
All-New Mitsubishi Xforce HEV 2026: เปิดมิติใหม่แห่งรถยนต์ฟูลไฮบริดที่ผลิตในไทย เริ่มต้น 899,000 บาท
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เดินหน้ายกระดับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัว All-New Mitsubishi Xforce HEV รถยนต์ฟูลไฮบริดรุ่นล่าสุด ที่มาพร้อมเทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่ล้ำสมัย สมรรถนะที่เป็นเลิศ และดีไซน์ที่โดดเด่น ความพิเศษของรุ่นนี้คือการผลิตที่โรงงานแหลมฉบัง ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของมิตซูบิชิในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมคุณภาพสูงเพื่อคนไทย โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 899,000 บาท พร้อมการรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
การเปิดตัว All-New Mitsubishi Xforce HEV ถือเป็นก้าวสำคัญของมิตซูบิชิในตลาดรถยนต์ฟูลไฮบริด ต่อเนื่องจากความสำเร็จของ Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Cross HEV ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ รถยนต์คอมแพ็กต์ SUV รุ่นใหม่นี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยยุคใหม่ที่มองหารถยนต์ที่ผสมผสานความสะดวกสบาย ประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีขั้นสูงได้อย่างลงตัว
สมรรถนะเหนือระดับด้วย MITSUBISHI e:MOTION
หัวใจสำคัญของ All-New Mitsubishi Xforce HEV คือระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ MITSUBISHI e:MOTION ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดจากระบบ Plug-in Hybrid (PHEV) ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ระบบนี้ผสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง และเครื่องยนต์เบนซิน DOHC 16 วาล์ว MIVEC ขนาด 1.6 ลิตร
ระบบส่งกำลัง 2-Speed Transaxle ใหม่ ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างนุ่มนวลและต่อเนื่อง ผสานกับการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้แรงบิดสูง ช่วยให้รถมีอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมทั้งในการขับขี่ในเมืองและบนทางหลวง นอกจากนี้ การออกแบบที่เน้นประสิทธิภาพด้านพลังงานยังส่งผลให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 24.4 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งเป็นอัตราที่ดีที่สุดในคลาสเดียวกัน
7-Drive Mode เพื่อทุกสภาพเส้นทาง
All-New Mitsubishi Xforce HEV มาพร้อมโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบที่ตอบสนองต่อทุกสภาพเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็น:
Normal: โหมดการขับขี่ปกติสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
Wet: โหมดสำหรับขับขี่บนพื้นผิวเปียก ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนน
Gravel: โหมดสำหรับขับขี่บนพื้นผิวลูกรัง เพิ่มความมั่นคงในการควบคุม
Tarmac: โหมดสำหรับขับขี่บนพื้นผิวลาดยาง เพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่
Mud: โหมดสำหรับขับขี่บนพื้นผิวโคลน เพิ่มแรงฉุดและควบคุมรถได้ดีขึ้น
Charge: โหมดการชาร์จแบตเตอรี่ ช่วยชาร์จพลังงานขณะขับขี่
EV Priority: โหมดพลังงานไฟฟ้า 100% สำหรับการขับขี่ในเมือง ลดการใช้น้ำมันและมลพิษ
เทคโนโลยี Active Yaw Control (AYC) เพื่อการควบคุมที่เหนือชั้น
ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง AYC ที่พัฒนาต่อยอดจากรถแข่งแรลลี่คาร์ของมิตซูบิชิ ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ ระบบจะคำนวณการส่งกำลังไปยังล้อแต่ละข้างอย่างแม่นยำ เพื่อรักษาสมดุลของตัวรถขณะเข้าโค้ง ทำให้สามารถควบคุมรถได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย แม้ในสถานการณ์ที่ท้าทาย
ช่วงล่างที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับประเทศไทย
All-New Mitsubishi Xforce HEV ใช้ช่วงล่างที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับสภาพถนนในประเทศไทย ผ่านการทดสอบอย่างเข้มข้นกว่า 100,000 กิโลเมตร เพื่อให้มั่นใจว่ารถสามารถรองรับสภาพถนนที่หลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้ความนุ่มนวลในการขับขี่และความมั่นคงในการควบคุม
ดีไซน์ Silky and Solid ที่สะท้อนความล้ำสมัย
