
Mitsubishi Xforce HEV: รถยนต์ฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ล่าสุดจากมิตซูบิชิ ที่ผลิตในไทย ราคาเริ่มต้น 899,000 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัว
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้เปิดตัวรถยนต์ฟูลไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการ นั่นคือ All-New Mitsubishi Xforce HEV ซึ่งเป็นรถยนต์ประเภท Compact SUV ที่ได้รับการพัฒนาและผลิตขึ้นที่โรงงานมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย โดยมีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 899,000 บาท พร้อมกับการรับประกันระบบไฮบริดนาน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนานสูงสุด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
การเปิดตัวครั้งนี้ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 ได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงจากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศเข้าร่วมงาน โดยมี มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้กล่าวเปิดงาน ร่วมด้วย มร. มาซาฮิโระ อิโตะ Chief Product Specialist จากบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น มร. นาโอกิ อากิตะ Program Design Director และ นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขายและบริการหลังการขาย ร่วมในพิธีเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
All-New Mitsubishi Xforce HEV จะเข้ามาเสริมทัพกลุ่มรถยนต์ฟูลไฮบริดของมิตซูบิชิในประเทศไทย ต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นก่อนหน้าอย่าง Mitsubishi Xpander HEV และ Mitsubishi Xpander Cross HEV ที่ได้รับการเปิดตัวไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา รถยนต์คอมแพ็กต์เอสยูวีรุ่นใหม่นี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่หลากหลาย โดยมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดจากเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่มีชื่อเสียงของมิตซูบิชิ จุดเด่นที่สำคัญของรถรุ่นนี้คือ อัตราการประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยม เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีอัตราเร่งที่ทรงพลัง นอกจากนี้ยังมีโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7-Drive Mode) และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC) ซึ่งทำงานร่วมกันเพื่อคำนวณการส่งกำลังไปยังล้อทั้งซ้ายและขวา ให้ประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาสมดุลของตัวรถขณะเข้าโค้ง มอบความปลอดภัยและความมั่นใจในการขับขี่ในทุกสภาพเส้นทาง
มร. เรียวอิจิ อินาบะ ได้กล่าวถึงความพิเศษของ All-New Mitsubishi Xforce HEV ว่า นี่เป็นครั้งแรกที่รถยนต์รุ่นนี้ได้รับการติดตั้งระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุด และบริษัทมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่รถยนต์รุ่นนี้ได้รับการผลิตในประเทศไทย ณ โรงงานแหลมฉบัง การพัฒนารถยนต์รุ่นนี้ใช้เวลานานหลายเดือน โดยมีการทดสอบครอบคลุมระยะทางกว่า 100,000 กิโลเมตรทั่วประเทศไทย ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เพื่อประเมินความทนทานและสมรรถนะในการขับขี่ ทีมทดสอบได้รวบรวมข้อมูลและข้อเสนอแนะที่มีคุณค่า ซึ่งวิศวกรฝ่ายวิจัยและพัฒนาได้นำไปใช้ในการปรับแต่งและพัฒนารถยนต์รุ่นนี้ให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ขั้นตอนสุดท้ายยังรวมถึงการทดสอบความทนทานของตัวรถและการปรับแต่งระบบช่วงล่างที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพถนนที่หลากหลายในประเทศไทย
“สำหรับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เราให้ความสำคัญสูงสุดกับคุณภาพและประสบการณ์การขับขี่เสมอมา และเราไม่เคยลดทอนมาตรฐานเหล่านี้เลยครับ เราจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี จะเป็นโมเดลที่สร้างความตื่นเต้นและน่าประทับใจ พร้อมกับได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้าชาวไทย” มร. อินาบะ กล่าวเสริม
คุณสมบัติเด่นของ All-New Mitsubishi Xforce HEV สามารถแบ่งออกเป็น 4 แกนหลักสำคัญ ได้แก่ ดีไซน์ สมรรถนะ ระบบความปลอดภัย และความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร
ในด้านดีไซน์ All-New Mitsubishi Xforce HEV มาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกที่ออกแบบภายใต้คอนเซปต์ ‘Silky and Solid’ ซึ่งเป็นแนวคิดการออกแบบใหม่ล่าสุดจากมิตซูบิชิ ที่เน้นความเรียบหรูแต่ทรงพลัง สะท้อนผ่านรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวและโดดเด่น เปรียบเสมือนไอคอนนิคแห่งยุค ด้วยไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED และไฟท้าย LED สี Smoked ที่จัดเรียงเป็นรูปตัวที เสริมให้เห็นถึงความกว้างและความรู้สึกมั่นคงของตัวรถ ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 18 นิ้ว ที่มีดีไซน์สวยงามและคำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์ ผสานกับซุ้มล้อที่ใช้วัสดุและสีที่ตัดกับสีตัวรถ ทำให้ Xforce HEV มีบุคลิกของรถ SUV ที่ชัดเจน สำหรับภายในห้องโดยสาร ได้รับการออกแบบโดยใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกหรูหราและประณีตในทุกรายละเอียด ด้วยคอนเซปต์ “Horizontal Axis” ที่มอบทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม ภายในห้องโดยสารมาพร้อมสีทูโทนและการตกแต่งด้วยวัสดุผ้าแบบพิเศษที่กันน้ำและคราบสิ่งสกปรก พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ช่วยสร้างสุนทรียภาพตลอดการเดินทาง
ในส่วนของสมรรถนะ All-New Mitsubishi Xforce HEV มอบประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับด้วย MITSUBISHI e:MOTION ซึ่งเป็นการผสานสามเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุดของมิตซูบิชิ ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (AYC) ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ทำงานผ่านมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงและแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับรถยนต์ไฮบริด โดยใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร DOHC 16 วาล์ว MIVEC ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดจากรถยนต์ฟูลไฮบริดรุ่นแรก สู่ระบบที่ได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อให้มีประสิทธิภาพการส่งกำลังที่ดียิ่งขึ้น มาพร้อมกับระบบส่งกำลัง 2-Speed Transaxle ใหม่ ที่ปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติตามการขับขี่และสภาพถนน ช่วยให้อัตราเร่งที่ดีและนุ่มนวล นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มกลไกตัดการเชื่อมต่อของมอเตอร์เพื่อลดการสูญเสียพลังงาน ส่งผลให้รถมีอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุดที่ 24.4 กิโลเมตร/ลิตร และมีระยะทางการขับขี่ยาวที่สุดในคลาสต่อหนึ่งถังน้ำมัน ทำงานเงียบและมีอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมทั้งในการขับขี่บนทางหลวงและในเส้นทางที่เป็นเนินลาดชัน
โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดที่เหมาะสมกับสภาพถนนและสภาพอากาศได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Normal (ถนนทั่วไป) Wet (ถนนเปียก) Gravel (ถนนลูกรัง) Tarmac (ถนนลาดยาง) Mud (ถนนโคลน) และอีก 2 ทางเลือกพลังงานคือ Charge (โหมดการชาร์จ) และ EV Priority (โหมดพลังงานไฟฟ้า 100%) สำหรับระบบ Active Yaw Control (AYC) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนามาจากรถแข่งแรลลี่คาร์ของมิตซูบิชิ จะทำงานโดยการคำนวณการส่งกำลังไปยังล้อซ้ายและขวา ให้หมุนสัมพันธ์กันขณะที่รถเข้าโค้ง เพื่อสร้างสมดุลให้กับตัวรถ ทำให้สามารถขับผ่านทางโค้งได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัย และมั่นใจในทุกสถานการณ์ นอกจากนี้ All-New Mitsubishi Xforce HEV ยังใช้ช่วงล่างที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษให้เหมาะสมกับทุกสภาพถนนในประเทศไทย ซึ่งผ่านการทดสอบมาแล้วกว่า 100,000 กิโลเมตร
ในด้านระบบความปลอดภัย All-New Mitsubishi Xforce HEV มาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense ที่จัดเต็มด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ หรือ ADAS ซึ่งจะตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบตัวรถแบบ 360 องศา ทำงานอย่างแม่นยำผ่านการทำงานของกล้อง เรดาห์ และเซนเซอร์ ประกอบด้วยระบบต่างๆ ได้แก่ กล้องมองภาพรอบคันพร้อมเส้นกะระยะและระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว (MAM with MOD) ระบบเตือนเมื่อรถด้านหน้าออกตัวหรือเคลื่อนที่ไปด้านหน้า (LCDN) ระบบเตือนจุดอับสายตาและระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน (BSW