
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ปรับโฉม New Mitsubishi Xpander เจาะตลาด MPV 2026
บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความสำเร็จในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ MPV ด้วยการเปิดตัว New Mitsubishi Xpander ปี 2026 ที่ได้รับการปรับโฉมครั้งสำคัญ ทั้งด้านดีไซน์ภายนอก ภายใน และเทคโนโลยี ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องการรถยนต์ที่ครบครัน คุ้มค่า และขับขี่สนุก
โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อเดือนสิงหาคม 2561 Mitsubishi Xpander ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากลูกค้า ด้วยยอดจำหน่ายสะสมมากกว่า 30,000 คัน และกลายเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดของมิตซูบิชิในประเทศไทย และในปี 2026 นี้ เราได้ยกระดับ Xpander ให้เหนือกว่าเดิม ด้วยการปรับโฉมที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มองหารถ MPV ที่ครบเครื่อง คุ้มค่า และทันสมัย
ดีไซน์ภายนอกโฉมใหม่: ดุดัน สปอร์ต และโดดเด่น
New Mitsubishi Xpander 2026 มาพร้อมดีไซน์ภายนอกที่ปรับโฉมใหม่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ให้ความรู้สึกดุดัน สปอร์ต และทันสมัยมากยิ่งขึ้น
ด้านหน้า: โดดเด่นด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ Dynamic Shield ที่ได้รับการปรับให้ดูเข้มและโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น ไฟหน้า LED T-Shape ดีไซน์ใหม่ที่ผสานไฟหรี่และไฟเลี้ยวเข้าด้วยกัน พร้อม Daytime Running Light แบบ LED ให้ทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยมและเพิ่มความปลอดภัย แผงกันกระแทกด้านล่างได้รับการออกแบบใหม่ให้ดูแข็งแกร่งและทันสมัยยิ่งขึ้น
ด้านหลัง: เปลี่ยนการออกแบบใหม่หมด ตั้งแต่กระจกหลังจนถึงชายกันชนด้านล่าง ไล่ลายเส้นให้ดูมีเหลี่ยมสันชัดเจน ไฟท้าย LED T-Shape ดีไซน์ใหม่ที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตและโดดเด่นยิ่งขึ้น แผงกันกระแทกด้านล่างได้รับการออกแบบใหม่ให้ดูเข้ากับดีไซน์ด้านหน้า
ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 16 นิ้ว ที่ได้รับการออกแบบใหม่ให้ดูสปอร์ตและทันสมัยมากยิ่งขึ้น เสาอากาศแบบครีบฉลามเพิ่มความสปอร์ตและลดแรงต้านอากาศ
สีภายนอกใหม่: สีเทา Graphite Gray Metallic เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าที่ต้องการสีภายนอกที่ดูพรีเมียมและมีระดับ
ห้องโดยสาร: กว้างขวาง สะดวกสบาย และเงียบสงบ ด้วยเทคโนโลยี NVH (Noise, Vibration, Harshness) ที่ช่วยลดเสียงรบกวนและการสั่นสะเทือน ให้ความรู้สึกเงียบสงบเหมือนอยู่ในห้องนั่งเล่น
วัสดุคุณภาพสูง: เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุคุณภาพเยี่ยม ให้ความรู้สึกนุ่มสบายและทนทาน เบาะนั่งสามารถปรับพับได้หลากหลายรูปแบบ รวมถึงการปรับพับเบาะนั่งให้แบนราบเพื่อเพิ่มพื้นที่การจัดเก็บสัมภาระ
ช่องเก็บของอเนกประสงค์: ออกแบบมาอย่างชาญฉลาดในตำแหน่งต่างๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการจัดเก็บสิ่งของ
ช่องจ่ายกระแสไฟ DC 12 โวลต์: 3 ตำแหน่ง กระจายอยู่ทั่วห้องโดยสาร เพื่อความสะดวกในการชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
กุญแจอัจฉริยะ Keyless Operation System (KOS) พร้อมปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน
ระบบปรับอากาศ: ระบบปรับอากาศด้านหลังแบบแยกอิสระสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ให้ความเย็นทั่วถึงทั้งห้องโดยสาร
พวงมาลัย: พวงมาลัยทรงกลมที่ได้รับการออกแบบใหม่ กระชับมือ พร้อมปุ่ม Multi-Function ควบคุมระบบเครื่องเสียงและโทรศัพท์ บนพวงมาลัย พวงมาลัยสามารถปรับระดับสูง-ต่ำ และปรับเข้า-ออกได้
จอแสดงข้อมูลอเนกประสงค์ TFT ขนาด 4.2 นิ้ว พร้อมการแสดงผลแบบภาพเคลื่อนไหว 3 มิติ เฉพาะรุ่น GT
เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัย: ที่เหนือกว่าคู่แข่ง
