• Sample Page
newsthailan.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.tfvp.org
No Result
View All Result

Part 2: N1210301_ช ว ตตกอ บ เพราะด ถ กน องสาวต วเอง | Đọc Báo Online16

admin79 by admin79
October 9, 2026
in Uncategorized
0
Part 2: N1210301_ช ว ตตกอ บ เพราะด ถ กน องสาวต วเอง | Đọc Báo Online16 มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ 2026: ปรับโฉมครั้งสำคัญ พร้อมทางเลือกที่น่าสนใจในตลาดรถ MPV
ตลาดรถอเนกประสงค์ MPV 7 ที่นั่ง กลับมาคึกคักอย่างไม่น่าเชื่อในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาสร้างสีสันอย่าง Toyota Veloz และผู้เล่นเดิมอย่าง Suzuki XL7, Toyota Sienta และ Mitsubishi Xpander ต่างก็มีการปรับปรุงใหม่ในเวลาไล่เลี่ยกัน ทำเอาผู้บริโภคที่กำลังมองหารถสไตล์นี้มาใช้งานต้องหนักใจในการเลือกเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ในบทความนี้ เราจะเจาะลึกไปที่การปรับโฉมครั้งสำคัญของ Mitsubishi Xpander ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในรถ MPV ที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดในตลาด Mitsubishi Xpander ได้รับการเปิดตัวครั้งแรกในเดือนสิงหาคม ปี 2561 และมียอดจำหน่ายสะสมมากกว่า 30,000 คัน ตอกย้ำความสำเร็จในตลาด ด้วยการออกแบบที่โดดเด่น มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ยังคงรักษาความสูงจากพื้นถึง 205 มม. ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้รถรุ่นนี้สามารถลุยได้ดีกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน ห้องโดยสารยังคงความสะดวกสบาย กว้างขวาง และมีระดับเสียงรบกวนและการสั่นสะเทือน (NVH) ที่ต่ำ ซึ่งเป็นไปตามปรัชญา ‘Omotenashi’ ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่เน้นความประณีตและใส่ใจในทุกรายละเอียด การปรับโฉมครั้งใหม่ของ Mitsubishi Xpander ในปี 2026 นี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การปรับปรุงเล็กน้อย แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เรียกว่าเป็น Minor Change โดยมีการปรับปรุงทั้งรูปลักษณ์ภายนอก ภายใน และระบบการขับขี่ เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดที่ดุเดือดขึ้นได้ ดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่นยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดของ Mitsubishi Xpander ใหม่ อยู่ที่ด้านหน้าของตัวรถ ไฟหน้าใหม่ได้รับการออกแบบให้เป็นทรง T-Shape แต่ยังคงใช้หลอดฮาโลเจนในส่วนของโคมไฟหลัก ในขณะที่ไฟหรี่ (Daytime Running Lights) เปลี่ยนมาใช้เม็ดหลอด LED และยังทำหน้าที่เป็นไฟเลี้ยวอีกด้วย แผงตะแกรงด้านหน้าจากเดิมที่เป็นสีโครเมียม ได้เปลี่ยนมาเป็นสีดำ ซึ่งให้ความรู้สึกที่สปอร์ตและดุดันมากขึ้น แผงกันกระแทกด้านล่างก็มีการเปลี่ยนใหม่ แต่ยังคงมีไฟตัดหมอกแบบหลอดฮาโลเจนให้เหมือนเดิม ด้านหลังของ Mitsubishi Xpander ใหม่ ก็ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ไล่มาตั้งแต่กระจกหลังไปจนถึงชายกันชนด้านล่าง ที่ได้รับการออกแบบให้ดูมีเหลี่ยมสันมากขึ้น ลายเส้นชัดเจนยิ่งขึ้น และที่เปลี่ยนไปมากที่สุดคือไฟท้าย ที่มาในทรง T-Shape ให้ดูสวยงามมากขึ้น ตามที่ทางมิตซูบิชิเรียกว่า LED-illumination Tube ซึ่งเป็นดีไซน์ที่ได้รับการยอมรับว่าดูสวยงามและทันสมัยกว่าตัวเดิม ล้ออัลลอยขนาดใหม่ที่ 17 นิ้ว (เดิม 16 นิ้ว) พร้อมลายใหม่สี 2 โทน ช่วยเพิ่มความสปอร์ตให้กับตัวรถ และด้วยขนาดล้อที่ใหญ่ขึ้นนี้เองที่ทำให้ใต้ท้องรถมี Ground Clearance เพิ่มขึ้นเป็น 220 มม. ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้รถรุ่นนี้สามารถลุยได้ดีกว่าคู่แข่ง ห้องโดยสารที่สะดวกสบายและทันสมัย
ภายในของ Mitsubishi Xpander ใหม่ ได้รับการปรับปรุงในส่วนของแผงคอนโซลด้านหน้าทั้งแผง จากเดิมที่เป็นลายโค้งสลับไปมา ได้เปลี่ยนให้เป็นแบบ Horizontal Axis นั่นคือการเน้นเส้นให้เป็นแนวนอน ช่วยให้ตัวรถนั้นดูกว้างขึ้นและแข็งแรงขึ้น พวงมาลัยทรงกลมเหมือนเดิมแต่เปลี่ยนดีไซน์ใหม่หมด โดยเฉพาะปุ่มกดแตรที่เปลี่ยนเป็นทรงกลมขนาดใหญ่ถูกใจป๋า สามารถปรับขยับตำแหน่งได้ 4 ทิศทาง และผ่อนแรงด้วยระบบพวงมาลัยไฟฟ้า EPS บนพวงมาลัยมีปุ่ม Multi-Function เอาไว้ช่วยเปลี่ยนหน้าจอหรือแผงหน้าปัดได้ ระบบปรับอากาศเปลี่ยนเป็นหน้าจอระบบดิจิตอล แต่ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติ ต้องใช้วิธีในการปรับแรงลมและความเย็นด้วยตัวเอง สิ่งที่ดีหน่อยคือมี Heater ใส่เข้ามาด้วยเผื่อฟลุ๊คได้ใช้ในวันที่หนาวมาก และมีระบบ Cool Max ให้ใช้งานได้ช่วงที่เพิ่งขึ้นรถแล้วเจอกับอุณหภูมิภายในระดับสูง สิ่งที่เปลี่ยนไปภายในอีกอย่างก็คือ วัสดุหุ้มเบาะในแถวที่ 2 และ 3 เป็นหนังสังเคราะห์ที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อน ที่ทางมิตซูบิชิเรียกว่า Heat Guard ซึ่งแตกต่างจากเบาะของรถ PPV อย่าง Pajero Sport Elite Edition ที่มีคุณสมบัติทั้งสะท้อนความร้อนและเก็บความเย็นได้ด้วย แต่ของ Xpander รถยนต์ใหม่ 2026 นั้นจะสะท้อนความร้อนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เบาะก็ยังพับได้ในระบบอัตโนมือเหมือนเดิม หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว ที่รองรับการใช้งาน Apple CarPlay และ Android Auto ได้ ถือเป็นการอัปเกรดที่สำคัญ ทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวกสบาย และเข้าถึงแอปพลิเคชันที่จำเป็นได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังมีช่องเก็บของอเนกประสงค์ที่ติดตั้งในตำแหน่งต่างๆ ช่องจ่ายกระแสไฟ DC 12 โวลต์ 3 ตำแหน่ง และเพิ่มความสะดวกสบายขึ้นด้วยกุญแจอัจฉริยะแบบ KOS พร้อมปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ ระบบปรับอากาศด้านหลังแบบแยกอิสระสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง พวงมาลัยสามารถปรับระดับสูง-ต่ำ และปรับเข้า-ออกได้ ที่มาพร้อมกับสวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย และจอแสดงข้อมูลอเนกประสงค์ TFT ขนาด 4.2 นิ้วพร้อมการแสดงผลแบบภาพเคลื่อนไหว 3 มิติ เฉพาะรุ่น GT สมรรถนะการขับขี่ที่ได้รับการปรับปรุง Mitsubishi Xpander ใหม่ มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยมาตรฐาน อาทิ ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC), ระบบป้องกันการลื่นไถล (TCL), ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA), ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS), ระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD), ระบบเสริมแรงเบรก (BA), ระบบไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS), ถุงลมนิรภัยด้านคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า และกล้องมองภาพด้านหลังขณะถอยจอด ซึ่งเป็นระบบความปลอดภัยที่ครบครันสำหรับรถในระดับเดียวกัน หัวใจของ Mitsubishi Xpander ใหม่ ยังคงเป็นเครื่องยนต์เบนซิน DOHC MIVEC ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 141 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที พร้อมระบบวาล์วแปรผันด้านไอดี MIVEC รองรับน้ำมันได้สูงสุดที่ E20 จุดเด่นที่สำคัญของการปรับโฉมครั้งนี้คือการเปลี่ยนจากเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ให้มาเป็นเกียร์อัตโนมัติ Eco-dynamic CVT ซึ่งจะช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์นั้นราบเรียบได้มากกว่าเดิม เครื่องยนต์น่าจะมีการใช้รอบที่ต่ำลงกว่าเดิม และน่าจะช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงได้ประมาณหนึ่งเลย ส่วนการขับขี่จะเป็นอย่างไรคงต้องลองขับกันอีกที อีกส่วนที่เปลี่ยนไปคือตัวโช๊คหลัง ที่เปลี่ยนใหม่ให้ตัวกระบอกนั้นใหญ่มากกว่าเดิม ซึ่งทางฝ่ายเทคนิคของมิตซูบิชิได้แจ้งว่า เป็นขนาดเดียวกันกับของ Pajero Sport เลย เพียงแค่ค่าความหนืดไม่เท่ากันนั่นเอง และอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้นมาแล้วผมนี่ถูกใจสุด ๆ ก็คือการมาของระบบเบรกมือไฟฟ้าและ Auto Hold นั่นเอง
การขับขี่จริงของ Mitsubishi Xpander ใหม่ ที่ได้รับการทดสอบ พบว่าอัตราเร่งช่วงแรกก็ยังคล้ายกับตัวเก่า คือต้นยังช้า กลางค่อย ๆ มา ปลายเริ่มเหี่ยว ไม่ได้มีความกระชุ่มกระชวยแต่อย่างใด แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือความราบเรียบในการเปลี่ยนเกียร์ แน่นอนว่าจากเดิมที่อัตราทดมีแค่ 4 ช่วง มาตัวนี้ไม่มีรอยต่อ ไหลต่อเนื่องได้เลย และมีการใช้รอบเครื่องยนต์ที่ลดลง ครั้งนี้แอบลองดูรอบเครื่องในช่วงความเร็วระดับ 140 กม./ชม ยังอยู่ที่ระดับ 2,500 รอบ/นาทีเท่านั้นเอง แต่ถ้าถามว่าอัตราเร่งถึงกับใช้คำว่าทันใจได้ไหม คำตอบคือ ไม่เลยครับ ตามสไตล์เครื่องยนต์ 1,500 CC. ที่แบกน้ำหนักระดับนี้ จะเอาคำว่าทันใจมาจากไหน เอาเป็นว่าการขับเป็นแบบใจเย็น ค่อย ๆ ขึ้นไปเรื่อย ๆ พอแรง
Previous Post

Part 2: N1210316_เล ยงล กมาแบบน เอง แล วจะโทษใคร | Đọc Báo Online16

Next Post

Part 2: N1210312_ถ าเป นล กน องเขาไม พอก น ก กล บไปทำงานบ านเราด กว า | Đọc Báo Online16

Next Post

Part 2: N1210312_ถ าเป นล กน องเขาไม พอก น ก กล บไปทำงานบ านเราด กว า | Đọc Báo Online16

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N0911071_ความย ต ธรรมอย ตรงไหน ในไซด งานน ส ต อไป_part2 | Saraya Correll
  • N0911072_ค เดทฉ น ยกให แกนะ (ละครส น) ส ต อไป_part2 | Saraya Correll
  • N0911073_ถ าประธานไม ปลอมต ว เราไม ม ว นร ความจร งเลยใช ไหม! ส ต อไป_part2 | Saraya Correll
  • N0911074_ประธานแนนตกอ บ กลายเป นแม ค าล กช น ส ต อไป_part2 | Saraya Correll
  • N0911075_ความจร ง..เหต ผลท เจ าบ าวต องแกล งตาย!! ส ต อไป_part2 | Saraya Correll

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • November 2026
  • October 2026
  • September 2026
  • August 2026
  • July 2026

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.