
มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส ไฮบริด 2026: ดีไซน์ดุดัน ขับเคลื่อนฟูลไฮบริด ประสบการณ์ใหม่ที่เกินคาด
มร. ทาคาโอะ คาโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ประกาศความสำเร็จในการเริ่มจัดส่ง All-New Mitsubishi XFORCE HEV หรือ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา รถยนต์รุ่นใหม่นี้ผลิตขึ้นที่โรงงานแหลมฉบังของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ซึ่งเป็นฐานการผลิตสำคัญสำหรับตลาดโลก
All-New Mitsubishi XFORCE HEV เป็นรถยนต์ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด (HEV) รุ่นที่สองของมิตซูบิชิ ที่ตามรอยความสำเร็จของ Mitsubishi Xpander HEV ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ผลตอบรับจากตลาดเกินความคาดหมาย ด้วยยอดจองสูงถึง 1,800 คัน ภายในระยะเวลาอันสั้นหลังเปิดตัวในวันที่ 20 มีนาคม 2568 แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและแรงปรารถนาของตลาดที่มีต่อรถยนต์รุ่นใหม่นี้
การออกแบบที่โดดเด่นและเทคโนโลยีที่เหนือกว่า ทำให้ Mitsubishi XFORCE HEV กลายเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า การออกแบบภายนอกที่ทันสมัยและทรงพลัง ตอบโจทย์การใช้งานของรถ SUV ได้อย่างลงตัว ขณะที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง รองรับผู้โดยสาร 5 คนได้อย่างสะดวกสบาย แม้จะเป็นรถยนต์ประเภทคอมแพ็กต์ SUV นอกจากนี้ สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น ทั้งอัตราเร่งที่เร้าใจ เสียงการทำงานที่เงียบสงบ และอัตราการประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยม ทำให้ Mitsubishi XFORCE HEV เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาดรถยนต์ปัจจุบัน
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เตรียมทยอยส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้าตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จนี้ตอกย้ำถึงบทบาทสำคัญของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตและส่งออกรถยนต์ของมิตซูบิชิในภูมิภาคอาเซียน
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาอย่างยาวนานกว่า 60 ปี ด้วยการสนับสนุนจากภาครัฐ บริษัทฯ มีส่วนร่วมในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศ และมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยต่อไป พร้อมเดินหน้าดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศไทยอย่างจริงจัง
ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ได้รับการประเมินมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จาก ASEAN NCAP 2024 แสดงให้เห็นถึงความปลอดภัยที่เหนือกว่ามาตรฐานในระดับภูมิภาค ผลการประเมินนี้สอดคล้องกับรุ่นเครื่องยนต์เบนซินที่ได้รับคะแนนสูงสุดเช่นกันในช่วงต้นปี 2567
Mitsubishi Motors (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น) เปิดตัวรถยนต์ฟูลไฮบริดใหม่! Mitsubishi Xpander HEV (มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี) และ Xpander Cross HEV (เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี) ครั้งแรกของโลกในประเทศไทย ยนตรกรรมครอบครัว 7 ที่นั่งขนาดเล็กที่มาพร้อมระบบ Full Hybrid ผสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ได้อย่างลงตัว
Mitsubishi Xpander HEV เปิดตัวครั้งแรกของโลกในประเทศไทย ราคาจำหน่ายเริ่มต้น 912,000 – 946,000 บาท
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด (Full Hybrid) ผสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ได้อย่างสมบูรณ์ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า ด้วย 3 สุดยอดเทคโนโลยีจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ให้ทั้งพลังและความมั่นใจในทุกเส้นทาง ด้วย Mitsubishi e:MOTION
Mitsubishi Xpander HEV เป็นรถยนต์ครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ที่ผสมผสานรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวสะดุดตากับสมรรถนะการขับขี่แบบ SUV ได้อย่างลงตัว ยนตรกรรมรุ่นนี้เปิดตัวครั้งแรกในประเทศอินโดนีเซียเมื่อปี 2560 ก่อนที่จะขยายตลาดสู่ภูมิภาคอาเซียน ลาตินอเมริกา ตะวันออกกลาง และตลาดอื่นๆ ทั่วโลก ต่อมา Mitsubishi Xpander Cross ได้เปิดตัวในปี 2562
