
การส่งมอบ Mitsubishi XFORCE HEV ใหม่! หลังกวาดยอดจองท่วมท้น 1,80SEDAN40 คัน ท้าชน EV จีน คาดการณ์ตลาดปี 2026
มร.ทาคาโอะ คาโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยถึงความสำเร็จครั้งสำคัญหลังการเปิดตัว All-New Mitsubishi XFORCE HEV หรือ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยล่าสุดบริษัทได้เริ่มจัดส่งรถยนต์รุ่นดังกล่าวให้กับลูกค้ากลุ่มแรกอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2568 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการผลิตและการบริหารจัดการซัพพลายเชนที่ยอดเยี่ยมของโรงงานแหลมฉบังของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ซึ่งทำหน้าที่เป็นฐานการผลิตหลักสำหรับตลาดอาเซียนและตลาดโลก
ภายในระยะเวลาอันสั้นหลังการเปิดตัว All-New Mitsubishi XFORCE HEV ได้รับกระแสตอบรับอย่างท่วมท้นจากผู้บริโภคชาวไทย ด้วยยอดจองสะสมทะลุเป้าถึง 1,840 คัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่งในตลาดรถยนต์คอมแพ็กต์เอสยูวีที่มีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ XFORCE HEV ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วนี้ มาจากการตอบโจทย์ Pain Point และความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านดีไซน์ที่ดูทันสมัย โดดเด่น และทรงพลัง ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์การออกแบบรถยนต์เอสยูวีในปัจจุบันที่เน้นความสปอร์ตและความพรีเมียม ขณะเดียวกันก็ยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของครอบครัวสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว
พื้นที่ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้มีความกว้างขวางและสะดวกสบายเป็นพิเศษ โดยสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 5 คนได้อย่างไม่อึดอัด แม้จะเป็นรถยนต์ในกลุ่มคอมแพ็กต์เอสยูวี ซึ่งมักจะมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ การออกแบบภายในยังเน้นความเงียบสงบและผ่อนคลาย ด้วยการนำเทคโนโลยีการเก็บเสียงและดูดซับเสียงรบกวนมาใช้ในจุดสำคัญต่างๆ ทั่วทั้งตัวรถ ซึ่งช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้โดยสารได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ แตกต่างจากคู่แข่งในตลาด
นอกจากความโดดเด่นด้านดีไซน์และพื้นที่ภายในแล้ว สมรรถนะการขับขี่ของ All-New Mitsubishi XFORCE HEV ยังเป็นอีกหนึ่งจุดขายสำคัญที่สร้างความประทับใจให้กับลูกค้า ด้วยเอกลักษณ์ของระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด (HEV) ที่ผสานการทำงานอย่างลงตัวระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร DOHC MIVEC 16 วาล์ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านอัตราเร่งที่ทรงพลังและไหลลื่นไม่มีสะดุด ตอบสนองต่อการขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยม มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงขนาด 85 กิโลวัตต์ พร้อมแรงบิดสูงสุด 255 นิวตัน-เมตร สามารถตอบสนองต่อการออกตัวและการเร่งแซงได้อย่างทันใจ สร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานและเร้าใจ ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาความเงียบสงบในการทำงาน ซึ่งเป็นคุณสมบัติเด่นของรถยนต์ไฟฟ้า
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ XFORCE HEV ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง คือ อัตราการประหยัดน้ำมันที่โดดเด่นในกลุ่มรถยนต์ระดับเดียวกัน ด้วยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากความสำเร็จของรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEVs) ทำให้รถสามารถทำงานได้หลากหลายรูปแบบการขับขี่ ทั้งในโหมด EV (พลังงานไฟฟ้า 100%), โหมดไฮบริด, และโหมด Regenerative Braking ซึ่งช่วยชาร์จไฟกลับขณะเบรก ระบบจัดการพลังงานจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการขับขี่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์โดยอัตโนมัติ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้พลังงาน ข้อมูลทางเทคนิคแสดงให้เห็นว่า XFORCE HEV มีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีขึ้นกว่ารุ่นเครื่องยนต์สันดาปเดิมอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการขับขี่ในเมือง ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่รถยนต์ไฟฟ้ามีประสิทธิภาพสูงสุด
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น มีความภาคภูมิใจในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาอย่างยาวนานกว่า 60 ปี โดยได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากรัฐบาลไทยและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ซึ่งทำให้บริษัทฯ มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการเติบโตและพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมาโดยตลอด การผลิต All-New Mitsubishi XFORCE HEV ที่โรงงานแหลมฉบังของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย นอกจากนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศไทยอย่างจริงจัง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐในการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
หนึ่งในความสำเร็จที่สำคัญที่สุดของ All-New Mitsubishi XFORCE HEV คือการได้รับคะแนนสูงสุดระดับ 5 ดาว จากการประเมินมาตรฐานความปลอดภัยยานยนต์ของอาเซียน หรือ ASEAN NCAP ประจำปี 2024 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ครอบคลุมการทดสอบสมรรถนะด้านความปลอดภัยของรถยนต์ใหม่ในภูมิภาคอาเซียน การได้รับคะแนนสูงสุดนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในการผลิตรถยนต์ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดให้กับผู้บริโภค ไม่เพียงแต่ในประเทศไทย แต่รวมถึงในตลาดอื่นๆ ทั่วโลก นอกจากนี้ XFORCE HEV ยังได้รับคะแนนเท่ากันกับรุ่นเครื่องยนต์เบนซินที่เปิดตัวในช่วงต้นปี 2567 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความคงเส้นคงวาในด้านคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์
การเปิดตัว All-New Mitsubishi XFORCE HEV ถือเป็นการตอกย้ำถึงกลยุทธ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในการรุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์ทางเลือกในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดรถยนต์ที่สำคัญที่สุดในภูมิภาค การนำเสนอรถยนต์ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัย สมรรถนะโดดเด่น และราคาที่สามารถแข่งขันได้ จะช่วยเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดให้กับบริษัทฯ และตอบสนองความต้องการของตลาดที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
การส่งมอบ XFORCE HEV ให้กับลูกค้ากลุ่มแรกอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม 2568 เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับตลาดรถยนต์ไทย โดยแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการผลิตและการบริหารจัดการซัพพลายเชนที่ยอดเยี่ยมของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญในการแข่งขันกับผู้ผลิตรถยนต์ EV จีน ที่เริ่มเข้ามาครองส่วนแบ่งตลาดอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หากมิตซูบิชิสามารถรักษาอัตราการส่งมอบที่รวดเร็วและต่อเนื่องได้ ก็อาจมีโอกาสแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจาก EV จีน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทย
สำหรับแนวโน้มตลาดรถยนต์ไทยในปี 2026 คาดการณ์ว่าตลาดจะยังคงมีการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์ทางเลือก ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากนโยบายของภาครัฐในการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า และความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตรถยนต์ดั้งเดิม เช่น มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ก็ยังคงมีข้อได้เปรียบในด้านคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และเครือข่ายการบริการหลังการขาย ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค
การที่ All-New Mitsubishi XFORCE HEV ได้รับการผลิตในประเทศไทย ยังเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่นและสร้างงานให้กับคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตรถยนต์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส การผลิตรถยนต์ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยเช่นนี้ ยังช่วยยกระดับทักษะและความรู้ความสามารถของบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมในระยะยาว
โดยสรุป การเปิดตัวและส่งมอบ All-New Mitsubishi XFORCE HEV ที่ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ มิตซูบิช