ระบบความปลอดภัยมาตรฐาน:
ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC)
ระบบป้องกันการลื่นไถล (TCL)
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA)
ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS)
ระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD)
ระบบเสริมแรงเบรก (BA)
ระบบไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS)
ถุงลมนิรภัยด้านคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า
กล้องมองภาพด้านหลังขณะถอยจอด
ระบบความปลอดภัยขั้นสูง (ADAS):
ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM)
ระบบเตือนการออกนอกเลน (LDW)
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control – ACC)
ระบบเตือนมุมอับสายตา (BSW)
ระบบเตือนการเคลื่อนที่ผ่านด้านหลังขณะถอย (RCTA)
เทคโนโลยีอำนวยความสะดวก:
หน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto
ระบบเชื่อมต่อ Bluetooth
ระบบโทรออก-รับสายผ่านหน้าจอสัมผัส
ระบบสั่งงานด้วยเสียง
ระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย (Wireless Charger)
ช่วงล่างและการขับขี่: นุ่มนวล สมรรถนะดีเยี่ยม พร้อม Ground Clearance สูงสุด 220 มม.
เครื่องยนต์: MIVEC 1.5 ลิตร 105 แรงม้า 141 นิวตันเมตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ให้สมรรถนะที่เพียงพอต่อการใช้งานในเมืองและทางไกล พร้อมประหยัดน้ำมัน
ช่วงล่าง: ปรับจูนใหม่ให้มีความนุ่มนวลและเกาะถนนดียิ่งขึ้น พร้อมโช้คหลังที่ใหญ่กว่าเดิม ให้ความมั่นใจในการขับขี่ทุกสภาพถนน
ระบบเบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold เพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ในเมือง
พวงมาลัย EPS (Electric Power Steering) ที่ตอบสนองได้ดี ให้ความแม่นยำในการควบคุม
ทัศนวิสัย: ออกแบบให้มีทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
ราคาและการรับประกัน: คุ้มค่าที่สุดในกลุ่ม MPV
รุ่น GLS-LTD: ราคา 789,000 บาท (เพิ่มขึ้น 10,000 บาท จากรุ่นก่อนหน้า)
รุ่น GT: ราคา 863,000 บาท (เพิ่มขึ้น 14,000 บาท จากรุ่นก่อนหน้า)
รับประกัน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน)
บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี
ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี
โปรโมชั่นพิเศษ:
ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% หรือ แพคเกจ 5 ปี ดูแลดีถึงใจ (ฟรีค่าบำรุงรักษา 5 ปี + บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. 5 ปี)
Mitsubishi Xpander 2026: ตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในตลาด MPV
สำหรับลูกค้าที่กำลังมองหารถ MPV 7 ที่นั่ง ที่มีคุณสมบัติครบครัน ทั้งดีไซน์ที่โดดเด่น ห้องโดยสารที่กว้างขวาง เทคโนโลยีที่ทันสมัย ระบบความปลอดภัยที่เหนือกว่า สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม และราคาที่คุ้มค่า Mitsubishi Xpander 2026 คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณ
พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า ด้วยปรัชญา ‘Omotenashi’ ของมิตซูบิชิ ที่ถ่ายทอดความประณีตและใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อให้ทุกการเดินทางของคุณเต็มไปด้วยความสุขและความประทับใจ
พบกับ New Mitsubishi Xpander 2026 ได้ที่โชว์รูมมิตซูบิชิทั่วประเทศ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 ที่เปิดให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง
() เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
รีวิว Mitsubishi Xpander 2026: MPV คุ้มค่าที่ต้องพิจารณา
การเข้ามาใหม่ของ Toyota Veloz ในตลาด MPV 3 แถว 7 ที่นั่ง ได้กระตุ้นให้ตลาดกลับมาคึกคักอีกครั้ง ผู้เล่นเดิมอย่าง Suzuki XL7, Toyota Sienta และ Mitsubishi Xpander ต่างก็มีการปรับปรุงใหม่ในช่วงเวลา