
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เผยโฉม Xpander Hybrid PLAY และ Xpander Cross Hybrid PLAY รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด ราคา 981,000 บาท
ตลาดรถยนต์ครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งขนาดเล็กในประเทศไทย กำลังเข้าสู่ยุคแห่งการแข่งขันที่เข้มข้น เมื่อ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ตัดสินใจเปิดตัวรถยนต์รุ่นพิเศษ “มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์” (Mitsubishi Xpander HEV PLAY) และ “มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี เพลย์” (Mitsubishi Xpander Cross HEV PLAY) ซึ่งมาพร้อมกับการออกแบบที่เน้นความสปอร์ตพรีเมียม และเทคโนโลยีไฮบริดที่ทันสมัย เพื่อตอบสนองความต้องการของครอบครัวยุคใหม่ที่มองหารถยนต์ที่สะท้อนตัวตน ไลฟ์สไตล์แอ็กทีฟ และความคุ้มค่าในการใช้งานจริง
การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งของ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ในฐานะผู้นำตลาดรถยนต์ครอบครัวอเนกประสงค์ ที่สามารถครองใจผู้บริโภคชาวไทยมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกในบ้านเราเมื่อปี 2018 และได้รับการปรับโฉมครั้งใหญ่ รวมถึงการเพิ่มรุ่นพิเศษต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่หลากหลาย การมาถึงของรุ่น PLAY ในปี 2026 นี้ จึงเป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่และภาพลักษณ์ของตัวรถให้ก้าวไปอีกขั้น
การออกแบบที่สะท้อนความสปอร์ตพรีเมียม
Mitsubishi Xpander HEV PLAY และ Xpander Cross HEV PLAY ได้รับการตกแต่งภายนอกที่เน้นความสปอร์ตพรีเมียม ซึ่งแตกต่างจากรุ่นมาตรฐานอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความโดดเด่นและดึงดูดสายตาผู้บริโภค การเลือกใช้สีดำเป็นธีมหลักในการตกแต่ง สะท้อนถึงความทันสมัยและความแข็งแกร่งของตัวรถ
องค์ประกอบภายนอกที่ได้รับการปรับปรุง ประกอบด้วย หลังคาสีดำ, กระจกมองข้างสีดำ, คิ้วขอบกระจกประตูสีดำ, กระจังหน้าตกแต่ง Dynamic Shield สีดำ, เสาอากาศแบบครีบฉลามสีดำ, มือเปิดประตูสีเดียวกับตัวรถ, ไฟท้าย LED สี Smoke และล้ออัลลอยสีดำ ซึ่งทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดูดุดันและพรีเมียมยิ่งขึ้น
สำหรับรุ่น Xpander HEV PLAY จะมีการเพิ่มเติมชุดตกแต่งพิเศษ ได้แก่ ไฟหน้าและกรอบไฟหน้าสีดำ, ชุดตกแต่งสปอยเลอร์หลัง, และชุดตกแต่งชายกันชนหน้า กันชนข้าง และกันชนหลัง ซึ่งช่วยเสริมให้ตัวรถดูสปอร์ตและปราดเปรียวมากขึ้น
ในขณะที่รุ่น Xpander Cross HEV PLAY ซึ่งเป็นรุ่นที่เน้นความลุยและสมบุกสมบัน ก็ได้รับการปรับปรุงเช่นกัน โดยมาพร้อมกับกันชนหน้า, แผงตกแต่งข้างประตูแบบ Cross Design สีดำ, และกระจังหน้าสีเดียวกับตัวรถ ซึ่งยังคงเอกลักษณ์ของความเป็น Cross ไว้ได้อย่างครบถ้วน แต่เพิ่มเติมความพรีเมียมด้วยการใช้สีดำในการตกแต่ง
เทคโนโลยีไฮบริดที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
หัวใจสำคัญของ Mitsubishi Xpander HEV PLAY และ Xpander Cross HEV PLAY คือระบบส่งกำลังแบบไฮบริด ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อมอบสมรรถนะที่ดีเยี่ยม พร้อมกับอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ประหยัด และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ระบบขับเคลื่อนของรถทั้งสองรุ่นนี้ ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ MIVEC ความจุ 1.6 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 95 แรงม้า ที่ 5,100 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 134 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังสูงสุดถึง 116 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 255 นิวตัน-เมตร ระบบขับเคลื่อนเป็นแบบขับเคลื่อนล้อหน้า และรองรับน้ำมันทางเลือกสูงสุด E20 ซึ่งเป็นการยืนยันถึงความใส่ใจในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยอยู่ที่ 19.2 กิโลเมตรต่อลิตร อ้างอิงจากผล ECO Sticker ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับรถยนต์ขนาด 7 ที่นั่ง สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของระบบไฮบริดที่สามารถลดการใช้พลังงานได้อย่างแท้จริง
เทคโนโลยีโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ
เพื่อเพิ่มประสบการณ์การขับขี่ให้หลากหลายและเหมาะสมกับทุกสภาพถนน Mitsubishi Xpander HEV PLAY และ Xpander Cross HEV PLAY มาพร้อมกับโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ ซึ่งผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับได้ตามความเหมาะสม ได้แก่
NORMAL: โหมดการขับขี่ปกติ สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันบนถนนทั่วไป
WET: โหมดสำหรับถนนเปียก ซึ่งจะช่วยเพิ่มการควบคุมรถและลดการลื่นไถล
GRAVEL: โหมดสำหรับถนนลูกรัง ซึ่งจะปรับการทำงานของระบบควบคุมการทรงตัวให้เหมาะสมกับสภาพพื้นผิว
TARMAC: โหมดสำหรับถนนลาดยาง ซึ่งจะให้การขับขี่ที่นุ่มนวลและมีประสิทธิภาพ
MUD: โหมดสำหรับถนนโคลน ซึ่งจะช่วยเพิ่มแรงบิดและการยึดเกาะถนน
CHARGE: โหมดการชาร์จ ซึ่งจะเน้นการผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อเก็บไว้ในแบตเตอรี่
EV PRIORITY: โหมดพลังงานไฟฟ้า 100% ซึ่งจะใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ในการขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียว สำหรับการขับขี่ในระยะทางสั้นๆ หรือในเมือง
เทคโนโลยีเหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของ มิตซูบิชิ ในการพัฒนารถยนต์ที่สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ในยุคที่เทคโนโลยีการขับขี่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางและสะดวกสบาย
ภายในห้องโดยสารของ Mitsubishi Xpander HEV PLAY และ Xpander Cross HEV PLAY ยังคงเอกลักษณ์ของความเป็นรถยนต์ครอบครัว 7 ที่นั่งไว้ได้อย่างครบถ้วน ด้วยเบาะนั่ง 3 แถวที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 7 คน เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุหนังสังเคราะห์ คุณภาพสูง พร้อม Head Guard Function เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสารทุกตำแหน่ง
เทคโนโลยีภายในห้องโดยสารได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยยิ่งขึ้น โดยมีหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 8 นิ้ว ที่สามารถแสดงผลข้อมูลการทำงานของระบบไฮบริดได้อย่างชัดเจน ระบบเกียร์ไฟฟ้า Electric Shift ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน ในขณะที่เบรกมือไฟฟ้าพร้อมระบบ Brake Auto Hold ช่วยลดภาระของผู้ขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรติดขัด
ระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติ พร้อม Max Cool และระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ซึ่งช่วยให้ทุกคนในครอบครัวได้รับความสบายตลอดการเดินทาง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง ช่วยเพิ่มความกระชับในการจับและควบคุมรถ ในขณะที่เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมช่อง USB-A และ USB-C รวม 4 ตำแหน่ง ซึ่งเพียงพอสำหรับการชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของทุกคนในครอบครัว
ระบบความปลอดภัยที่ครอบคลุม
ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ มิตซูบิชิ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งใน Xpander HEV PLAY และ Xpander Cross HEV PLAY โดยได้ติดตั้งระบบความปลอดภัยที่ครอบคลุม เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกคนรู้สึกมั่นใจตลอดการเดินทาง ระบบความปลอดภัยประกอบด้วย
ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC): ช่วยป้องกันการลื่นไถลและการเสียการทรงตัว
ระบบป้องกันการลื่นไถล (TCL): ช่วยควบคุมการทำงานของล้อเพื่อป้องกันการลื่นไถล
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA): ช่วยป้องกันรถไหลถอยหลังขณะออกตัวบนทางลาดชัน
ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (AYC): ช่วยควบคุมการทำงานของล้อเพื่อให้เข้าโค้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ระบบเบรก ABS/EBD/BA: ระบบเบรกที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการหยุดรถในสถานการณ์ฉุกเฉิน
ระบบไฟกะพริบฉุกเฉินขณะเบรกกะทันหัน (ESS): ระบบไฟเตือนที่จะกะพริบอย่างรวดเร็วเมื่อมีการเบรกกะทันหัน เพื่อเตือนผู้ขับขี่ที่อยู่ด้านหลัง
ระบบไฟ Welcome Light and Coming Home Light System: ระบบไฟที่จะเปิดอัตโนมัติเมื่อผู้ขับขี่เดินเข้าใกล้รถ และจะยัง