
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดตัว ALL-NEW MITSUBISHI XFORCE e-HEV รถยนต์ฟูลไฮบริด รุ่นใหม่ล่าสุด ผลิตที่ประเทศไทย เคาะราคาเริ่มต้น 899,000 บาท พร้อมการรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และแบตเตอรี่ 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
วันนี้ (20 มี.ค.) มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้จัดงานเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด ALL-NEW MITSUBISHI XFORCE e-HEV ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน Full Hybrid เจเนอเรชันใหม่ล่าสุด ซึ่งได้รับการพัฒนาต่อยอดจากเทคโนโลยี Plug-in Hybrid (PHEV) อันเลื่องชื่อของมิตซูบิชิ โดยมี มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงร่วมเปิดตัว ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ท่ามกลางความสนใจจากสื่อมวลชนและผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์
มร. เรียวอิจิ อินาบะ กล่าวว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้นำระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ล่าสุด มาติดตั้งใน ALL-NEW MITSUBISHI XFORCE e-HEV และเรามีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่รถยนต์รุ่นนี้ ผลิตขึ้นที่ประเทศไทย ณ โรงงานแหลมฉบังของเรา เราได้ใช้เวลาหลายเดือนในการทดสอบรถยนต์รุ่นนี้ รวมระยะทางกว่า 100,000 กิโลเมตร ทั่วประเทศไทย ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เพื่อประเมินความทนทานและสมรรถนะในการขับขี่ ทีมทดสอบของเราได้รวบรวมข้อมูลและข้อเสนอแนะอันมีค่า ซึ่งวิศวกรฝ่ายวิจัยและพัฒนาของเราได้นำไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนารถรุ่นนี้ให้ดียิ่งขึ้น ขั้นตอนสุดท้ายคือการทดสอบความทนทานของรถและปรับแต่งระบบช่วงล่างที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานบนสภาพถนนที่หลากหลายของประเทศไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบ”
“สำหรับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เราให้ความสำคัญสูงสุดกับคุณภาพและประสบการณ์การขับขี่เสมอมา และเราไม่เคยลดทอนมาตรฐานเหล่านี้เลยครับ เราจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ALL-NEW MITSUBISHI XFORCE e-HEV จะเป็นโมเดลที่สร้างความตื่นเต้นและน่าประทับใจ พร้อมกับได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้าชาวไทย” มร. เรียวอิจิ กล่าวเสริม
ALL-NEW MITSUBISHI XFORCE e-HEV จะเข้ามาเสริมทัพกลุ่มรถยนต์ฟูลไฮบริดของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ต่อยอดความสำเร็จจาก MITSUBISHI XPANDER e-HEV และ MITSUBISHI XPANDER CROSS e-HEV ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 รถคอมแพ็กต์ SUV รุ่นใหม่นี้ เป็นรถที่จะสร้างความน่าดึงดูดใจให้กับทุกท่าน ด้วยการออกแบบที่ทันสมัย ผสานเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม และความคุ้มค่าที่เหนือกว่า พร้อมรับประกันระบบไฮบริดนาน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และแบตเตอรี่นานสูงสุด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ทำให้ลูกค้ามั่นใจในการใช้งานได้ในระยะยาว
1 ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์ที่ยังไม่รวมประกันภัยบุคคลที่สาม (พ.ร.บ.) และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้มาจากการทดสอบตามมาตรฐาน NEDC (New European Driving Cycle) ซึ่งอาจแตกต่างจากอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจริงตามสภาพการขับขี่ พฤติกรรมการขับขี่ และสภาพแวดล้อม ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง สามารถสอบถามได้ที่ผู้จำหน่ายมิตซูบิชิ
2 เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด และสามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
การออกแบบที่เหนือระดับ: Silky and Solid คอนเซปต์การออกแบบใหม่จากมิตซูบิชิ ‘Silky and Solid’ สะท้อนผ่านรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว โดดเด่น เปรียบเสมือนไอคอนนิคแห่งยุค ด้วยไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED และไฟท้าย LED สี Smoked จัดเรียงเป็นรูปตัวที เสริมให้เห็นถึงความกว้างและความรู้สึกมั่นคงของตัวรถ ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 18 นิ้ว ดีไซน์สวยงามที่คำนึงถึงแอโรไดนามิค เสริมด้วยซุ้มล้อที่เลือกใช้วัสดุและสีที่ตัดกับสีรถ ทำให้ ALL-NEW MITSUBISHI XFORCE e-HEV มีบุคลิกของรถ SUV อย่างชัดเจน
