
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่: ปรับโฉมครั้งใหญ่ ยกระดับความคุ้มค่า สู่ประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือกว่า
ในสมรภูมิรถยนต์ MPV 7 ที่นั่ง ที่กำลังกลับมาคึกคักอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ด้วยการเข้ามาของทัพรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายและน่าสนใจมากขึ้น และท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดนี้ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้เผยโฉม “มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์” (Mitsubishi Xpander) โฉมใหม่ ที่ได้รับการปรับปรุงทั้งรูปลักษณ์ภายนอก ภายใน และเทคโนโลยีการขับขี่ ให้มีความทันสมัยและตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างลงตัว บทความนี้จะเจาะลึกทุกมิติของรถ MPV 7 ที่นั่งคันนี้ ที่พร้อมจะยกระดับประสบการณ์การเดินทางของคุณ
ย้อนรอยความสำเร็จ: จากจุดเริ่มต้นสู่การเป็นผู้นำตลาด
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2561 ด้วยแนวคิด Dynamic Shield ที่ผสมผสานความแข็งแกร่ง ความปลอดภัย และความสวยงามเข้าไว้ด้วยกัน และได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากตลาด ด้วยยอดจำหน่ายสะสมมากกว่า 30,000 คัน ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เอ็กซ์แพนเดอร์ได้พิสูจน์ตัวเองในฐานะรถยนต์ MPV ที่มอบความคุ้มค่าสูงสุด ทั้งในด้านราคา การใช้งาน ความประหยัดน้ำมัน และความทนทาน พร้อมทั้งยังคงเอกลักษณ์ความเป็นมิตซูบิชิ ด้วยสมรรถนะที่ไว้ใจได้ และการบำรุงรักษาที่ไม่ยุ่งยาก
การปรับโฉมครั้งใหญ่: “บิ๊กไมเนอร์เชนจ์” ที่เหนือความคาดหมาย
สำหรับโฉมใหม่ปี 2026 นี้ เอ็กซ์แพนเดอร์ได้รับการปรับปรุงในหลายมิติ เปรียบเสมือน “บิ๊กไมเนอร์เชนจ์” ที่ยกระดับรถยนต์คันนี้ให้ก้าวไปอีกขั้น โดยสามารถแบ่งการเปลี่ยนแปลงออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ ภายนอก ภายใน และระบบขับขี่
ดีไซน์ภายนอก: Dynamic Shield ที่ดุดันและทันสมัยยิ่งขึ้น
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ โฉมใหม่ ยังคงเอกลักษณ์ของ Dynamic Shield ที่เป็นหัวใจหลักของการออกแบบ แต่ได้รับการปรับปรุงให้มีความโฉบเฉี่ยวและทันสมัยยิ่งขึ้น
กระจังหน้าดีไซน์ใหม่: ได้รับการออกแบบใหม่ให้ดูมีมิติและดุดันมากยิ่งขึ้น เส้นสายที่คมชัดและขนาดที่ใหญ่ขึ้น ทำให้รถดูแข็งแรงและทรงพลัง
ไฟหน้าทรง T-Shape: เปลี่ยนจากไฟหน้าทรงเดิม มาเป็นไฟหน้าทรง T-Shape ที่ให้ความรู้สึกทันสมัยและหรูหรา ในส่วนของเส้นสายไฟหรี่ (DRL) ยังคงเป็น LED แต่มีการนำมาประยุกต์ใช้เป็นไฟเลี้ยวในตัว ซึ่งเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน
การตกแต่งภายนอก: แผงกันกระแทกด้านล่าง และกระจกหน้าได้รับการออกแบบใหม่ให้เข้ากับดีไซน์โดยรวม ที่สำคัญคือ การเพิ่มล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว ที่มีดีไซน์สวยงาม ทันสมัย และช่วยเพิ่มความรู้สึกสปอร์ตให้กับตัวรถ
เสาอากาศแบบครีบฉลาม: เปลี่ยนจากเสาอากาศแบบเดิม มาเป็นเสาอากาศแบบครีบฉลาม (Shark Fin Antenna) ที่ให้ความรู้สึกทันสมัย และช่วยลดแรงต้านอากาศ
สีภายนอกใหม่: เพิ่มสีใหม่ “เทา Graphite Gray” ที่มีความหรูหราและแตกต่างจากสีเดิม ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่ต้องการสีสันที่หลากหลาย
ห้องโดยสาร: ความสะดวกสบายและอรรถประโยชน์ที่เหนือกว่า
ภายในของมิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ โฉมใหม่ ได้รับการออกแบบใหม่ให้เน้นความสะดวกสบาย กว้างขวาง และประโยชน์ใช้สอยสูงสุด โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้
คอนโซลหน้าแบบ Horizontal Axis: การออกแบบแผงคอนโซลหน้าใหม่ เน้นเส้นสายในแนวนอน (Horizontal Axis) ที่ช่วยให้ห้องโดยสารดูกว้างขวางและรู้สึกโปร่งโล่งมากยิ่งขึ้น
พวงมาลัยดีไซน์ใหม่: เปลี่ยนดีไซน์พวงมาลัยใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะปุ่มกดแตรที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมปุ่ม Multi-Function สำหรับควบคุมระบบเครื่องเสียงและแผงหน้าปัด รองรับการปรับระดับสูง-ต่ำ และปรับเข้า-ออกได้ 4 ทิศทาง
