
ระบบ MBUX รุ่นล่าสุด: ระบบอินโฟเทนเมนท์ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) ได้รับการอัพเกรดให้มีความสามารถมากขึ้น พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ที่ใช้งานง่าย และการสั่งงานด้วยเสียงที่ชาญฉลาด
ระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง: ติดตั้งระบบความปลอดภัยขั้นสูงมากมาย เพื่อช่วยลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ และเพิ่มความปลอดภัยในทุกสภาวะการขับขี่ เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Active Distance Assist DISTRONIC), ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Active Parking Assist) พร้อมกล้องรอบคัน 360 องศา, ระบบเตือนเมื่อมีวัตถุอยู่ในจุดอับสายตา (Active Blind Spot Assist) และระบบอื่นๆ อีกมากมาย
การเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ: รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน Apple CarPlay และ Android Auto อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมบริการ Mercedes me connect ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมและตรวจสอบรถยนต์ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนได้
การรับประกันแบตเตอรี่: ความมั่นใจที่มาพร้อมกับความยั่งยืน
เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่เลือกใช้รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพของแบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery) สำหรับรุ่น GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic เป็นระยะเวลา 10 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง (Unlimited mileage 10-year warranty for HV Battery) ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่อความยั่งยืนในระยะยาว และแสดงถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพของผลิตภัณฑ์
GLC 220 d 4MATIC Avantgarde: อีกทางเลือกแห่งสมรรถนะและความประหยัด
นอกจากรุ่นปลั๊กอินไฮบริดแล้ว เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังได้นำเสนอ GLC 220 d 4MATIC Avantgarde เข้าสู่ตลาด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการ SUV ขนาดกลางที่ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลที่ทรงพลังแต่ประหยัดน้ำมัน
ขุมพลัง Mild Hybrid: มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล OM654M แบบ 4 สูบเรียง ขนาด 1,993 ซีซี ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ ISG (Integrated starter generator) ระบบ Mild Hybrid 48V ช่วยเพิ่มสมรรถนะ เสริมแรงบิดขณะออกตัว และเพิ่มความนุ่มนวลในการสตาร์ทเครื่องยนต์
พละกำลังและสมรรถนะ: ให้กำลังสูงสุด 197 แรงม้า สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 8 วินาที จับคู่กับระบบเกียร์ 9G-TRONIC ทำให้การขับขี่ราบรื่นและประหยัดน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความอเนกประสงค์: ยังคงคุณสมบัติเด่นของ GLC ในด้านการเป็น SUV ที่เหมาะกับการขับขี่ทั้งในเมืองและนอกเมือง สามารถรองรับการใช้งานในรูปแบบ On-Road และ Off-Road ได้อย่างสบาย
EQE 350 4MATIC SUV Electric Art: สัมผัสประสบการณ์ SUV ไฟฟ้า 100%
สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า 100% อย่างแท้จริง เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้นำเสนอ EQE 350 4MATIC SUV Electric Art ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของตระกูล EQE SUV ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
พิสัยการขับขี่ที่ยาวนาน: ด้วยแบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 89 kWh ทำให้ EQE 350 4MATIC SUV สามารถวิ่งได้ไกลกว่า 558 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP ตอบโจทย์การเดินทางระยะไกลได้อย่างสบายใจ
ประสิทธิภาพการชาร์จที่รวดเร็ว: รองรับ DC Charge สูงสุด 170 kWh ทำให้สามารถชาร์จจาก 10 – 80% ได้ภายในเวลาเพียง 32 นาที และ AC Charge สูงสุด 11 kWh
สมรรถนะที่ทรงพลัง: ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ มอบกำลังสูงสุด 292 แรงม้า และแรงบิด 765 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาเพียง 6.6 วินาที
GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic: นิยามใหม่ของ SUV สุดหรู
สำหรับผู้ที่มองหายานยนต์ SUV ขนาดใหญ่ที่ผสานความหรูหรา สมรรถนะที่ทรงพลัง และความสะดวกสบายได้อย่างลงตัว GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic คือคำตอบ
ดีไซน์ที่ทรงพลัง: มาพร้อมดีไซน์ภายนอกที่แข็งแกร่ง และภายในที่หรูหราตามสไตล์ AMG
ขุมพลังที่เหนือชั้น: เครื่องยนต์ดีเซล OM654M ผสานระบบ Mild Hybrid 48V ให้กำลังสูงสุด 269 แรงม้า พร้อมอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 6.9 วินาที
เทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบาย: ระบบช่วงล่างที่ปรับให้เข้ากับการขับขี่ทุกรูปแบบ และระบบอินโฟเทนเมนท์ที่ทันสมัย
C 220 d AMG Line: ซีดานยอดนิยมที่ผสานความสปอร์ตและความประหยัด
ปิดท้ายด้วย C 220 d AMG Line ซีดานยอดนิยมที่ได้รับการปรับปรุงให้มีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ดีไซน์สปอร์ต: โดดเด่นด้วยชุดแต่ง AMG Line ทั้งภายนอกและภายใน เพิ่มความโฉบเฉี่ยวและดุดัน
ขุมพลังและประสิทธิภาพ: เครื่องยนต์ดีเซล OM654M พร้อมระบบ Mild Hybrid 48V ให้กำลัง 197 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 7.3 วินาที พร้อมความประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยม
เทคโนโลยีความปลอดภัย: เพียบพร้อมด้วยระบบความปลอดภัยขั้นสูงที่ช่วยเพิ่มความอุ่นใจในการขับขี่
Motor Expo 2023: “FUTURE FOR ALL” – ก้าวสู่ความเท่าเทียมในการเข้าถึงนวัตกรรม
ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 (Motor Expo 2023) เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้นำเสนอแนวคิด “FUTURE FOR ALL” ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจของแบรนด์ในการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม การออกแบบบูธที่ยึดหลัก Universal Design โดยปราศจากทางต่างระดับ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงและสัมผัสกับนวัตกรรมของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ใช้วีลแชร์ ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีข้อจำกัดทางร่างกาย
นอกจากยนตรกรรมที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังได้จัดแสดงอุปกรณ์เสริมใหม่ล่าสุด อย่าง Mercedes-Benz Drive Recorder 360 องศา ซึ่งเป็นกล้องบันทึกเหตุการณ์รอบคันรถที่มีความละเอียดสูง ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจในการเดินทาง
เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ไม่เพียงแต่จำหน่ายยนตรกรรมระดับพรีเมียม แต่ยังมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์อนาคตแห่งการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน ทันสมัย และเข้าถึงได้สำหรับทุกคน ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นวัตกรรมล้ำสมัย และการบริการที่เหนือระดับ เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าชาวไทย
พบกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ยนตรกรรมแห่งอนาคตที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมข้อเสนอพิเศษที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ หรือที่งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 (Motor Expo 2023) ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2566 เพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร และก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งยานยนต์ไปพร้อมกับเรา