![Part 2: N2809207_อยากได ผ วเพ อนบ าน [ตอนจบ] | Đọc Báo Online16](https://newsthailan.tfvp.org/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260923_093936.jpg)
มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี (Mitsubishi XFORCE HEV) เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เป็นครั้งแรกของโลกในตระกูล XFORCE กับเทคโนโลยี Full Hybrid (ฟูลไฮบริด) ที่ผสมผสานสมรรถนะอันทรงพลังเข้ากับความประหยัดน้ำมันอย่างลงตัว โดยบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จำกัด ได้เริ่มส่งมอบรถยนต์รุ่นนี้ให้กับลูกค้าที่จองไว้แล้วตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา
การเปิดตัว XFORCE HEV ครั้งนี้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของมิตซูบิชิในการนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนไทยยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวที่มองหารถอเนกประสงค์ที่ครบครันทั้งดีไซน์ ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีล้ำสมัย
การตอบรับอย่างล้นหลามหลังเปิดตัว
Mr. Takao Kato ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ได้เปิดเผยว่า หลังจากเปิดตัว All-New Mitsubishi XFORCE HEV ไปเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 ผลตอบรับจากตลาดไทยดีเกินคาด โดยมียอดจองทะลุเป้าไปถึง 1,800 คัน ภายในเวลาอันสั้น
ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์มิตซูบิชิ และความต้องการรถยนต์ที่ผสมผสานเทคโนโลยีไฮบริดเข้ากับดีไซน์ที่โดดเด่น ซึ่งตรงกับความคาดหวังของตลาดไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานทางเลือกอย่างเต็มรูปแบบ
ดีไซน์ภายนอกที่โฉบเฉี่ยวและทรงพลัง
All-New Mitsubishi XFORCE HEV มาพร้อมแนวคิดการออกแบบ “Dynamic Shield” ที่เป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ ผสานความแข็งแกร่งแบบรถ SUV เข้ากับความลู่ลมของรถสปอร์ตซีดาน
กระจังหน้าขนาดใหญ่ โดดเด่นด้วยดีไซน์ 3 มิติ พร้อมไฟ DRL แบบ LED ที่เรียวยาว ดูทันสมัยและดุดัน
ไฟหน้า LED ดีไซน์ใหม่ แยกส่วนบน-ล่าง มอบทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยมในทุกสภาพอากาศ
เส้นสายตัวถัง ที่เน้นความบึกบึน แต่ยังคงความคล่องตัวด้วยมิติตัวถังที่เหมาะสมกับการขับขี่ในเมือง
ล้ออัลลอย ดีไซน์ทูโทน ขนาดใหญ่ 18 นิ้ว เพิ่มความสปอร์ตและสมรรถนะการยึดเกาะถนน
ห้องโดยสารที่กว้างขวางและสะดวกสบาย
ภายในห้องโดยสารของ XFORCE HEV ได้รับการออกแบบให้เป็น “Silent Cabin” ที่เน้นความเงียบสงบและผ่อนคลาย มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่ารถในระดับเดียวกัน
พื้นที่กว้างขวาง รองรับผู้โดยสาร 5 ที่นั่งได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยเบาะนั่งที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์
วัสดุคุณภาพสูง การตกแต่งภายในใช้วัสดุคุณภาพดี เช่น หนังแท้ และวัสดุสัมผัสนุ่มในบริเวณที่ผู้โดยสารสัมผัสบ่อย
หน้าจอแสดงผลแบบ Dual Screen ประกอบด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว สำหรับระบบ Infotainment และหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 8 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลสำคัญอย่างชัดเจน
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมแผ่นกรองอากาศ PM2.5 และระบบฟอกอากาศ เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้โดยสาร
สมรรถนะการขับขี่แบบ Full Hybrid
หัวใจสำคัญของ All-New Mitsubishi XFORCE HEV คือระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด ที่ผสมผสานเครื่องยนต์เบนซิน MIVEC ขนาด 1.6 ลิตร เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง ให้สมรรถนะที่เร้าใจพร้อมความประหยัดน้ำมันที่เหนือกว่า
ระบบขับเคลื่อนไฮบริด ทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาด โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนที่ความเร็วต่ำ และประสานกำลังกับเครื่องยนต์ที่ความเร็วสูง
