
เจาะลึก มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ 2026: คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ กับรถ MPV ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ (Mitsubishi Xpander) รถยนต์ MPV 7 ที่นั่ง ที่สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จให้กับแบรนด์ ด้วยยอดขายที่พุ่งสูงตั้งแต่เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อปี 2561 และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน กับการปรับโฉมใหม่ล่าสุดในปี 2026 ที่มาพร้อมกับการอัปเกรดทั้งดีไซน์ สมรรถนะ และเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการของครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างลงตัว บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกรายละเอียดของ Mitsubishi Xpander ใหม่ 2026 ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปหรือไม่ พร้อมวิเคราะห์ตลาดรถ MPV ที่กำลังกลับมาคึกคักอีกครั้ง
ตลาดรถ MPV กลับมาคึกคักหลัง Toyota Veloz เปิดตัว
ตลาดรถยนต์ MPV 7 ที่นั่งในประเทศไทย กลับมามีสีสันและน่าจับตามองอีกครั้ง หลังจากการเข้ามาเขย่าตลาดของ Toyota Veloz ที่เปิดตัวในช่วงเวลาใกล้เคียงกับผู้เล่นเดิมในตลาดอย่าง Suzuki XL7, Toyota Sienta และ Mitsubishi Xpander ที่ต่างก็มีการปรับปรุงใหม่ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้ผู้บริโภคที่กำลังมองหารถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง มีตัวเลือกที่หลากหลายและน่าสนใจมากขึ้น การแข่งขันที่ดุเดือดนี้ส่งผลดีต่อผู้บริโภค เพราะแบรนด์ต่างๆ ต้องงัดกลยุทธ์และนวัตกรรมใหม่ๆ มานำเสนอ เพื่อชิงส่วนแบ่งทางการตลาด
Mitsubishi Xpander: การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสู่ความเหนือกว่า
หากนับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรก Mitsubishi Xpander ถือเป็นรถยนต์ MPV ที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดในกลุ่ม ซึ่งการปรับโฉมใหม่ในปี 2026 นี้ จะเรียกว่าเป็นการ Facelift หรือ Big Minorchange ก็ได้ เพราะมีการปรับปรุงทั้งในส่วนของดีไซน์ภายนอก ภายในห้องโดยสาร และสมรรถนะการขับขี่ เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานให้ดียิ่งขึ้น
ดีไซน์ภายนอก: สปอร์ต โดดเด่น และหรูหรา
Mitsubishi Xpander ใหม่ มาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกที่ได้รับการออกแบบใหม่ให้ดูสปอร์ต ทันสมัย และมีมิติมากขึ้น
กระจังหน้าดีไซน์ใหม่: เปลี่ยนจากลายโครเมียมเดิม มาเป็นกระจังหน้าสีดำเงา (Piano Black) ที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตและดุดันยิ่งขึ้น พร้อมเส้นสายที่คมชัด เสริมบุคลิกที่แตกต่างจากคู่แข่ง
ไฟหน้า T-Shape: ยังคงเอกลักษณ์ของ Dynamic Shield แต่ปรับดีไซน์ของชุดไฟหน้าใหม่ให้เป็นทรง T-Shape ที่ดูเฉียบคมและโฉบเฉี่ยวมากขึ้น แม้ตัวโคมไฟหลักจะยังคงใช้หลอดฮาโลเจน แต่เส้นไฟหรี่ LED และไฟเลี้ยวที่แยกออกมาเป็นอีกส่วนนั้น ให้ความรู้สึกที่ทันสมัย
ไฟท้าย LED-illumination Tube: การเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นที่สุดในส่วนท้ายของรถ คือการออกแบบไฟท้ายใหม่ให้เป็นทรง T-Shape ที่ใช้เทคโนโลยี LED-illumination Tube ซึ่งให้แสงสว่างที่สวยงามและมองเห็นได้ชัดเจนในเวลากลางคืน
ล้ออัลลอยลายใหม่: ขนาด 17 นิ้ว (จากเดิม 16 นิ้ว) ลายใหม่ สีทูโทน ที่เพิ่มความสปอร์ตและความหรูหราให้กับตัวรถ พร้อมทั้งช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ด้วยขนาดล้อที่ใหญ่ขึ้น
เสาอากาศแบบครีบฉลาม: เปลี่ยนจากเสาอากาศแบบมาตรฐาน มาเป็นเสาอากาศแบบครีบฉลาม (Shark Fin Antenna) ที่ให้ความรู้สึกทันสมัยและลดแรงต้านอากาศ
สีภายนอกใหม่: สีเทา Graphite Gray ที่เพิ่มตัวเลือกให้กับผู้บริโภค ให้ความรู้สึกหรูหราและพรีเมียม
ภายในห้องโดยสาร: กว้างขวาง นุ่มสบาย และเต็มเปี่ยมด้วยฟังก์ชัน
ภายในห้องโดยสารของ Mitsubishi Xpander ใหม่ ยังคงความกว้างขวางตามแบบฉบับรถ MPV 7 ที่นั่ง แต่ได้รับการปรับปรุงวัสดุและฟังก์ชันการใช้งานให้ดียิ่งขึ้น
แผงคอนโซลดีไซน์ใหม่: เปลี่ยนจากลายโค้งสลับไปมาในรุ่นก่อน มาเป็นแผงคอนโซลดีไซน์แบบ Horizontal Axis ที่เน้นเส้นสายแนวนอน ช่วยให้ห้องโดยสารดูกว้างขวางและแข็งแรงขึ้น