ตระกูล Xpander ถือเป็นยนตรกรรมรุ่นสำคัญเชิงกลยุทธ์ระดับโลกของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัท ด้วยยอดขายรวมกว่า 130,000 คัน ทั่วโลกในปีงบประมาณ 2565 เป็นรุ่นที่มียอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 3 ต่อจาก Mitsubishi Triton และ Mitsubishi Outlander มียอดขายสะสมรวมกว่า 650,000 คัน นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรก
สำหรับประเทศไทย มียอดขายสะสมของ Mitsubishi Xpander สูงกว่า 64,000 คัน นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อเดือนสิงหาคม 2561 ตอกย้ำความนิยมในตลาดไทย
รถยนต์ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดรุ่นใหม่ทั้งสองรุ่น ผสานระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าและเทคโนโลยีระบบควบคุมการขับเคลื่อนอันเป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
ไฮไลท์สำคัญ: Mitsubishi e:MOTION
ประสบการณ์ขับขี่ใหม่เหนือระดับ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง และมั่นใจในทุกเส้นทาง ด้วยการทำงานที่สมบูรณ์ของ 3 สุดยอดเทคโนโลยีจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส:
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด (HEV System): มอบการขับขี่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและน่าตื่นเต้นเร้าใจ ด้วยความคล่องตัวจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากความสำเร็จของระบบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)
โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode): พัฒนาขึ้นใหม่เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับโหมดการขับขี่ได้ตามต้องการ มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ปลอดภัย มั่นใจได้ในทุกเส้นทาง ลุยได้ในทุกสภาพถนน
ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC): เทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส มอบการขับขี่ที่ปลอดภัย มั่นใจ และควบคุมได้อย่างคล่องตัว โดยเฉพาะขณะเข้าโค้ง
ภาพรวมผลิตภัณฑ์ (สเปกรถยนต์ที่จำหน่ายในไทย)
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด (HEV System): มอบการขับขี่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและน่าตื่นเต้นเร้าใจ ด้วยความคล่องตัวจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากความสำเร็จของระบบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด HEV ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ประกอบด้วยรูปแบบการขับขี่แบบ EV (พลังงานไฟฟ้า 100%) รูปแบบการขับขี่แบบไฮบริด และระบบชาร์จไฟกลับขณะเบรก (Regenerative Braking) จึงโดดเด่นด้านอัตราการประหยัดน้ำมัน พร้อมมอบความสนุกแห่งการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งปรับเข้าสู่รูปแบบการขับขี่ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดได้โดยอัตโนมัติ
เมื่อเริ่มออกตัวและขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ รถจะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าโดยใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ 100% เป็นรูปแบบการขับขี่แบบ EV ทำให้สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ
ขณะขับรถขึ้นเนินที่ลาดชันหรือเร่งความเร็ว ระบบจะปรับเปลี่ยนสู่รูปแบบการขับขี่แบบไฮบริด โดยใช้พลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ปั่นไฟจากเครื่องยนต์
เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง รถจะขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ โดยมีมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยเสริมกำลังขับเคลื่อน ด้วยการทำงานที่นุ่มนวลและไม่กระชาก ผู้ขับขี่สามารถเพลิดเพลินกับสุนทรียภาพแห่งการเดินทางอันรื่นรมย์ แม้ในรูปแบบการขับขี่แบบไฮบริด
ขณะชะลอความเร็ว รถจะเข้าสู่รูปแบบ Regenerative Braking ระบบชาร์จไฟกลับขณะเบรก เพื่อสร้างพลังงานไฟฟ้าเก็บสำรองไว้ในแบตเตอรี่
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดได้รับการถ่ายทอดและพัฒนาจากความสำเร็จของรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) จึงมอบการขับขี่ที่เงียบสงบ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ต้องกังวลเรื่องระดับพลังงานแบตเตอรี่
ระบบขับเคลื่อนฟ