อัตราเร่งทันใจ ด้วยแรงบิดของมอเตอร์ไฟฟ้าที่พร้อมใช้งานทันที ทำให้การออกตัวและการเร่งแซงเป็นไปอย่างนุ่มนวลและทรงพลัง
โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ เพื่อให้เหมาะสมกับทุกสภาพถนน ทั้ง Normal, Wet, Gravel, Tarmac, Mud, EV Priority, และ Charge Mode
ระบบ Regenerative Braking ช่วยชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ขณะชะลอความเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน
เทคโนโลยีความปลอดภัยที่เหนือระดับ
มิตซูบิชิให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก โดย XFORCE HEV ได้รับการติดตั้งระบบความปลอดภัยขั้นสูง Advanced Safety Systems ที่ทำงานร่วมกันเพื่อปกป้องผู้โดยสารในทุกสถานการณ์
ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM) ตรวจจับวัตถุด้านหน้าและส่งสัญญาณเตือน หากผู้ขับขี่ไม่ตอบสนอง ระบบจะช่วยเบรกอัตโนมัติ
ระบบควบคุมการเลื่อนรถอัตโนมัติ (ACC) ช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าโดยอัตโนมัติ เพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ทางไกล
ระบบเตือนมุมอับสายตา (BSW) แจ้งเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน
ระบบเตือนการถอยหลังพร้อมตรวจจับวัตถุด้านหลัง (RCTA) ช่วยป้องกันอุบัติเหตุขณะถอยรถ
การผลิตในประเทศไทยเพื่อตลาดอาเซียน
การผลิต All-New Mitsubishi XFORCE HEV ที่โรงงานแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เป็นการยกระดับบทบาทของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตยานยนต์ไฮบริดของมิตซูบิชิในภูมิภาคอาเซียน โรงงานแห่งนี้ได้รับการอัปเกรดเทคโนโลยีการผลิตให้ทันสมัย เพื่อรองรับการผลิตรถยนต์ที่ซับซ้อนอย่างรถยนต์ไฮบริด
การผลิตในประเทศยังช่วยลดระยะเวลาการรอคอยของลูกค้า และสร้างความมั่นใจว่าจะสามารถส่งมอบรถได้ตามความต้องการ รวมถึงการสร้างงานและสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะยาว
การรับประกันและการดูแลลูกค้า
เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า มิตซูบิชิได้ขยายการรับประกันสำหรับรถยนต์ไฮบริด ดังนี้
รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
รับประกันระบบขับเคลื่อนไฮบริด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด ปีที่ 6-10 ไม่จำกัดระยะทาง
ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี
บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี พร้อมประกันภัยชั้น 1 ฟรี 1 ปี
ความมุ่งมั่นต่อประเทศไทยในระยะยาว
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส มีประวัติการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาอย่างยาวนานกว่า 60 ปี และยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย บริษัทฯ พร้อมที่จะสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ของประเทศไทย โดยการนำเสนอเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกที่หลากหลาย และปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
สีตัวถังและราคาจำหน่าย
All-New Mitsubishi XFORCE HEV มีสีตัวถังให้เลือก 5 สี ได้แก่
สีขาว White Diamond (สีใหม่)
สีเงิน Blade Silver Metallic
สีเทา Graphite Gray Metallic
สีดำ Jet Black Mica
สีเขียว Green Bronze Metallic (สำหรับรุ่น XFORCE Cross HEV เท่านั้น)
ราคาจำหน่าย (แนะนำช่วงเปิดตัว):
Mitsubishi XFORCE HEV: เริ่มต้นที่ 912,000 บาท
Mitsubishi XFORCE Cross HEV: เริ่มต้นที่ 946,000 บาท
ราคาจำหน่ายปกติ:
Mitsubishi XFORCE HEV: 933,000 บาท
Mitsubishi XFORCE Cross HEV: 961,000 บาท
ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้า
เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเปิดตัว มิตซูบิชิได้มอบข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จอง All-New XFORCE HEV ในช่วงเปิดตัว ดังนี้
ดอกเบี้ยพิเศษ 0% (ดาวน์ 25%, ผ่อน 48 เดือน)
ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี
รับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 100,000