พวงมาลัยทรงกลมดีไซน์ใหม่: ปรับดีไซน์พวงมาลัยใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะปุ่มกดแตรที่เปลี่ยนเป็นทรงกลมขนาดใหญ่ ถูกใจผู้ขับขี่ สามารถปรับได้ 4 ทิศทาง พร้อมระบบผ่อนแรงด้วย EPS และปุ่ม Multi-Function ควบคุมระบบเครื่องเสียงและโทรศัพท์
จอแสดงข้อมูลอเนกประสงค์ TFT ขนาด 4.2 นิ้ว: เฉพาะรุ่น GT มาพร้อมหน้าจอ TFT ขนาด 4.2 นิ้ว พร้อมการแสดงผลแบบภาพเคลื่อนไหว 3 มิติ ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รับทราบข้อมูลการขับขี่ได้อย่างชัดเจน
ระบบปรับอากาศดิจิตอล: เปลี่ยนเป็นระบบปรับอากาศดิจิตอล แสดงผลด้วยหน้าจอ LED มีฟังก์ชัน Heater และระบบ Cool Max สำหรับเร่งความเย็นในช่วงแรกที่สตาร์ทรถ
หน้าจอสัมผัส 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto: ระบบหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้วที่ได้รับการอัปเกรด ให้รองรับการใช้งาน Apple CarPlay และ Android Auto ช่วยให้การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเป็นเรื่องง่าย
วัสดุเบาะนั่ง Heat Guard: เบาะนั่งแถวที่ 2 และ 3 หุ้มด้วยวัสดุหนังสังเคราะห์ที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อน (Heat Guard) ช่วยลดความร้อนสะสมในห้องโดยสาร
ระบบเบรกมือไฟฟ้าและ Auto Hold: ฟังก์ชันอำนวยความสะดวกที่ได้รับการเพิ่มเข้ามา ช่วยให้การขับขี่ในเมืองและการจอดในที่ลาดชันทำได้สะดวกยิ่งขึ้น
สมรรถนะการขับขี่: ขับสนุก มั่นใจ และประหยัด
Mitsubishi Xpander ใหม่ มาพร้อมกับการปรับปรุงในส่วนของสมรรถนะการขับขี่ เพื่อเพิ่มความมั่นใจและประสบการณ์ที่ดีขึ้น
เครื่องยนต์ MIVEC 1.5 ลิตร: ยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน DOHC MIVEC ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 141 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที พร้อมระบบวาล์วแปรผันด้านไอดี รองรับน้ำมันสูงสุด E20
เกียร์อัตโนมัติ Eco-dynamic CVT: เปลี่ยนจากเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดเดิม มาเป็นเกียร์อัตโนมัติ Eco-dynamic CVT ที่ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่ราบรื่น ไหลต่อเนื่อง และมีการใช้รอบเครื่องยนต์ที่ต่ำลง ช่วยเพิ่มความประหยัดน้ำมัน
ช่วงล่างปรับปรุงใหม่: เปลี่ยนโช้คหลังให้มีขนาดกระบอกใหญ่ขึ้น (เทียบเท่า Pajero Sport) ปรับค่าความหนืดให้เหมาะสม ช่วยเพิ่มความหนึบแน่นและมั่นคงในการขับขี่
Ground Clearance 220 มม.: ด้วยการเพิ่มขนาดล้อเป็น 17 นิ้ว ทำให้ใต้ท้องรถมีระยะห่างจากพื้นเพิ่มขึ้นเป็น 220 มม. ช่วยให้ขับผ่านเส้นทางขรุขระหรือทางน้ำท่วมได้อย่างมั่นใจ
การเก็บเสียงที่ดีเยี่ยม: ด้วยกระจกหน้าแบบ Acoustic Glass และการบุวัสดุดูดซับเสียงใต้ท้องรถ ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก ทำให้ห้องโดยสารเงียบและสบายยิ่งขึ้น
ระบบความปลอดภัยครบครัน
Mitsubishi Xpander ใหม่ มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยที่หลากหลาย เพื่อปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสารในทุกการเดินทาง
ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
กล้องมองภาพด้านหลังขณะถอยจอด
ระบบล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อรถมีความเร็วเกิน 15 กม./ชม.
ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC)
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (TCL)
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA)
ระบบเบรกแบบป้องกันล้อล็อก (ABS)
ระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD)
ระบบเสริมแรงเบรก (BA)\
ระบบไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติ (ESS)\
ระบบไฟนำทางหลังดับเครื่องยนต์ (Coming Home Light)\
ระบบไฟสว่างอัตโนมัติเมื่อปลดล็อก (Welcome Light)\
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติบนพวงมาลัย (Cruise Control)
คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปหรือไม่?
Mitsubishi Xpander ใหม่ มี 2 รุ่น ได้แก่
รุ่น GLS-LTD ราคา 789,000 บาท (เพิ่มขึ้น 10,000 บาท จากราคาเปิดตัวครั้งแรกในปี 2561)\
รุ่น GT ราคา