
เปิดตัว All-New Mitsubishi Xpander HEV รถยนต์ฟูลไฮบริด ที่ผลิตในไทย เปิดจองแล้ววันนี้ ราคาเริ่มต้น 899,000 บาท!
โลกยานยนต์ไทยในปี 2026 กำลังเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้น เมื่อ Mitsubishi Motors ประเทศไทย ได้ประกาศเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด All-New Mitsubishi Xpander HEV รถยนต์ฟูลไฮบริดที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด และที่สำคัญคือ เป็นรถยนต์ที่ผลิตขึ้นภายในประเทศไทย ณ โรงงานแหลมฉบัง ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพการผลิตและนวัตกรรมของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
บทความนี้จะเจาะลึกทุกแง่มุมของ All-New Mitsubishi Xpander HEV ตั้งแต่รายละเอียดทางเทคนิค สมรรถนะการขับขี่ การออกแบบที่ล้ำสมัย ระบบความปลอดภัยที่ครอบคลุม ไปจนถึงราคาจำหน่ายและข้อเสนอพิเศษที่จะทำให้คุณไม่พลาดโอกาสเป็นเจ้าของรถยนต์รุ่นนี้
การเปิดตัว All-New Mitsubishi Xpander HEV ถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของ Mitsubishi Motors ในตลาดประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์ไฮบริด ซึ่งต่อยอดมาจากความสำเร็จของ Mitsubishi Xpander HEV และ Mitsubishi Xpander Cross HEV ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ รถยนต์รุ่นใหม่นี้ได้รับการออกแบบและพัฒนาด้วยเทคโนโลยีล่าสุดจาก Mitsubishi Motors ผสมผสานความประหยัดพลังงาน ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือระดับเข้าไว้ด้วยกัน
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย กับความภาคภูมิใจในการผลิตในประเทศ
มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้แสดงความภาคภูมิใจในการเปิดตัว All-New Mitsubishi Xpander HEV ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ผลิตขึ้นภายในประเทศไทย ณ โรงงานแหลมฉบัง การผลิตรถยนต์รุ่นนี้ในประเทศถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญของบริษัท ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และความสามารถของทีมงานในการผลิตรถยนต์ที่มีคุณภาพระดับโลก
“นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้เปิดตัว All-New Mitsubishi Xpander HEV พร้อมระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุด และเราภูมิใจที่รถยนต์รุ่นนี้ผลิตที่ประเทศไทย ณ โรงงานแหลมฉบังของเรา เราได้ใช้เวลาหลายเดือนในการทดสอบรถยนต์รุ่นนี้ รวมระยะทางทั้งหมดกว่า 100,000 กิโลเมตร ทั่วประเทศไทย ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เพื่อประเมินความทนทานและสมรรถนะในการขับขี่ ทีมทดสอบของเราได้รวบรวมข้อมูลและข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่างๆ ซึ่งวิศวกรฝ่ายวิจัยและพัฒนาของเราได้นำไปใช้ในการปรับแต่งและพัฒนารถรุ่นนี้ให้ดียิ่งขึ้น ขั้นตอนสุดท้าย คือ การทดสอบความทนทานของรถ และปรับแต่งระบบกันสะเทือนที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานบนสภาพถนนที่หลากหลายของประเทศไทย ให้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ” คุณอินาบะกล่าว
การทดสอบอย่างละเอียดกว่า 100,000 กิโลเมตร เป็นการยืนยันถึงความทนทานและความพร้อมของ All-New Mitsubishi Xpander HEV ในการเผชิญกับสภาพถนนที่หลากหลายของประเทศไทย ตั้งแต่การจราจรในเมืองที่หนาแน่น ไปจนถึงเส้นทางบนภูเขาและถนนลูกรัง การทดสอบนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Mitsubishi Motors ในการส่งมอบรถยนต์ที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้ให้กับลูกค้า
เทคโนโลยี MITSUBISHI e:MOTION: หัวใจสำคัญของ All-New Mitsubishi Xpander HEV
All-New Mitsubishi Xpander HEV มาพร้อมกับเทคโนโลยี MITSUBISHI e:MOTION ซึ่งเป็นการผสานสามเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุดของมิตซูบิชิ ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ล่าสุด โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (AYC) เทคโนโลยีเหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับทั้งในด้านสมรรถนะ ความประหยัดน้ำมัน และความปลอดภัย
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดของ All-New Mitsubishi Xpander HEV ทำงานผ่านมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงและแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษสำหรับรถยนต์ไฮบริด โดยใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร DOHC 16 วาล์ว MIVEC เป็นส่วนประกอบสำคัญ การทำงานร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์เบนซินทำให้รถสามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ในบางช่วงเวลา เพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันและลดการปล่อยมลพิษ
ระบบส่งกำลัง 2-Speed Transaxle ใหม่ ปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติตามการขับขี่และสภาพถนน ให้อัตราเร่งที่ดีและนุ่มนวล อีกทั้งยังเพิ่มกลไกตัดการเชื่อมต่อของมอเตอร์ ช่วยลดการสูญเสียพลังงาน ส่งผลให้รถมีอัตราประหยัดน้ำมันขั้นสูงสุด 24.4 กิโลเมตร/ลิตร มีระยะทางการขับขี่ยาวที่สุดในคลาสต่อน้ำมันหนึ่งถัง ทำงานเงียบและมีอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมทั้งในการขับขี่บนไฮเวย์และในเส้นทางที่เป็นเนินลาดชัน
โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7-Drive Mode)
ไม่ว่าเส้นทางแบบไหนก็ไม่เป็นอุปสรรคด้วยโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ ที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกเปลี่ยนได้ด้วยตนเองตามสภาพถนน สภาพภูมิอากาศ หรือรูปแบบการใช้งานที่ต้องการ โหมดเหล่านี้ได้แก่
Normal (ถนนทั่วไป) โหมดการขับขี่มาตรฐานสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
Wet (ถนนเปียก) ปรับการทำงานของระบบให้เหมาะสมกับการขับขี่บนพื้นผิวเปียก เพื่อเพิ่มการยึดเกาะ
Gravel (ถนนลูกรัง) ปรับการทำงานของระบบให้เหมาะสมกับการขับขี่บนถนนลูกรัง เพิ่มความมั่นคงและการควบคุม
Tarmac (ถนนลาดยาง) ปรับการทำงานของระบบให้เหมาะสมกับการขับขี่บนถนนลาดยาง เพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน
Mud (ถนนโคลน) ปรับการทำงานของระบบให้เหมาะสมกับการขับขี่บนถนนโคลน เพิ่มการยึดเกาะและการควบคุมในสภาพพื้นผิวที่ยากลำบาก
Charge (โหมดการชาร์จ) ใช้เครื่องยนต์ในการชาร์จแบตเตอรี่เมื่อมีความจำเป็น
EV Priority (โหมดพลังงานไฟฟ้า 100%) ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% โดยไม่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน
ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (AYC)
เทคโนโลยีจากรถแข่งแรลลี่คาร์ของมิตซูบิชิ ระบบ AYC ทำงานโดยคำนวณการส่งกำลังลงที่ล้อซ้าย-ล้อขวา ให้หมุนสัมพันธ์กัน ขณะที่รถเข้าโค้ง เพื่อสร้างสมดุลให้กับตัวรถ ทำให้สามารถขับผ่านทางโค้งได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัย และมั่นใจในทุกสถานการณ์ ระบบนี้ทำงานร่วมกับโหมดการขับขี่ต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมและความปลอดภัยในทุกสภาพถนน
ช่วงล่างที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับประเทศไทย
All-New Mitsubishi Xpander HEV ใช้ช่วงล่างที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ ให้เหมาะกับทุกสภาพถนนในประเทศไทย ซึ่งผ่านการทดสอบมาแล้วกว่า 100,000 กิโลเมตร การปรับแต่งช่วงล่างนี้ทำให้รถสามารถดูดซับแรงกระแทกจากสภาพถนนที่ไม่เรียบได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่ และรักษาเสถียรภาพของตัวรถในขณะเข้าโค้ง
การออกแบบที่โดดเด่นทั้งภายนอกและภายใน
ดีไซน์ภายนอกของ All-New Mitsubishi Xpander HEV ออกแบบภายใต้คอนเซปต์ ‘Silky and Solid’ ซึ่งเป็นการผสมผสานความเรียบหรูและความแข็งแกร่งเข้าไว้ด้วยกัน รูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวโดดเด่นสะท้อนผ่านเส้นสายที่เฉียบคมและสัดส่วนที่ลงตัว ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED และไฟท้าย LED สี Smoked จัดเรียงเป็นรูปตัวที เสริมให้เห็นถึงความกว้างและความรู้สึกมั่นคงของตัวรถ
ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 18 นิ้ว ดีไซน์สวยงามที่คำนึงถึงแอโรไดนามิค เสริมด้วยซุ้มล้อที่เลือกใช้วัสดุและสีที่ตัดกับสีรถ ทำให้ All-New Mitsubishi Xpander HEV มีบุคลิกของรถเอสยูวีอย่างชัดเจน
ภายในห้องโดยสาร ออกแบบโดยใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกหรูหรา ประณีตในทุกรายละเอียด คอนเซปต์ตามแนวคิด “Horizontal Axis” มอบทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม ภายในห้องโดยสารสีทูโทน พร้อมการตกแต่งด้วยผ้าแบบพิเศษกันน้ำและคราบ