
สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับ: Rolls-Royce Ghost Extended และ Aston Martin DBX – สองขั้วอารมณ์ยนตรกรรมสุดหรู จาก มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย)
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์ระดับลักชัวรีมากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของแบรนด์รถยนต์หรูมามากมาย แต่ละแบรนด์ต่างมุ่งมั่นนำเสนอสุดยอดนวัตกรรมที่สะท้อนถึงความหรูหรา สมรรถนะ และเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างน่าทึ่ง ล่าสุด มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) หรือชื่อเดิม มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) ที่ได้เฉลิมฉลองการดำเนินงานครบรอบ 20 ปี ด้วยการรีแบรนด์ครั้งสำคัญ ได้จัดกิจกรรมทดสอบยนตรกรรมระดับอัลตราลักชัวรี่ 2 รุ่น ที่ให้ประสบการณ์อันแตกต่าง แต่เปี่ยมไปด้วยความพิเศษในแบบฉบับของตัวเอง นั่นคือ Rolls-Royce Ghost Extended เจเนอเรชั่นล่าสุด และ Aston Martin DBX รถยนต์ SUV คันแรกของแบรนด์สปอร์ตระดับตำนาน
การทดสอบครั้งนี้จัดขึ้นอย่างพิถีพิถัน ณ โชว์รูม Rolls-Royce ถนนพระราม 3 โดยผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสประสบการณ์แบบ 1 คน 1 คัน บนเส้นทางที่จำลองการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เริ่มต้นจากโชว์รูม วิ่งบนถนนพระราม 3 ที่เต็มไปด้วยความหลากหลายของพื้นผิวถนน เพื่อทดสอบระบบช่วงล่างและความนุ่มนวล จากนั้นขึ้นสะพานภูมิพลเพื่อสัมผัสเสถียรภาพในการทรงตัวที่ความเร็วสูง ก่อนจะวกกลับมายังจุดเริ่มต้น รวมระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร
Rolls-Royce Ghost Extended: อัครยนตรกรรมแห่งความสงบสุขและความประณีต
ก้าวแรกที่ได้สัมผัส Rolls-Royce Ghost Extended คือความรู้สึกที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากยนตรกรรมทั่วไป นี่ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่คือผลงานศิลปะที่เคลื่อนที่ได้ เฟรมตัวถังอะลูมิเนียมที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับ Ghost โดยเฉพาะ ไม่เพียงแต่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่ง แต่ยังส่งผลต่อการกระจายน้ำหนักที่สมดุลแบบ 50-50 ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ Ghost มีศักยภาพในการขับขี่ที่เหนือชั้นในทุกสภาวะถนน
การออกแบบภายนอกยังคงไว้ซึ่งความสง่างามเหนือกาลเวลา สัญลักษณ์ ‘Spirit of Ecstasy’ หรือนางฟ้าพานำ ที่ครั้งนี้ได้รับการออกแบบให้โดดเด่นเป็นพิเศษ โดยไม่มีกรอบล้อมรอบบริเวณฐาน ทำให้เธอดูลอยเด่นสง่า ราวกับกำลังโบยบินอยู่กลางอากาศอันไร้ที่สิ้นสุด ไฟหน้าแบบเลเซอร์ที่สามารถส่องสว่างได้ไกลกว่า 600 เมตร พร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นระบบแจ้งเตือนสิ่งกีดขวางทั้งกลางวันและกลางคืน ระบบเตือนผู้ขับหลับใน และกล้อง 4 ตัวที่ให้มุมมองรอบคัน รวมถึงมุมมองจากด้านบน ช่วยเพิ่มความมั่นใจในทุกการเคลื่อนไหว
เมื่อผมก้าวเข้าสู่เบาะหลังในขาไป ความรู้สึกแรกคือการดำดิ่งสู่โลกแห่งความสงบและความเป็นส่วนตัว ราวกับถูกโอบอุ้มไว้ด้วยความหรูหราขั้นสูงสุด ผมตั้งใจจะลองใช้ชีวิตในฐานะ ‘คุณผู้ชาย’ ที่กำลังเตรียมตัวไปร่วมงานสำคัญ เพื่อสัมผัสประสบการณ์อย่างเต็มอรรถรส
สิ่งที่สร้างความประทับใจอย่างมากคือ ‘Starlight Headliner’ หรือเพดานที่ประดับด้วยหมู่ดาวกว่า 850 ดวง ที่เปล่งประกายระยิบระยับราวกับอยู่ภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืนอันเงียบสงบ การออกแบบนี้สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดที่หาตัวจับได้ยาก โดยทั้งหมดจะถูกซ่อนไว้ขณะดับเครื่องยนต์ เพิ่มความมหัศจรรย์ให้กับการเปิดประตูทุกครั้ง
ในฐานะรุ่นตัวถังยาว (Extended Wheelbase) Ghost มอบพื้นที่วางขาที่กว้างขวางจนเหลือเฟือ แต่สิ่งที่ทำให้พิเศษยิ่งขึ้นคือ ‘Serenity Seat’ เบาะนั่งด้านหลังที่สามารถปรับเอนได้ตามต้องการ ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากห้องโดยสารชั้นธุรกิจบนเครื่องบินส่วนตัว นี่คือมิติใหม่ของความสะดวกสบายที่ Rolls-Royce มอบให้
สำหรับวัสดุตกแต่งภายใน เป็นอีกจุดที่สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญของ Rolls-Royce การเลือกใช้ผิวไม้สีใหม่ Obsidian Ayous ที่ได้แรงบันดาลใจจากหินลาวา และ Dark Amber ที่ผสานอนุภาคอะลูมิเนียมละเอียดในเนื้อไม้ สามารถเลือกแบบ Open Pore เพื่อสัมผัสพื้นผิวไม้ตามธรรมชาติได้อย่างเต็มที่
หัวใจสำคัญของ Rolls-Royce คือความนุ่มนวลและความเงียบ Ghost รุ่นล่าสุดนี้ได้ยกระดับประสบการณ์นี้ไปอีกขั้น ด้วยโครงสร้างอะลูมิเนียมที่มีค่าความต้านทานคลื่นเสียงสูงกว่าเหล็ก การบุผนังห้องเครื่องและพื้นรถแบบสองชั้น พร้อมวัสดุซับเสียงที่สอดแทรกอยู่ระหว่างชั้นเหล่านั้น รวมถึงวัสดุซับเสียงอีกกว่า 100 กิโลกรัมที่กระจายตัวอยู่ทั่วทั้งคัน ทำให้ห้องโดยสารเงียบสงัดอย่างน่าทึ่ง
แม้ถนนพระราม 3 ในปัจจุบันจะมีสภาพที่ไม่สมบูรณ์นัก ด้วยแผ่นปูนที่ต่อกันเป็นช่วงๆ เปรียบเสมือนลูกระนาดขนาดใหญ่ แต่ Ghost กลับสามารถซับแรงกระแทกได้อย่างนุ่มนวล ราวกับกำลังลอยอยู่บนปุยเมฆ ผมแทบไม่รู้สึกถึงอาการสะท้านใดๆ มาถึงเบาะนั่งเลย นี่คือ ‘Magic Carpet Ride’ ที่แท้จริง
เมื่อถึงเวลาสลับไปนั่งตำแหน่งคนขับ ผมได้สัมผัสกับพละกำลังอันมหาศาลของเครื่องยนต์ V12 Twin-Turbo ขนาด 6.75 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 563 แรงม้า และแรงบิด 850 นิวตัน-เมตร ที่พร้อมตอบสนองตั้งแต่รอบต่ำ 1,600 รอบต่อนาที เพียงกดคันเร่งเบาๆ ตัวรถก็พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างนุ่มนวลและทรงพลัง แม้จะมีน้ำหนักรวมกว่า 2 ตัน ก็ตาม ราวกับเวทมนตร์ที่พาคุณวาร์ปไปยังจุดหมายได้อย่างใจนึก ราคาเริ่มต้นของ Rolls-Royce Ghost Extended รุ่นตัวถังยาวนี้อยู่ที่ 36.8 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความพิเศษและความประณีตที่มาพร้อมกับยนตรกรรมคันนี้
Aston Martin DBX: จิตวิญญาณสปอร์ตในร่าง SUV หรู
หลังจากดื่มด่ำกับความสงบเหนือระดับของ Ghost ผมก็ก้าวเข้าสู่โลกอีกใบของ Aston Martin DBX รถยนต์ SUV คันแรกของแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องสมรรถนะสปอร์ตอันเร้าใจ ทีมงาน Aston Martin ยืนยันว่า DBX ไม่ได้ลดทอนจิตวิญญาณความเป็นรถสปอร์ตลงแม้แต่น้อย ทั้งในด้านการออกแบบ สมรรถนะเครื่องยนต์ และช่วงล่าง พร้อมจะมอบประสบการณ์การขับขี่สไตล์สปอร์ตในทุกเส้นทาง
แม้จะเป็นการขับขี่ในระยะทางสั้นๆ แต่ผมสัมผัสได้ถึงความจริงตามที่ทีมงานกล่าวขาน ด้วยขุมพลังจากเครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo ขนาด 4.0 ลิตร ที่ให้กำลัง 550 แรงม้า และแรงบิด 700 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ การตอบสนองของอัตราเร่งทำได้อย่างทันอกทันใจ ไม่มีการรอรอบให้เสียอารมณ์ ความเร็วสูงสุดตามสเปกอยู่ที่ 291 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้ผมจะไม่ได้ทดสอบถึงจุดนั้น แต่การไต่ระดับความเร็วเกิน 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้น ทำได้อย่างรวดเร็วและมั่นคง
สิ่งที่น่าประทับใจคือ เสถียรภาพในการทรงตัว แม้จะเป็นรถ SUV ที่มีจุดศูนย์ถ่วงสูง แต่ DBX กลับให้ความรู้สึกมั่นคงอย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะในย่านความเร็วสูง ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อและเฟืองท้ายควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ทำงานร่วมกับช่วงล่างแบบ Double Wishbone และระบบถุงลม Adaptive Triple Air Suspension ที่สามารถปรับความหนืดได้อัตโนมัติ ช่วยผสานความนุ่มนวลและความหนึบไว้ได้อย่างลงตัว ทำให้การเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงนั้นทำได้อย่างมั่นใจ ไม่ต่างจากรถสปอร์ตซีดาน
ทีมงานได้ชวนให้ผมลองปรับโหมดการขับขี่ ซึ่งมีให้เลือกถึง 5 โหมด ได้แก่ Terrain+, Terrain, GT, S และ S+ แต่ละโหมดจะมีการปรับอัตราเร่ง การตอบสนองของพวงมาลัย และการทำงานของช่วงล่างที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
โหมด GT: เป็นโหมดมาตรฐานที่เหมาะสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ให้ความสมดุลระหว่างความสบายและความปราดเปรียว
โหมด S และ S+: โหมดเหล่านี้จะดึงเอาศักยภาพความเป็นสปอร์ตของ DBX ออกมาอย่างเต็มที่ ตัวรถจะปรับลดความสูงลง 30 มิลลิเมตร เพื่อเพิ่มการยึดเกาะถนน และเสียงเครื่องยนต์จะคำรามกึกก้อง สร้างความเร้าใจในการขับขี่
โหมด Terrain และ Terrain+: สำหรับการขับขี่บนทางที่ไม่ราบเรียบ โหมด Terrain จะยกตัวรถสูงขึ้น 20 มิลลิเมตร (สำหรับความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม.) และโหมด Terrain+ จะยกสูงขึ้น 45 มิลลิเมตร (สำหรับความเร็วไม่เกิน 40 กม./ชม.) เพื่อเพิ่มระยะห่างจากพื้น
DBX สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม SUV ใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ โครงสร้างตัวถังผลิตจากอะลูมิเนียม ซึ่งมีน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่ง การออกแบบภายนอกฉีกหนีจากภาพจำของ SUV ทรงกล่องทั่วไป ด้วยเส้นสายที่พลิ้วไหว ดูเซ็กซี่ และหรูหรา โลโก้ ‘Wing Badge’ ที่เป็นงานแฮนด์เมดจากผู้ผลิตเครื่องประดับชั้นสูง ประสบการณ์กว่า 200 ปี ยิ่งเพิ่มความพิเศษให้กับตัวรถ ไฟ DRL ดีไซน์โฉบเฉี่ยวซ่อนความสปอร์ต และช่องดักอากาศที่ช่วยระบายความร้อนจานเบรก ประตูแบบ Wrap-around ที่ช่วยป้องกันเสื้อผ้าเปื้อนเมื่อก้าวลงจากรถ
ภายในห้องโดยสารยังคงสะท้อนเอกลักษณ์ของ Aston Martin ด้วยการออกแบบที่ประณีต หรูหรา และกว้างขวาง หลังคาพาโนรามิกซันรูฟช่วยเพิ่มความโปร่งโล่ง หน้าต่างแบบไร้กรอบตกแต่งด้วยอะลูมิเนียมและหนังแท้ ‘Caithness’ คอนโซลกลางออกแบบอย่างสวยงามคล้ายสะพาน เชื่อมต่อไปยังแดชบอร์ด จอแสดงผลกลางขนาด 10.25 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay พร้อมกล้องมองภาพ 360 องศา และระบบไฟ Ambient Light ที่ปรับได้ถึง 64 เฉดสี เพิ่มอรรถรสในการขับขี่
Aston Martin DBX มาพร้อมราคาเริ่มต้นที่ 19.9 ล้านบาท พร้อมการรับประกันคุณภาพ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ยิ่งตอกย้ำถึงความคุ้มค่าและประสบการณ์ที่เหนือกว่าสำหรับผู้ที่มองหายนตรกรรม SUV ที่ผสมผสานทั้งความหรูหรา สมรรถนะสปอร์ต และเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างลงตัว
Cullinan Series II: นิยามใหม่แห่งซูเปอร์ลักชัวรี SUV
เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ในวันนั้น ผมได้มีโอกาสศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Rolls-Royce Cullinan Series II ซูเปอร์ลักชัวรี SUV รุ่นใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวไป โดยมีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 38 ล้านบาท Cullinan Series II ไม่เพียงแต่จะสืบทอดตำนาน ‘Magic Carpet Ride’ ของ Rolls-Royce แต่ยังได้รับการปรับปรุงให้มีความทันสมัย และสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่นิยมขับเองมากขึ้น
การออกแบบภายนอกของ Cullinan Series II สะท้อนถึงความระยิบระยับของแสงไฟในเมืองใหญ่ ด้วยเส้นสายที่เฉียบคม และเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ที่เพิ่มความยาวในแนวดิ่ง ด้านหน้าเน้นเส้นสายเหลี่ยมสันที่ชัดเจน กันชนหน้าดีไซน์คล้ายตัว V ที่ได้แรงบันดาลใจจากเรือยอทช์สปอร์ต กระจังหน้า Pantheon แบบเรืองแสงเป็นครั้งแรกในรุ่น Cullinan สะท้อนความหรูหราที่เชื่อมโยงกับรุ่น Phantom Series II
ด้านท้ายของรถ มาพร้อมเส้นสายที่เล็กแต่ชัดเจน ลากจากใต้ไฟท้ายไปหาฝาปิดดุมล้อ เสริมความปราดเปรียว และกันชนท้ายสีดำเงาที่ตัดกับพื้นถนน เพิ่มความโดดเด่นให้กับมุมมองด้านหลัง ล้ออัลลอยขนาด 23 นิ้ว เป็นครั้งแรกสำหรับ Cullinan ที่มาพร้อมลวดลาย 7 ก้าน ที่สามารถเลือกการตกแต่งได้ตามต้องการ
ภายในห้องโดยสารของ Cullinan Series II เปรียบเสมือนการก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัลอันหรูหรา แดชบอร์ดที่ผลิตจากกระจกทั้งชิ้นสะท้อนงานฝีมือชั้นสูง ผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาตรวัดดิจิทัลและจอแสดงผลกลาง ‘Central Information Display’ เป็นครั้งแรกใน Rolls-Royce เครื่องยนต์ V12 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่น Spectre รถยนต์ไฟฟ้าล้วนของแบรนด์ ลูกค้าสามารถปรับสีของมาตรวัดให้แมตช์กับห้องโดยสารหรือตัวถังได้ตามต้องการ
ระบบความบันเทิงและการเชื่อมต่อก็ล้ำสมัย ด้วย Wi-Fi Hotspot ภายในรถ ผู้โดยสารสามารถเชื่อมต่อจออินโฟเทนเมนต์ทั้ง 2 ตัวได้อย่างอิสระ พร้อมระบบเสียง Bespoke Audio 18 ลำโพง ที่มอบประสบการณ์เสียงคุณภาพสูง รถทั้งคันทำหน้าที่เสมือนซับวูเฟอร์ขนาดยักษ์ ลูกค้าสามารถเลือกการเชื่อมต่อบลูทูธทุกประเภทได้อย่างอิสระ
แอพลิเคชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘Whispers’ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานรถ เช่น การส่งโลเคชั่นเข้าสู่ระบบนำทาง การติดตามตำแหน่งรถ และการสั่งเปิด-ปิดประตูรถ
‘Starlight Headliner’ อันโด่งดัง ถูกนำมาประดับด้วยกว่า 7,000 ตำแหน่งที่ฉลุด้วยเลเซอร์ เพื่อให้แสงสว่างด้านหลังลอดผ่าน เกิดเป็นลวดลายคำว่า ‘Cullinan’ พร้อมภาพจำลองตึกระฟ้ายามค่ำคืน หรือจะสร้างสรรค์ลวดลายหรือข้อความอื่นๆ ก็สามารถทำได้ ‘Spirit of Ecstasy Clock Cabinet’ นาฬิกาแบบใหม่ที่มาพร้อมนางฟ้าเรืองแสง ผลิตจากสเตนเลสทั้งชิ้น เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่สะท้อนความหรูหราขั้นสูงสุด
Cullinan Series II มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน V12 Twin-Turbo ขนาด 6,749 ซีซี ให้กำลัง 571 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ZF สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.2 วินาที และความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.
Rolls-Royce Cullinan Series II คืออัครยนตรกรรมที่สร้างตำนานบทใหม่ให้กับผู้ผลิต ผสานรายละเอียดสุดประณีตตามแบบฉบับ Rolls-Royce อย่างชัดเจน สะท้อนถึงความต้องการของลูกค้าระดับซูเปอร์ลักชัวรีที่มองหาความโดดเด่นและไม่เหมือนใคร
บทสรุป: สองขั้วประสบการณ์ที่เติมเต็มซึ่งกันและกัน
การได้สัมผัส Rolls-Royce Ghost Extended และ Aston Martin DBX ในวันเดียวกัน ทำให้ผมตระหนักถึงความชาญฉลาดของ มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) ในการนำเสนอยนตรกรรมที่ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้ากลุ่มบน Ghost มอบประสบการณ์แห่งความสงบ ความหรูหรา และความประณีตขั้นสูงสุด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวาย และต้องการดื่มด่ำกับความสบายไร้ขีดจำกัด ในขณะที่ DBX คือตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการสมรรถนะสปอร์ตอันเร้าใจ ควบคู่ไปกับความหรูหราและความสามารถในการใช้งานที่รอบด้าน
หากคุณกำลังมองหายนตรกรรมที่จะยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของคุณให้เหนือกว่าที่เคยเป็นมา ผมขอแนะนำให้คุณลองสัมผัสกับยนตรกรรมสุดพิเศษเหล่านี้ด้วยตัวคุณเอง ณ โชว์รูมของ มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) หรือติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายทดลองขับ เพื่อค้นหา “ขั้วอารมณ์” ที่ใช่สำหรับคุณ.