รูปลักษณ์ภายในออกแบบโดยใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกหรูหรา ประณีตในทุกรายละเอียด คอนเซปต์ตามแนวคิด ‘Horizontal Axis’ มอบทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม ภายในห้องโดยสารสีทูโทน พร้อมการตกแต่งด้วยผ้าแบบพิเศษกันน้ำและคราบสิ่งสกปรก มาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่จะช่วยสร้างสุนทรียภาพให้คุณตลอดการเดินทาง
สมรรถนะเหนือชั้น: MITSUBISHI e:MOTION ALL-NEW MITSUBISHI XFORCE e-HEV มาพร้อมประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับ MITSUBISHI e:MOTION ซึ่งเป็นการผสานสามเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุดของมิตซูบิชิ ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ล่าสุด โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (AYC)
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ ทำงานผ่านมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงและแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษสำหรับรถยนต์ไฮบริด โดยใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร DOHC 16 วาล์ว MIVEC เป็นการพัฒนาต่อยอดจากรถยนต์ฟูลไฮบริดรุ่นแรก สู่ระบบที่ได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อให้มีประสิทธิภาพการส่งกำลังที่ดียิ่งขึ้น มาพร้อมกับระบบส่งกำลัง 2-Speed Transaxle ใหม่ ปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติตามการขับขี่และสภาพถนน ให้อัตราเร่งที่ดีและนุ่มนวล อีกทั้งยังเพิ่มกลไกตัดการเชื่อมต่อของมอเตอร์ ช่วยลดการสูญเสียพลังงาน ส่งผลให้รถมีอัตราประหยัดน้ำมันขั้นสูงสุด 24.4 กิโลเมตร/ลิตร1 มีระยะทางการขับขี่ยาวที่สุดในคลาสต่อน้ำมันหนึ่งถัง ทำงานเงียบและมีอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมทั้งในการขับขี่บนไฮเวย์และในเส้นทางที่เป็นเนินลาดชัน
โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7-Drive Mode) ไม่ว่าเส้นทางแบบไหนก็ไม่เป็นอุปสรรคด้วยโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ ได้แก่ Normal (ถนนทั่วไป) Wet (ถนนเปียก) Gravel (ถนนลูกรัง) Tarmac (ถนนลาดยาง) Mud (ถนนโคลน) และอีก 2 ทางเลือกพลังงานทั้ง Charge (โหมดการชาร์จ) และ EV Priority (โหมดพลังงานไฟฟ้า 100%) โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกเปลี่ยนโหมดการขับขี่ด้วยตนเองตามสภาพถนน สภาพภูมิอากาศ หรือรูปแบบการใช้งานที่ต้องการ
ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง หรือ AYC (Active Yaw Control) เทคโนโลยีจากรถแข่งแรลลี่คาร์ของมิตซูบิชิ ทำงานโดยคำนวณการส่งกำลังลงที่ล้อซ้าย-ล้อขวา ให้หมุนสัมพันธ์กัน ขณะที่รถเข้าโค้ง เพื่อสร้างสมดุลให้กับตัวรถ ทำให้สามารถขับผ่านทางโค้งได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัย และมั่นใจในทุกสถานการณ์
ALL-NEW MITSUBISHI XFORCE e-HEV ยังใช้ช่วงล่างที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ ให้เหมาะกับทุกสภาพถนนในประเทศไทย ซึ่งผ่านการทดสอบมาแล้วกว่า 100,000 กิโลเมตร
ความปลอดภัยเหนือระดับ: Diamond Sense เทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ หรือ ADAS ที่จะตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบตัวรถแบบ 360 องศา ทำงานอย่างแม่นยำผ่านการทำงานของกล้อง เรดาห์ และเซนเซอร์ ได้แก่ กล้องมองภาพรอบคันพร้อมเส้นกะระยะและระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว (MAM with MOD) ระบบเตือนเมื่อรถด้านหน้าออกตัวหรือเคลื่อนที่ไปด้านหน้า (LCDN) ระบบเตือนจุดอับสายตาและระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน (BSW with LCA) ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM) ระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติถึงจุดหยุดนิ่ง (ACC) ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB) ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่อง