หน้าจอแสดงข้อมูล: เพิ่มหน้าจอแสดงข้อมูลอเนกประสงค์ TFT ขนาด 4.2 นิ้ว พร้อมการแสดงผลแบบภาพเคลื่อนไหว 3 มิติ เฉพาะรุ่น GT ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบข้อมูลการขับขี่ได้อย่างสะดวกและทันสมัย
ระบบปรับอากาศ: เปลี่ยนมาใช้ระบบปรับอากาศแบบดิจิตอล ที่ให้ความสะดวกในการปรับอุณหภูมิและความแรงลม พร้อมฟังก์ชัน Heater และ Cool Max ที่ช่วยเพิ่มความสบายในการใช้งาน
วัสดุและการตกแต่ง: การตกแต่งภายในใช้วัสดุหุ้มเบาะหนังสังเคราะห์คุณภาพเยี่ยมที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อน (Heat Guard) ช่วยลดความร้อนสะสมในห้องโดยสาร เบาะที่นั่งสามารถปรับพับได้หลากหลายรูปแบบ รวมถึงการพับราบเพื่อเพิ่มพื้นที่การจัดเก็บสัมภาระ
ระบบความสะดวกสบาย: เพิ่มความสะดวกสบายด้วยกุญแจอัจฉริยะแบบ KOS พร้อมปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ ระบบปรับอากาศด้านหลังแบบแยกอิสระสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ช่องเก็บของอเนกประสงค์ที่ติดตั้งในตำแหน่งต่าง ๆ และช่องจ่ายกระแสไฟ DC 12 โวลต์ 3 ตำแหน่ง
ระบบขับขี่: ความประหยัดและความนุ่มนวลที่เหนือกว่า
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ โฉมใหม่ ได้รับการปรับปรุงในส่วนของระบบขับขี่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความประหยัดน้ำมัน และความนุ่มนวลในการขับขี่
เกียร์อัตโนมัติ Eco-dynamic CVT: การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดคือการเปลี่ยนจากเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด มาเป็นเกียร์อัตโนมัติแบบ Eco-dynamic CVT ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างราบรื่น ลดรอบเครื่องยนต์ในความเร็วคงที่ ช่วยเพิ่มความประหยัดน้ำมัน และลดเสียงรบกวน
ระบบช่วงล่าง: เปลี่ยนใหม่ทั้งกระบอกโช้คหลังให้มีขนาดใหญ่กว่าเดิม เพื่อเพิ่มความหนึบและเสถียรภาพในการขับขี่ โดยใช้ขนาดกระบอกโช้คเดียวกับในรุ่น Pajero Sport แต่ปรับค่าความหนืดให้เหมาะสมกับตัวรถ
ระบบเบรกมือไฟฟ้าและ Auto Hold: เพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ด้วยระบบเบรกมือไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชัน Auto Hold ที่ช่วยให้รถหยุดนิ่งโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้างไว้ เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรติดขัด
เครื่องยนต์: ยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน DOHC MIVEC ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 141 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที พร้อมระบบวาล์วแปรผัน MIVEC รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดถึง E20
สมรรถนะ: การปรับปรุงใหม่ในส่วนของเกียร์และช่วงล่าง ส่งผลให้สมรรถนะโดยรวมดีขึ้น ความเร็วปลายทำได้ดี และรอบเครื่องยนต์ในความเร็วสูงลดลง ทำให้การขับขี่ทางไกลมีความสบายมากยิ่งขึ้น
ระบบความปลอดภัย: เพิ่มระบบความปลอดภัยมาตรฐาน ได้แก่
ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC)
ระบบป้องกันการลื่นไถล (TCL)
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA)
ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS)
ระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD)
ระบบเสริมแรงเบรก (BA)
ระบบไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS)
ถุงลมนิรภัยด้านคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า
กล้องมองภาพด้านหลังขณะถอยจอด
ระบบล็อกควบคุมความเร็วอัตโนมัติบนพวงมาลัย Cruise Control
ออปชั่นที่โดดเด่น: หน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ที่เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน
ราคาและการวางจำหน่าย
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ โฉมใหม่ มีจำหน่าย 2 รุ่น ได้แก่
รุ่น GLS-LTD: ราคาเริ่มต้น 799,000 บาท (เพิ่มขึ้น 10,000 บาท จากรุ่นเดิม)
รุ่น GT: ราคาจำหน่าย 895,000 บาท (เพิ่มขึ้น 32,