
โรลส์-รอยซ์ โกสต์ และ แอสตัน มาร์ติน ดีบีเอ็กซ์: สองอัครยนตรกรรม สองอารมณ์ สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับกับ มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย)
ในโลกยานยนต์ระดับอัลตราลักชัวรี่ที่เต็มไปด้วยความหรูหรา สมรรถนะอันไร้ที่ติ และการออกแบบอันประณีต มีเพียงไม่กี่ยี่ห้อที่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของคำว่า “รถยนต์” ไปสู่การเป็นผลงานศิลปะที่ขับเคลื่อนได้ และสำหรับผู้ที่แสวงหาประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าการเดินทางทั่วไป มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) ซึ่งก่อนหน้านี้รู้จักกันในนาม มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) ได้นำเสนอสองสุดยอดอัครยนตรกรรมที่จะมาตอบสนองทุกความต้องการของนักเลงรถผู้เปี่ยมด้วยรสนิยม
การเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทครั้งสำคัญนี้ เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 20 ปีแห่งความสำเร็จในฐานะผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์สุดหรูหลากหลายแบรนด์ สู่การเป็น “มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย)” ตอกย้ำถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและการมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า โดยล่าสุด บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมทดสอบรถยนต์ที่สะท้อนถึงสองอารมณ์อันแตกต่างแต่ทรงพลัง นั่นคือ โรลส์-รอยซ์ โกสต์ (Rolls-Royce Ghost) รุ่นตัวถังยาว (Extended Wheelbase) เจเนอเรชั่นล่าสุด และ แอสตัน มาร์ติน ดีบีเอ็กซ์ (Aston Martin DBX) รถยนต์ SUV คันแรกจากแบรนด์สปอร์ตระดับตำนาน
โรลส์-รอยซ์ โกสต์: ความสง่างามอันไร้ที่สิ้นสุด ดุจดั่งพรมวิเศษ
การทดสอบเริ่มต้นขึ้นที่โชว์รูม โรลส์-รอยซ์ พระราม 3 สถานที่อันสะท้อนถึงความหรูหราและประณีตเช่นเดียวกับตัวรถที่เรากำลังจะสัมผัส ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ห้องโดยสารของ โรลส์-รอยซ์ โกสต์ Extended Wheelbase ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นคือความสงบและผ่อนคลาย ดุจดั่งการก้าวเข้าสู่ห้องรับแขกส่วนตัวที่ตกแต่งอย่างพิถีพิถัน
นวัตกรรมแห่งอะลูมิเนียมและความสมดุลไร้ที่ติ
โรลส์-รอยซ์ โกสต์ รุ่นล่าสุดนี้ สร้างขึ้นบนโครงสร้างตัวถังอะลูมิเนียมที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาสำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยลดน้ำหนักของตัวรถ แต่ยังมอบความแข็งแกร่งที่เหนือกว่า ส่งผลให้การกระจายน้ำหนักหน้า-หลังที่สมดุลแบบ 50-50 เป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ นี่คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ โรลส์-รอยซ์ โกสต์ มีประสิทธิภาพการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมในทุกสภาพเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองที่พลุกพล่าน หรือการเดินทางไกลบนถนนหลวง
สุนทรียภาพแห่งการออกแบบ: “Spirit of Ecstasy” ที่โดดเด่นยิ่งกว่าเดิม
เส้นสายของตัวถังที่เชื่อมต่อกันอย่างลื่นไหล ปราศจากการสะดุดตา ผสมผสานกับการออกแบบที่พิถีพิถันในทุกรายละเอียด จุดเด่นที่สะดุดตาที่สุดคือสัญลักษณ์ “Spirit of Ecstasy” หรือนางฟ้าแห่งความสง่างาม ที่ได้รับการออกแบบใหม่เป็นครั้งแรก โดยไม่ต้องมีกรอบล้อมรอบบริเวณฐานอีกต่อไป ทำให้เธอดูโดดเด่นและสง่างามราวกับกำลังลอยอยู่กลางทะเลสาบ เป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหราและความปรารถนาที่ไม่มีวันสิ้นสุด
เทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยขั้นสูงสุด
การเดินทางที่แสนสบายของ โรลส์-รอยซ์ โกสต์ ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสาร ระบบไฟหน้าเลเซอร์ที่สามารถส่องสว่างได้ไกลกว่า 600 เมตร ช่วยให้การขับขี่ในเวลากลางคืนปลอดภัยไร้กังวล ระบบแจ้งเตือนสิ่งกีดขวางรอบคัน ทั้งกลางวันและกลางคืน ระบบเตือนอาการเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ กล้อง 4 ตัวที่ให้มุมมองรอบคันแบบ 360 องศา รวมถึงการแสดงข้อมูลสำคัญบนกระจกหน้า (Head-Up Display) ที่คมชัดและอ่านง่าย
ประสบการณ์ห้องโดยสาร: ความสบายเหนือระดับ ดุจห้องโดยสารเครื่องบินชั้นหนึ่ง
เมื่อได้ทดลองนั่งที่เบาะหลังของ โรลส์-รอยซ์ โกสต์ Extended Wheelbase ความรู้สึกที่ได้รับนั้นเกินกว่าคำบรรยายใดๆ ความยาวพิเศษของตัวถังทำให้มีพื้นที่วางขาที่กว้างขวางอย่างเหลือเฟือ และสำหรับรุ่น Extended Wheelbase นี้ ยังเป็นครั้งแรกที่ลูกค้าสามารถเลือกเบาะนั่ง “Serenity Seat” ที่สามารถปรับเอนได้ตามต้องการ ให้ความรู้สึกราวกับกำลังนั่งอยู่ในห้องโดยสารของเครื่องบินชั้นธุรกิจ
“Starlight Headliner” และการตกแต่งภายในที่สะท้อนรสนิยม
นวัตกรรมอันน่าทึ่งที่สร้างความประทับใจไม่รู้ลืมคือ “Starlight Headliner” หรือเพดานห้องโดยสารที่เปล่งประกายด้วยดวงดาวกว่า 850 ดวง ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนเมื่อเครื่องยนต์ดับ แต่จะสว่างไสวขึ้นเมื่อเครื่องยนต์ทำงาน สร้างบรรยากาศราวกับกำลังแหงนมองท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ประดับประดาไปด้วยหมู่ดาว นอกจากนี้ การตกแต่งด้วยผิวไม้สองสีใหม่ คือ Obsidian Ayous ที่ได้แรงบันดาลใจจากหินลาวา และ Dark Amber ที่ผสานอนุภาคอะลูมิเนียมละเอียด ช่วยเพิ่มความหรูหราและเป็นเอกลักษณ์ โดยลูกค้าสามารถเลือกแบบ Open Pore เพื่อสัมผัสพื้นผิวไม้ตามธรรมชาติได้อย่างเต็มที่
ความเงียบสงัดและนุ่มนวล: หัวใจหลักของ “Magic Carpet Ride”
เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของ โรลส์-รอยซ์ คือความนุ่มนวลและความเงียบสงัด ดุจดั่งการล่องลอยบนพรมวิเศษ (“Magic Carpet Ride”) และสำหรับ โกสต์ รุ่นล่าสุดนี้ วิศวกรได้ยกระดับประสบการณ์นี้ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ด้วยการนำโครงสร้างอะลูมิเนียมที่มีค่าความต้านทานคลื่นเสียงสูงมาใช้ ผนวกกับการบุผนังห้องเครื่องและพื้นรถด้วยวัสดุซับเสียงสองชั้น และการติดตั้งวัสดุซับเสียงเพิ่มเติมในส่วนประตู หลังคา และจุดต่างๆ รวมน้ำหนักกว่า 100 กิโลกรัม ทำให้เสียงรบกวนภายนอกแทบจะไม่มีโอกาสเข้ามาถึงภายในห้องโดยสาร
แม้ว่าถนนพระราม 3 ในปัจจุบันจะมีรอยต่อของแผ่นคอนกรีตที่อาจสร้างความกระเทือนแก่รถยนต์ทั่วไป แต่เมื่อขับผ่าน หลุมบ่อ หรือรอยต่อเหล่านั้น โรลส์-รอยซ์ โกสต์ กลับแสดงให้เห็นถึงความนุ่มนวลที่น่าทึ่ง ทุกการเคลื่อนไหวผ่านไปอย่างนุ่มนวลราวกับปุยนุ่น ไม่มีการสะท้อนอาการของพื้นผิวถนนมาถึงผู้โดยสารเลยแม้แต่น้อย
สมรรถนะอันทรงพลัง: V12 Twin-Turbo ที่ตอบสนองทุกการเร่ง
เมื่อสลับมานั่งในตำแหน่งคนขับ พลังของเครื่องยนต์ V12 Twin-Turbo ขนาด 6.75 ลิตร ที่ให้กำลัง 563 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 850 นิวตัน-เมตร ตั้งแต่รอบต่ำเพียง 1,600 รอบต่อนาที ก็พร้อมปลุกเร้าทุกประสาทสัมผัส การกดคันเร่งเพียงเล็กน้อย หรือจังหวะการคลิกดาวน์ ตัวรถก็พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและนุ่มนวล ดุจลูกธนูที่พุ่งออกจากคันศร แม้น้ำหนักรวมของรถจะมากกว่า 2 ตัน แต่การตอบสนองนั้นฉับไวและทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อ
โรลส์-รอยซ์ โกสต์ Extended Wheelbase รุ่นนี้ มาพร้อมราคาเริ่มต้นที่ 36.8 ล้านบาท นับเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและความหรูหราที่ไม่มีใครเทียบเทียม
แอสตัน มาร์ติน ดีบีเอ็กซ์: สปอร์ต SUV ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ
หลังจากสัมผัสความสง่างามและความนุ่มนวลอันไร้ที่ติของ โรลส์-รอยซ์ โกสต์ ถึงเวลาเปลี่ยนอารมณ์มาสู่ความเร้าใจในแบบฉบับรถสปอร์ต กับ แอสตัน มาร์ติน ดีบีเอ็กซ์ (Aston Martin DBX) รถยนต์ SUV คันแรกจากแบรนด์สปอร์ตระดับตำนาน ที่ได้รับการยืนยันว่ายังคงไว้ซึ่ง DNA แห่งความสปอร์ตในทุกอณู ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ สมรรถนะเครื่องยนต์ หรือช่วงล่าง
DNA แห่งสปอร์ตในร่าง SUV
แอสตัน มาร์ติน ดีบีเอ็กซ์ ถูกสร้างสรรค์ขึ้นบนแพลตฟอร์ม SUV ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ โครงสร้างตัวถังใช้อะลูมิเนียม ทำให้มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่ง ดีไซน์ภายนอกฉีกหนีจากภาพลักษณ์ SUV ทั่วไป ด้วยเส้นสายที่พลิ้วไหว ดูเซ็กซี่ และหรูหรา ผสานกับสัญลักษณ์ “Wing Badge” อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งผลิตด้วยมือโดยผู้เชี่ยวชาญด้านจิวเวลรี่ที่มีประสบการณ์กว่า 200 ปี
การออกแบบที่สะท้อนความสปอร์ตและความสง่างาม
ไฟหน้า LED ดีไซน์โฉบเฉี่ยวแฝงความสปอร์ต พร้อมช่องดักอากาศที่ช่วยระบายความร้อนจานเบรก ประตูปีกหงส์แบบ Wrap-around ช่วยป้องกันเสื้อผ้าเปื้อนขณะขึ้นลงรถ การออกแบบเหล่านี้สะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียด และความต้องการที่จะสร้างสรรค์รถยนต์ที่ไม่เพียงแต่จะตอบสนองด้านสมรรถนะ แต่ยังต้องงดงามและมีเอกลักษณ์
ห้องโดยสาร: การผสมผสานความหรูหราและเทคโนโลยี
ภายในห้องโดยสารยังคงเอกลักษณ์อันโดดเด่นของ แอสตัน มาร์ติน ด้วยการออกแบบที่ประณีต กว้างขวาง และหรูหรา หลังคาพาโนรามิกซันรูฟช่วยเพิ่มความสว่างและโปร่งสบาย ประตูไร้กรอบกระจกตกแต่งด้วยอะลูมิเนียมและหนังแท้ Full Natural Grain ‘Caithness’ สร้างความรู้สึกพรีเมียม คอนโซลกลางได้รับการออกแบบอย่างสวยงามราวกับสะพานเชื่อมระหว่างส่วนต่างๆ ของแดชบอร์ด
เทคโนโลยีเพื่อการเชื่อมต่อและความบันเทิง
เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน จอแสดงผลอเนกประสงค์ขนาด 10.25 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay พร้อมกล้องมองภาพ 360 องศา และไฟ Ambient Light ที่สามารถปรับได้ถึง 64 เฉดสี สร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารได้อย่างหลากหลาย
สมรรถนะเครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo: พลังดิบที่พร้อมตอบสนอง
ภายใต้ฝากระโปรงหน้า คือขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน V8 Twin-Turbo ขนาด 4.0 ลิตร ที่ให้กำลัง 550 แรงม้า และแรงบิด 700 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ การตอบสนองของเครื่องยนต์นั้นฉับไว ไม่มีอาการรอรอบให้เสียอารมณ์ ความเร็วสูงสุดตามสเปกอยู่ที่ 291 กม./ชม. และในการทดสอบ เราสามารถเร่งความเร็วทะลุ 200 กม./ชม. ได้อย่างรวดเร็ว
ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อและช่วงล่าง Adaptive Triple Air Suspension: เกาะถนนดุจรถสปอร์ตซีดาน
แม้จะมีตัวถังสูงแบบ SUV แต่ แอสตัน มาร์ติน ดีบีเอ็กซ์ ก็ยังคงความมั่นคงในการขับขี่ที่ความเร็วสูง ด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และเฟืองท้ายควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ผสานกับการทำงานของช่วงล่างแบบ Double Wishbone และถุงลม Adaptive Triple Air Suspension ที่สามารถปรับความหนืดอัตโนมัติได้ ให้ทั้งความนุ่มนวลและความหนึบในเวลาเดียวกัน ส่งผลให้การเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงนั้นทำได้อย่างมั่นใจ ราวกับกำลังขับรถสปอร์ตซีดาน
โหมดการขับขี่ที่หลากหลาย: ตอบโจทย์ทุกสภาพเส้นทาง
ทีมงานได้ชวนให้ลองปรับโหมดการขับขี่ที่มีให้เลือกถึง 5 โหมด ได้แก่ Terrain+, Terrain, GT, S และ S+ แต่ละโหมดจะปรับการตอบสนองของเครื่องยนต์ เกียร์ และช่วงล่างให้เหมาะสมกับสภาพการขับขี่
โหมด GT: เป็นโหมดเริ่มต้นเมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ ให้ความสมดุลระหว่างความนุ่มนวลและความสปอร์ต เหมาะสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน
โหมด Terrain: เมื่อต้องการลุย ตัวรถจะยกสูงขึ้น 20 มิลลิเมตร สามารถขับด้วยความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม.
โหมด Terrain+: สำหรับการลุยที่หนักหน่วงขึ้น ตัวรถจะยกสูงขึ้น 45 มิลลิเมตร แต่จำกัดความเร็วไว้ไม่เกิน 40 กม./ชม.
โหมด S และ S+: โหมดเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อการขับขี่ด้วยความเร็วสูง หรือเมื่อต้องการสัมผัสอารมณ์สปอร์ตอย่างเต็มที่ ตัวรถจะลดระดับลง 30 มิลลิเมตร เพื่อเพิ่มการยึดเกาะถนน พร้อมเสียงเครื่องยนต์ที่คำรามกึกก้อง ดุดันยิ่งขึ้น
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียง 4.5 วินาที และความเร็วสูงสุด 291 กม./ชม. ยืนยันถึงสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมของ แอสตัน มาร์ติน ดีบีเอ็กซ์
แอสตัน มาร์ติน ดีบีเอ็กซ์ มาพร้อมราคาเริ่มต้นที่ 19.9 ล้านบาท และการรับประกันคุณภาพ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง นับเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรถ SUV ที่ไม่เพียงแต่จะมีความหรูหรา แต่ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจราวกับรถสปอร์ตตัวจริง
บทสรุป: ประสบการณ์เหนือระดับที่รอคุณอยู่
การทดสอบ โรลส์-รอยซ์ โกสต์ และ แอสตัน มาร์ติน ดีบีเอ็กซ์ โดย มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการนำเสนอสุดยอดอัครยนตรกรรมจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก การได้สัมผัสกับยนตรกรรมทั้งสองคันนี้ ถือเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากยิ่งสำหรับนักเลงรถผู้เปี่ยมด้วยรสนิยม
หากคุณกำลังมองหาสุดยอดประสบการณ์การขับขี่ที่สะท้อนถึงความสำเร็จ รสนิยม และความเป็นตัวตนที่ไม่เหมือนใคร ไม่ควรพลาดที่จะมาสัมผัสกับ โรลส์-รอยซ์ โกสต์ และ แอสตัน มาร์ติน ดีบีเอ็กซ์ ด้วยตัวคุณเอง ที่โชว์รูมของ มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) เพื่อค้นพบรถยนต์ที่ใช่สำหรับคุณ และเริ่มต้นการเดินทางแห่งความหรูหราเหนือระดับในแบบของคุณ
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือนัดหมายทดลองขับ เพื่อสัมผัสประสบการณ์อันน่าจดจำได้แล้ววันนี้ที่ มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย)