
เปิดตัวแล้ว! Mitsubishi Xpander HEV PLAY และ Xpander Cross HEV PLAY 2026 รุ่นพิเศษ ดีไซน์สปอร์ตพรีเมียม ราคาเร้าใจ
ในโลกยานยนต์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การที่ผู้ผลิตกล้าที่จะนำเสนอทางเลือกใหม่ ๆ ที่แตกต่างจากเดิมถือเป็นสัญญาณที่ดี โดยเฉพาะในตลาดรถยนต์ครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ซึ่งผู้บริโภคเริ่มมองหาความคุ้มค่าที่มากกว่าแค่การใช้งานพื้นฐาน วันนี้ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว ‘มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์’ (Mitsubishi Xpander HEV PLAY) และ ‘มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี เพลย์’ (Mitsubishi Xpander Cross HEV PLAY) รุ่นพิเศษ ที่มาพร้อมกับการปรับโฉมภายนอกให้ดูสปอร์ตพรีเมียมยิ่งขึ้น และอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่ บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกรายละเอียดของรถยนต์ที่กำลังเป็นที่จับตามองแห่งปี 2026
พลิกโฉมดีไซน์: สปอร์ตพรีเมียม สะกดทุกสายตา
หนึ่งในจุดเด่นที่สุดของ Mitsubishi Xpander HEV PLAY และ Xpander Cross HEV PLAY 2026 คือการออกแบบภายนอกที่ได้รับการยกระดับให้มีความสปอร์ตและพรีเมียมมากขึ้น ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่ต้องการรถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ใช่แค่รถยนต์ครอบครัวธรรมดาอีกต่อไป การปรับเปลี่ยนรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ กลับสร้างความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ
การตกแต่งภายนอกแบบสปอร์ตพรีเมียม
ทั้งสองรุ่นได้รับการติดตั้งชุดแต่งภายนอกที่เน้นโทนสีดำ เพื่อสร้างความรู้สึกดุดันและทันสมัย ประกอบด้วย:
หลังคาสีดำ (Black Roof): เพิ่มมิติให้กับตัวรถ ทำให้ดูมีระดับและสปอร์ตมากขึ้น
กระจกมองข้างสีดำ (Black Side Mirrors): ตัดกับสีตัวถัง สร้างความรู้สึกสปอร์ตและพรีเมียม
คิ้วขอบกระจกประตูสีดำ (Black Window Trim): เน้นเส้นสายของตัวรถให้ดูคมเข้มยิ่งขึ้น
กระจังหน้าตกแต่ง Dynamic Shield สีดำ (Black Dynamic Shield Grille): เอกลักษณ์ของ Mitsubishi ที่ได้รับการปรับให้ดูดุดันด้วยการใช้สีดำทั้งกรอบและซี่กระจัง
เสาอากาศแบบครีบฉลามสีดำ (Black Shark Fin Antenna): ช่วยลดแรงต้านอากาศและเพิ่มความสปอร์ต
มือเปิดประตูสีเดียวกับตัวรถ (Body-Color Door Handles): เพิ่มความเรียบหรูและเป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถ
ไฟท้าย LED สี Smoke (Smoked LED Tail Lights): ให้ความรู้สึกสปอร์ตและทันสมัยมากขึ้น
ความแตกต่างระหว่างรุ่น PLAY และรุ่น Cross PLAY
แม้ทั้งสองรุ่นจะมีการตกแต่งภายน tärke ที่สปอร์ตเหมือนกัน แต่ก็ยังคงความแตกต่างอันเป็นเอกลักษณ์ไว้:
Mitsubishi Xpander HEV PLAY: จะมีการเพิ่มชุดไฟหน้าและกรอบไฟหน้าสีดำ เพื่อเพิ่มความดุดัน และยังมาพร้อมกับชุดแต่งสปอยเลอร์หลัง รวมถึงชุดแต่งชายกันชนหน้า กันชนข้าง และกันชนหลัง ที่ช่วยเสริมให้รถดูสปอร์ตและมีมิติมากขึ้น
Mitsubishi Xpander Cross HEV PLAY: จะคงเอกลักษณ์ของรุ่น Cross ไว้ด้วยกันชนหน้าดีไซน์ลุย แผงตกแต่งข้างประตูแบบ Cross Design สีดำ และกระจังหน้าสีเดียวกับตัวรถ ซึ่งเน้นความสมบุกสมบัน เหมาะสำหรับครอบครัวที่ชอบการผจญภัย
การออกแบบภายนอกที่พิถีพิถันนี้ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของ Mitsubishi ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นความสปอร์ต ความหรูหรา หรือความสมบุกสมบัน
เจาะลึกขุมพลัง: ระบบขับเคลื่อนไฮบริดที่เหนือกว่า
ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและสมรรถนะ Mitsubishi Xpander HEV PLAY และ Xpander Cross HEV PLAY มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนไฮบริดที่ได้รับการพัฒนามาอย่างดี เพื่อให้ได้ทั้งความประหยัดและสมรรถนะที่น่าประทับใจ
เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า
ทั้งสองรุ่นติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ MIVEC ความจุ 1.6 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 95 แรงม้า ที่ 5,100 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 134 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 116 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 255 นิวตัน-เมตร ระบบขับเคลื่อนเป็นแบบล้อหน้า และรองรับน้ำมันทางเลือกสูงสุด E20 ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบในแง่ของความสะดวกในการเติมน้ำมัน
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง
ตามข้อมูลจาก ECO Sticker รถยนต์รุ่นนี้มีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยสูงถึง 19.2 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งถือว่าน่าประทับใจมากสำหรับรถยนต์ขนาด 7 ที่นั่ง การทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้า ช่วยให้รถสามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในความเร็วต่ำ หรือใช้มอเตอร์ไฟฟ้าช่วยเสริมในจังหวะเร่งแซง ทำให้ลดการใช้น้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ
เพื่อตอบสนองต่อสภาพถนนที่หลากหลายและเพิ่มประสบการณ์การขับขี่ Mitsubishi Xpander HEV PLAY และ Xpander Cross HEV PLAY มาพร้อมกับระบบโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ ได้แก่:
NORMAL (ถนนทั่วไป): โหมดการขับขี่มาตรฐานสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวัน
WET (ถนนเปียก): ปรับการทำงานของระบบส่งกำลังให้เหมาะสมกับสภาพถนนเปียก เพื่อเพิ่มความปลอดภัย
GRAVEL (ถนนลูกรัง): ปรับการตอบสนองของเครื่องยนต์และระบบควบคุมการทรงตัวให้เหมาะสมกับถนนลูกรัง
TARMAC (ถนนลาดยาง): ปรับการตอบสนองให้เหมาะสมกับการขับขี่บนถนนลาดยางด้วยความเร็วสูง
MUD (ถนนโคลน): ปรับการทำงานของระบบให้เหมาะสมกับสภาพถนนโคลน เพื่อเพิ่มการยึดเกาะถนน
CHARGE (โหมดการชาร์จ): โหมดที่เน้นการชาร์จแบตเตอรี่ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าในอนาคต
EV PRIORITY (โหมดพลังงานไฟฟ้า 100%): โหมดที่เน้นการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองระยะสั้น หรือในพื้นที่ที่ต้องการลดมลพิษ
ความหลากหลายของโหมดการขับขี่นี้ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของ Mitsubishi ในการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหมาะสมกับทุกสถานการณ์ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของครอบครัวยุคใหม่
ภายในห้องโดยสาร: ความสะดวกสบายและความทันสมัย
เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องโดยสารของ Mitsubishi Xpander HEV PLAY และ Xpander Cross HEV PLAY จะพบกับการออกแบบที่เน้นความสะดวกสบาย ความทันสมัย และการใช้งานจริง
เบาะนั่ง 7 ที่นั่งพร้อมวัสดุคุณภาพ
รถยนต์รุ่นนี้มาพร้อมกับเบาะนั่งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง หุ้มด้วยวัสดุหนังสังเคราะห์คุณภาพสูง พร้อมฟังก์ชัน Head Guard Function ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร นอกจากนี้ เบาะนั่งยังสามารถพับได้หลากหลายรูปแบบ เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการบรรทุกสัมภาระ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญสำหรับรถยนต์ครอบครัว
หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่และระบบความบันเทิง
หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ 8 นิ้ว: แสดงข้อมูลที่จำเป็นต่อการขับขี่ได้อย่างชัดเจน พร้อมรองรับการแสดงผลระบบไฮบริด ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบสถานะการทำงานของระบบไฮบริดได้อย่างง่ายดาย
ระบบเกียร์ไฟฟ้า Electric Shift: ปรับเปลี่ยนเกียร์ด้วยระบบไฟฟ้า ทำให้การขับขี่นุ่มนวลและแม่นยำยิ่งขึ้น
เบรกมือไฟฟ้าพร้อม Brake Auto Hold: เพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ในเมือง และช่วยเพิ่มความปลอดภัยในสถานการณ์ฉุกเฉิน
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อม Max Cool พร้อมระบบปรับอากาศตอนหลัง: ให้ความเย็นสบายทั่วถึงทั้งห้องโดยสาร พร้อมฟังก์ชัน Max Cool ที่ช่วยทำความเย็นได้อย่างรวดเร็ว
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง: ควบคุมระบบต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก พร้อมวัสดุที่ให้ความรู้สึกพรีเมียม
เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว: รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมช่อง USB-A และ USB-C รวม 4 ตำแหน่ง ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานของทุกคนในครอบครัว
ความใส่ใจในรายละเอียดภายในห้องโดยสารนี้ แสดงให้เห็นถึง