ภายนอกของ All-New Mitsubishi Xforce HEV ออกแบบภายใต้คอนเซปต์ Silky and Solid ที่ผสมผสานความเรียบหรูและความแข็งแกร่งเข้าด้วยกัน ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED และไฟท้าย LED สี Smoked จัดเรียงเป็นรูปตัวที เสริมให้เห็นถึงความกว้างและความมั่นคงของตัวรถ ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์สวยงามที่คำนึงถึงแอโรไดนามิค พร้อมซุ้มล้อสีตัดกับตัวรถ ทำให้รถดูมีบุคลิกของ SUV อย่างชัดเจน
ภายในที่กว้างขวางและหรูหรา
ห้องโดยสารได้รับการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ Horizontal Axis ที่ให้ทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม ภายในตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูง โทนสีทูโทน พร้อมผ้าหุ้มเบาะกันน้ำและคราบสิ่งสกปรก เบาะนั่งตอนหลังพับปรับแบบ 40:20:40 และปรับเอนได้ 8 ระดับ พร้อมวัสดุ Heat Guard ที่ช่วยสะท้อนความร้อนจากแสงแดด
Diamond Sense เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง
All-New Mitsubishi Xforce HEV มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense ที่ครอบคลุมการตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบตัวรถแบบ 360 องศา ประกอบด้วย:
กล้องมองภาพรอบคันพร้อมเส้นกะระยะและระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว (MAM with MOD)
ระบบเตือนเมื่อรถด้านหน้าออกตัวหรือเคลื่อนที่ไปด้านหน้า (LCDN)
ระบบเตือนจุดอับสายตาและระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน (BSW with LCA)
ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM)
ระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติถึงจุดหยุดนิ่ง (ACC)
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)
ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (RCTA)
ระบบเบรก ABS, ระบบกระจายแรงเบรก, ระบบเสริมแรงเบรก และถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย
ความสะดวกสบายที่เหนือระดับ
ห้องโดยสารที่กว้างขวางที่สุดในรถระดับเดียวกัน ให้พื้นที่เหนือศีรษะ พื้นที่หัวไหล่ และพื้นที่วางขาที่กว้าง ทำให้สามารถเดินทางพร้อมกันถึง 5 คนได้อย่างสบาย ระบบเสียง Dynamic Sound Yamaha Premium Sound System พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง ให้คุณภาพเสียงที่คมชัดและสมจริง ระบบฟอกอากาศ nanoeTM X ช่วยสร้างอากาศบริสุทธิ์และยับยั้งแบคทีเรีย พร้อมไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร (Ambient Light) เพิ่มความหรูหราในการเดินทาง
รุ่นย่อยและราคาที่น่าสนใจ
All-New Mitsubishi Xforce HEV มีจำหน่าย 3 รุ่นย่อย ดังนี้:
รุ่น Ignite: ราคาเริ่มต้น 899,000 บาท มีสีภายนอก 3 สี ได้แก่ White Diamond, Blade Silver, และ Graphite Grey
รุ่น Ultimate: ราคาเริ่มต้น 1,039,000 บาท มีสีภายนอก 4 สี ได้แก่ White Diamond หลังคาดำ, Blade Silver, Graphite Grey, และ Jet Black Mica
รุ่น Ultimate X: ราคาเริ่มต้น 1,089,000 บาท มีสีภายนอก 5 สี ได้แก่ White Diamond หลังคาดำ, Graphite Grey หลังคาดำ, Energetic Yellow หลังคาดำ, Spirit Red หลังคาดำ, และ Jet Black Mica
การรับประกันและความอุ่นใจ
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ให้การรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนานสูงสุด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง เพื่อความอุ่นใจของลูกค้า การผลิตในประเทศทำให้การจัดส่งอะไหล่เป็นไปอย่างรวดเร็ว พร้อมด้วยช่างเทคนิคที่ได้รับการฝึกอบรมอย่างเชี่ยวชาญ
โปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้า Early Bird
สำหรับลูกค้าที่จอง All-New Mitsubishi Xforce HEV ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 จะได้รับสิทธิพิเศษภายใต้แคมเปญ “Early Bird Offers” ประกอบด้วย:
บัตรของขวัญที่พักโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา มูลค่า 10,000 บาท
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งเป็นเวลา 1 ปี
ฟรีค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน)
อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 0.99% (เมื่อดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน)
แพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิ