
พาณิชย์เร่งเครื่อง! ‘มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ไฮบริด’ ลุยตลาด 2026 ปรับกลยุทธ์เจาะกลุ่มครอบครัวยุคใหม่
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2017 โลกยานยนต์ได้ต้อนรับการมาถึงของรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก หรือ Mini MPV ที่ผสมผสานความอเนกประสงค์ของ MPV เข้ากับความบึกบึนสไตล์ SUV ได้อย่างลงตัวอย่าง Mitsubishi Xpander การเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศอินโดนีเซียในเดือนสิงหาคม 2017 ได้สร้างปรากฏการณ์ที่น่าทึ่ง กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์และกวาดยอดขายได้อย่างถล่มทลายภายในเวลาอันรวดเร็ว ด้วยการออกแบบที่ล้ำสมัย เส้นสายที่แข็งแกร่ง และห้องโดยสารที่กว้างขวางรองรับผู้โดยสารได้ถึง 7 ที่นั่ง ทำให้ Xpander กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่กำลังมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
กระแสความนิยมที่ร้อนแรงในอินโดนีเซียส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดประเทศไทย แม้ว่า Xpander จะต้องรอการเปิดตัวในประเทศไทยจนถึงเดือนสิงหาคม 2018 แต่เมื่อถึงเวลาเปิดตัว ความสำเร็จก็ยังคงดำเนินต่อไป ด้วยยอดขายที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนทะลุหลักพันคันต่อเดือน กลายเป็นสถิติใหม่ในกลุ่ม Mini MPV 7 ที่นั่งในประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่แท้จริงของตลาดและความสามารถของ Xpander ในการตอบสนองความต้องการเหล่านั้น
เพื่อให้ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค Mitsubishi ประเทศไทย จึงไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ ล่าสุดในปี 2026 บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดตัว ‘มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์’ รุ่นพิเศษ ที่มาพร้อมกับการยกระดับทั้งด้านดีไซน์ สมรรถนะ และเทคโนโลยี เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ครอบครัวอเนกประสงค์ขนาดเล็ก และเจาะกลุ่มเป้าหมายครอบครัวยุคใหม่ที่ชื่นชอบความทันสมัยและไลฟ์สไตล์แอ็กทีฟ
รูปลักษณ์ภายนอกที่สะท้อนความสปอร์ตพรีเมียม
Mitsubishi Xpander HEV PLAY และ Xpander Cross HEV PLAY รุ่นพิเศษนี้ ได้รับการออกแบบภายนอกที่โดดเด่นด้วยชุดแต่งสปอร์ตพรีเมียมที่สะท้อนถึงความทันสมัยและความคล่องตัว การเลือกใช้สีดำเป็นองค์ประกอบหลักในการตกแต่ง เช่น หลังคาสีดำ, กระจกมองข้างสีดำ, คิ้วขอบกระจกประตูสีดำ, กระจังหน้าตกแต่ง Dynamic Shield สีดำ, เสาอากาศแบบครีบฉลามสีดำ และล้ออัลลอยสีดำ ทำให้รถดูมีมิติที่คมชัดและเพิ่มความสปอร์ตยิ่งขึ้น
สำหรับรุ่น Xpander HEV PLAY ยังได้รับการเพิ่มเติมการตกแต่งพิเศษด้วยไฟหน้าและกรอบไฟหน้าสีดำ, ชุดแต่งสปอยเลอร์หลัง, และชุดแต่งชายกันชนหน้า กันชนข้าง และกันชนหลัง ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ความเป็นสปอร์ตคาร์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ในขณะที่รุ่น Xpander Cross HEV PLAY ยังคงเอกลักษณ์ของรุ่น Cross ไว้ด้วยกันชนหน้า แผงตกแต่งข้างประตูแบบ Cross Design สีดำ และกระจังหน้าสีเดียวกับตัวรถ ซึ่งเน้นย้ำถึงความสมบุกสมบันพร้อมลุยในทุกสภาพเส้นทาง
ขุมพลังไฮบริดที่เหนือกว่าด้วยนวัตกรรม e-Dynamic Drive
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Cross HEV แตกต่างและโดดเด่นกว่าคู่แข่ง คือระบบขับเคลื่อนไฮบริด e-Dynamic Drive ที่ผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร MIVEC และมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง เข้าไว้ด้วยกัน เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ให้กำลังสูงสุด 95 แรงม้า ที่ 5,100 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 134 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังสูงสุดถึง 116 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 255 นิวตัน-เมตร มอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงบิดสูงตั้งแต่รอบต่ำ ช่วยให้รถออกตัวได้ทันใจ อัตราเร่งเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และตอบสนองต่อการขับขี่ในเมืองได้อย่างคล่องแคล่ว
