
Lexus LS 2024: ยกระดับเทคโนโลยีและสมรรถนะ สู่ยุคใหม่แห่งยนตรกรรมหรู
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เฝ้ามองพัฒนาการของ Lexus LS มาโดยตลอด ยนตรกรรมซีดานเรือธงจากแดนอาทิตย์อุทัยนี้ คือนิยามแห่งความหรูหรา สมรรถนะ และความพิถีพิถันที่สะท้อนผ่านทุกรายละเอียด ตั้งแต่การเปิดตัวเจเนอเรชั่นที่ 5 ในปี 2017 จนถึงการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในปี 2020 ครั้งล่าสุด Lexus ได้ประกาศการอัปเดตเทคโนโลยีใหม่สำหรับรุ่นปี 2024 เมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียม และพร้อมที่จะท้าชนกับคู่แข่งที่เทคโนโลยีล้ำสมัยกว่าอย่าง Mercedes-Benz S-Class และ BMW 7 Series
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญสำหรับ Lexus LS รุ่นปี 2024
Lexus LS ในเวอร์ชัน JDM (Japan Domestic Market) สำหรับปี 2024 ได้รับการยกระดับด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่น่าสนใจหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การติดตั้งหน้าจอแสดงข้อมูลผู้ขับขี่แบบดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว ซึ่งเป็นขนาดเดียวกับหน้าจออินโฟเทนเมนต์ที่ได้รับการปรับปรุงไปก่อนหน้านี้ ทำให้การแสดงผลข้อมูลต่างๆ มีความสอดคล้องกันและใช้งานง่ายขึ้น
อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือ การมาพร้อมกับชุดระบบช่วยเหลือการขับขี่ Lexus Safety System+ เวอร์ชันล่าสุด ที่มาพร้อมกับฟังก์ชัน Proactive Driving Assist ซึ่งเป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ โดยจะคอยรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยจากคนเดินถนน จักรยาน และยานพาหนะที่จอดอยู่ ช่วยให้การขับขี่ในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
ระบบความปลอดภัย Pre-Crash Safety ก็ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ด้วยการผสานการทำงานของเรดาร์ Millimeter-Wave และกล้อง Monocular ช่วยในการหลีกเลี่ยงการชน และยังสามารถตรวจจับระดับสมาธิของผู้ขับขี่ได้ ในขณะที่ระบบ Lexus Teammate จะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการควบคุมรถขณะเผชิญกับการจราจรติดขัด รวมถึงระบบช่วยจอดรถแบบแมนนวลสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการความช่วยเหลือในการจอด
นอกจากนี้ Lexus LS รุ่นปี 2024 ยังได้เพิ่มฟังก์ชันการบันทึกภาพจากกล้องหน้าและกล้องหลัง และที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ ความสามารถในการใช้สมาร์ทโฟนเป็นกุญแจรถดิจิทัลได้แล้ว ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เพิ่มความสะดวกสบายและความทันสมัยให้กับประสบการณ์การใช้งาน สำหรับรุ่น LS 500h ซึ่งเป็นรุ่นไฮบริด จะมาพร้อมกับระบบจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอกในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่มีประโยชน์อย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน
การปรับปรุงโครงสร้างและช่วงล่าง เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า
นอกเหนือจากเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย วิศวกรของ Lexus ยังได้ใส่ใจในการปรับปรุงโครงสร้างและช่วงล่างของตัวรถอย่างพิถีพิถัน เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและความนุ่มนวลในการขับขี่ การเพิ่มแถบรองรับหม้อน้ำของรถ และการยึดช่วงล่างทั้งด้านหน้าและหลังใหม่ ช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับตัวถัง นอกจากนี้ การปรับปรุงชิ้นส่วนยางที่ยึดท่อไอเสีย ยังช่วยลดการสั่นสะเทือนของรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับโหมดการขับขี่แบบ Comfort ได้รับการปรับปรุงให้ลดการสั่นสะเทือนของรถได้อย่างเห็นได้ชัดเจน มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ผ่อนคลายสูงสุด ปิดท้ายด้วยการเพิ่มระบบควบคุมการเลี้ยวที่ล้อหลัง Dynamic Rear Steering (DRS) ในทุกรุ่นย่อยที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) ซึ่งก่อนหน้านี้ฟังก์ชันนี้มีเฉพาะในรุ่นขับเคลื่อนล้อหลังเท่านั้น การปรับปรุงนี้จะช่วยเพิ่มความคล่องแคล่วในการเข้าโค้ง และความมั่นคงในการขับขี่ที่ความเร็วสูง
ขุมพลังที่ได้รับการยอมรับ และทางเลือกที่หลากหลาย
สำหรับตลาดญี่ปุ่น Lexus LS ใหม่ ยังคงมีทางเลือกของขุมพลังที่หลากหลาย ทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน LS 500 และรุ่นไฮบริด LS 500h โดยมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 2.67 ล้าน ถึง 4.4 ล้านบาท การคาดการณ์ถึงการปรับปรุงขุมพลังอาจจะไม่ได้เป็นประเด็นหลักในปีนี้ เนื่องจากเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.6 ลิตรของรุ่น LS 460 ที่ให้พละกำลัง 386 แรงม้า และแรงบิด 487 นิวตันเมตร นั้น ยังคงมอบสมรรถนะที่น่าประทับใจสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกล
Lexus LS ในมุมมองของตลาด Customization และความต้องการที่เฉพาะเจาะจง
ตลาดรถยนต์ระดับหรูนั้น ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่เพียงแค่การนำเสนอเทคโนโลยีล่าสุด หรือสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายและเฉพาะเจาะจงของผู้บริโภคอีกด้วย ความต้องการยานยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และสามารถสะท้อนบุคลิกของผู้เป็นเจ้าของได้ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดรถยนต์ Customization เติบโตอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงปี 2012 และ 2013 เราได้เห็นการปรับแต่ง Lexus LS 460 F Sport โดยสำนักแต่ง Five Axis ที่งาน SEMA Show ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการแปลงโฉมรถซีดานหรูให้กลายเป็นรถที่มีรูปลักษณ์ดุดันยิ่งขึ้น ด้วยชุดบอดี้คิทรอบคัน ซุ้มล้อที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ล้ออัลลอยขนาด 22 นิ้ว และการปรับลดความสูงลง การปรับแต่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า Lexus LS สามารถเป็นมากกว่ายนตรกรรมหรูที่เน้นความสบาย แต่ยังสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ที่มีสไตล์สปอร์ต และมีความเป็นตัวของตัวเอง
นอกจากนี้ ในมุมมองของผู้แทนจำหน่ายในตลาดเอเชีย โดยเฉพาะญี่ปุ่น จีน และประเทศอื่นๆ ในเอเชีย เคยมีความต้องการให้ Toyota หันมาผลิตรถตู้แวนระดับหรู เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถที่มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง สะดวกสบาย เปรียบเสมือนออฟฟิศเคลื่อนที่ หรือห้องประชุมส่วนตัว กลุ่มลูกค้าเป้าหมายนี้ประกอบด้วยนักการเมือง ผู้บริหารระดับสูง และบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในสังคม ซึ่งมองว่าเบาะหลังของ Lexus LS หรือแม้กระทั่ง Toyota Century อาจจะยังไม่เพียงพอต่อความต้องการในบางโอกาส
ตัวอย่างเช่น การเดินทางไปรับประทานอาหารค่ำกับกลุ่มเพื่อน 4 คน พวกเขาอาจจะเลือกใช้ Toyota Alphard เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทาง และพื้นที่ที่เพียงพอต่อการเปลี่ยนเสื้อผ้า หากจำเป็น ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ความต้องการยานยนต์หรูนั้นมีหลากหลายมิติ และไม่จำกัดอยู่เพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอก หรือสมรรถนะ แต่ยังรวมถึงฟังก์ชันการใช้งานและความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์อีกด้วย แม้ว่าความต้องการเหล่านี้อาจจะยังไม่ได้รับการตอบสนองอย่างเต็มที่จาก Lexus ในปัจจุบัน แต่ก็เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ที่น่าสนใจ
Lexus NX: ก้าวสำคัญสู่ยุคแห่งยนตรกรรมไฟฟ้า
ในอีกมิติหนึ่ง Lexus ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ครอสโอเวอร์ระดับหรู ด้วยการเปิดตัว The All-New Lexus NX อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รุ่น NX 450h+ ซึ่งเป็นการนำเสนอเทคโนโลยี Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) เป็นครั้งแรกในประเทศไทย รถรุ่นนี้มาพร้อมกับสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ อัตราเร่งที่น่าประทับใจ และความเงียบสงัดจากการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า
Lexus NX ถือเป็นหนึ่งในรุ่นที่ขายดีที่สุดของ Lexus ในประเทศไทย นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2014 โดยได้รับความนิยมอย่างสูงทั่วโลก ด้วยการออกแบบที่โฉบเฉี่ยว สมรรถนะที่คล่องตัว และความน่าเชื่อถือ ด้วยยอดขายสะสมกว่า 1 ล้านคันทั่วโลก
สำหรับรุ่น NX 450h+ มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนความจุสูง ขนาด 18.1 กิโลวัตต์ ซึ่งเป็นขนาดใหญ่ที่สุดในรถระดับเดียวกัน ทำให้สามารถเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ไกลถึง 87 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) และสามารถชาร์จไฟจนเต็มได้ภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง (เมื่อใช้เครื่องชาร์จ Type 2 6.6 กิโลวัตต์) ระบบไฟฟ้าสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 135 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
การออกแบบภายนอกของ Lexus NX ใหม่ เน้นความสปอร์ตและทันสมัย ด้วยเส้นสายที่เฉียบคม กระจังหน้า Spindle Grille ที่มีรายละเอียดใหม่ ไฟท้ายรูปทรงตัว L ที่ลากยาวตลอดความกว้างของตัวรถ สร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่น
ภายในห้องโดยสาร ยึดหลักปรัชญา Omotenashi ที่ให้ความสำคัญกับผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง การออกแบบตามแนวคิด Tazuna ทำให้ผู้ขับขี่อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม สามารถควบคุมและอ่านข้อมูลต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย เทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น Head-Up Display, หน้าจอสัมผัสขนาด 14 นิ้ว พร้อมอินเตอร์เฟสใหม่ และ Wireless Apple CarPlay ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการขับขี่
โครงสร้างตัวถังแบบ GA-K (Global Architecture-K Platform) ใหม่ ช่วยเพิ่มขนาดและความกว้างของตัวรถ ทำให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ทรงตัวเยี่ยม และควบคุมได้ดั่งใจ ตอกย้ำปรัชญา Lexus Driving Signature
ระบบความปลอดภัย Lexus Safety System Plus (LSS+) ครบครันไปด้วยฟังก์ชันช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง เช่น Lexus Teammate Advance Park ระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ และระบบกลอนประตูไฟฟ้า E-Latch เพิ่มความนุ่มนวลและความสะดวกสบายในการเปิด-ปิดประตู
Lexus Group ในประเทศไทย: ความหลากหลายของยนตรกรรม และบริการที่เหนือระดับ
คุณสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ Lexus Group บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นของ Lexus ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สร้างความภาคภูมิใจและความมั่นใจให้กับผู้ครอบครอง โดยได้นำยนตรกรรม Lexus มาจัดแสดงถึง 8 รุ่น อาทิ Lexus LS 500h, Lexus RX, Lexus ES, Lexus IS, Lexus UX 300e และ Lexus LM
นอกจากนี้ Lexus ยังได้นำเสนอบริการรูปแบบใหม่ “Kinto Lexus” ซึ่งเป็นบริการเช่าใช้ก่อนตัดสินใจซื้อ ให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องราคาขายต่อ หรือค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา หากประทับใจก็สามารถซื้อรถได้ในภายหลัง
Lexus NX ใหม่ ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม โดยมียอดจองล่วงหน้ากว่า 80 คันภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของตลาดที่มีต่อรถครอสโอเวอร์ระดับหรูที่มาพร้อมเทคโนโลยี Plug-in Hybrid
Lexus NX 450h+: นิยามใหม่ของ Smart EV
Lexus NX 450h+ คือนิยามของ Smart EV ตัวจริง ที่ผสานสมรรถนะของรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) เข้ากับความสะดวกสบายของระบบไฮบริด การขับขี่ในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่สามารถทำได้ด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จ และเมื่อต้องการเดินทางไกล ระบบไฮบริดก็พร้อมให้ความมั่นใจตลอดเส้นทาง
การรับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไฮบริด 10 ปีไม่จำกัดระยะทาง และการติดตั้ง Lexus Wall Box ฟรี มูลค่า 80,000 บาท พร้อมบริการติดตั้งฟรี ยิ่งเพิ่มความอุ่นใจให้กับผู้ที่เลือกเป็นเจ้าของ Lexus NX 450h+
Lexus Exclusive Package: ความสบายใจตลอดการเป็นเจ้าของ
เพื่อให้ผู้ครอบครอง Lexus ทุกรุ่นได้รับความมั่นใจและความสะดวกสบายสูงสุด Lexus ได้นำเสนอ Lexus Exclusive Package ซึ่งเป็นโปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมบริการ Lexus Concierge Service และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง โปรแกรมนี้มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ เพื่อตอบสนองความต้องการและงบประมาณที่แตกต่างกันของผู้ใช้งาน
Lexus NX ใหม่ มีให้เลือกถึง 11 สี และมีรุ่นย่อยหลากหลาย ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 3.24 ล้านบาท สำหรับรุ่น NX 350h Luxury ไปจนถึง 4.32 ล้านบาท สำหรับรุ่น NX 450h+ F Sport
โดยสรุปแล้ว Lexus LS 2024 และ Lexus NX ใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการพัฒนาของ Lexus ที่มุ่งเน้นการยกระดับเทคโนโลยี นวัตกรรม และการตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของตลาด ยนตรกรรมเหล่านี้ ไม่เพียงแต่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ แต่ยังเป็นการก้าวสู่ยุคใหม่แห่งยนตรกรรมที่ยั่งยืน และเต็มเปี่ยมไปด้วยความหรูหรา.
หากท่านคือผู้ที่มองหายนตรกรรมที่ผสมผสานความหรูหรา เทคโนโลยีล้ำสมัย และสมรรถนะที่เหนือชั้น การเข้ามาสัมผัสประสบการณ์จริงกับ Lexus LS หรือ Lexus NX ที่โชว์รูมเลกซัส คือก้าวแรกสู่การตัดสินใจที่สมบูรณ์แบบ. พบกับดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ประสิทธิภาพการขับขี่อันน่าประทับใจ และบริการระดับพรีเมียมที่จะทำให้การเป็นเจ้าของรถยนต์ Lexus คือประสบการณ์ที่พิเศษอย่างแท้จริง.