ระบบ e-Dynamic Drive ยังรองรับน้ำมันทางเลือกสูงสุด E20 ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยอยู่ที่ 19.2 กม./ลิตร (อ้างอิงผล ECO Sticker) ซึ่งถือว่าประหยัดอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ขนาด 7 ที่นั่ง
5 โหมดการขับขี่ที่ตอบโจทย์ทุกสภาวะ
Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Cross HEV มาพร้อมกับ 5 โหมดการขับขี่ ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกสภาพเส้นทางและความต้องการของผู้ขับขี่:
NORMAL (ถนนทั่วไป): โหมดการขับขี่พื้นฐานที่ให้ความสมดุลระหว่างความประหยัดน้ำมันและการตอบสนองที่ดี เหมาะสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน
WET (ถนนเปียก): โหมดนี้จะปรับการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าและระบบเบรกให้เหมาะสมกับสภาพถนนเปียก ช่วยเพิ่มการยึดเกาะและลดความเสี่ยงในการลื่นไถล
GRAVEL (ถนนลูกรัง): โหมดนี้จะปรับการทำงานของระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC) และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (AYC) ให้เหมาะสมกับสภาพถนนลูกรัง ช่วยเพิ่มการยึดเกาะและควบคุมรถได้อย่างมั่นคง
TARMAC (ถนนลาดยาง): โหมดนี้จะปรับการทำงานของระบบส่งกำลังให้เหมาะสมกับการขับขี่บนถนนลาดยาง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่และอัตราเร่ง
MUD (ถนนโคลน): โหมดนี้จะปรับการทำงานของระบบส่งกำลังให้เหมาะสมกับการขับขี่บนถนนโคลน ช่วยเพิ่มการยึดเกาะและควบคุมรถได้อย่างมั่นคง
7 โหมดการขับขี่ที่เหนือกว่าด้วยนวัตกรรม e-Dynamic Drive
Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Cross HEV มาพร้อมกับ 7 โหมดการขับขี่ ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกสภาพเส้นทางและความต้องการของผู้ขับขี่:
NORMAL (ถนนทั่วไป): โหมดการขับขี่พื้นฐานที่ให้ความสมดุลระหว่างความประหยัดน้ำมันและการตอบสนองที่ดี เหมาะสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน
WET (ถนนเปียก): โหมดนี้จะปรับการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าและระบบเบรกให้เหมาะสมกับสภาพถนนเปียก ช่วยเพิ่มการยึดเกาะและลดความเสี่ยงในการลื่นไถล
GRAVEL (ถนนลูกรัง): โหมดนี้จะปรับการทำงานของระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC) และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (AYC) ให้เหมาะสมกับสภาพถนนลูกรัง ช่วยเพิ่มการยึดเกาะและควบคุมรถได้อย่างมั่นคง
TARMAC (ถนนลาดยาง): โหมดนี้จะปรับการทำงานของระบบส่งกำลังให้เหมาะสมกับการขับขี่บนถนนลาดยาง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่และอัตราเร่ง
MUD (ถนนโคลน): โหมดนี้จะปรับการทำงานของระบบส่งกำลังให้เหมาะสมกับการขับขี่บนถนนโคลน ช่วยเพิ่มการยึดเกาะและควบคุมรถได้อย่างมั่นคง
CHARGE (โหมดการชาร์จ): โหมดนี้จะสั่งให้เครื่องยนต์เบนซินทำงานเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ในระหว่างการขับขี่หรือจอดรถ
EV PRIORITY (โหมดพลังงานไฟฟ้า 100%): โหมดนี้จะสั่งให้รถยนต์ทำงานด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% โดยไม่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน เหมาะสำหรับการขับขี่ในระยะทางสั้นๆ ในเมือง
ห้องโดยสารที่กว้างขวางและสะดวกสบาย
ภายในห้องโดยสารของ Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Cross HEV ได้รับการออกแบบให้มีความกว้างขวางและสะดวกสบาย พร้อมเบาะนั่งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง หุ้มด้วยวัสดุหนังสังเคราะห์คุณภาพสูง Head Guard Function ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารในแถวที่ 2 และ 3 หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 8 นิ้ว สามารถแสดงผล