
Bentley Black Edition: เผยโฉมความดุดัน สมรรถนะเหนือระดับ ผสานเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ล้ำสมัย
ในโลกแห่งยนตรกรรมหรูที่ไร้ขีดจำกัด Bentley Motors ได้ยกระดับนิยามของความสง่างามควบคู่ไปกับสมรรถนะอันเร้าใจ ด้วยการเปิดตัว Bentley Continental GT และ Flying Spur Black Edition ที่มาพร้อมชุดแต่ง Blackline Specification อันเป็นเอกลักษณ์ เสริมด้วยขุมพลัง High Performance Hybrid 680 แรงม้า อันทรงพลัง สะท้อนตัวตนที่เข้ม ดุดัน และโดดเด่นอย่างแท้จริง การปรากฏตัวของรุ่นพิเศษนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้ผู้ครอบครองสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณแห่งแกรนด์ทัวเรอร์สมรรถนะสูง แต่ยังเป็นการตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำด้านการออกแบบและวิศวกรรมของ Bentley ในปี 2025
Black Edition: นิยามใหม่ของความดำสนิท และสมรรถนะที่เหนือกว่า
หัวใจหลักของ Bentley Continental GT และ Flying Spur Black Edition คือการผสมผสานการออกแบบภายนอกที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันน่าค้นหา กับระบบส่งกำลังที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น โลโก้ Bentley ‘Winged B’ ที่เคยโดดเด่นด้วยสีโครเมียม บัดนี้ถูกแปลงโฉมเป็นสีดำเงา สลักเสลาอย่างประณีตบนฝากระโปรงหน้าและท้ายรถ ชวนให้นึกถึงความลุ่มลึกและความแข็งแกร่งที่ซ่อนอยู่ภายใน
ชุดแต่ง Blackline Specification ที่เข้ามาเสริมทัพนั้น โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบเมทริกซ์สีดำเงา, สปลิตเตอร์ด้านหน้าสีดำ Beluga, และองค์ประกอบตกแต่งภายนอกอื่นๆ ที่เลือกใช้สีดำเงาทั้งหมด สร้างภาพลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว ล้ำสมัย และเปี่ยมไปด้วยความลึกลับ การปรากฏตัวของโลโก้ Black Edition บริเวณบังโคลนหน้า บ่งบอกถึงความพิเศษของรุ่นนี้ได้อย่างชัดเจน
สิ่งที่ทำให้ Black Edition แตกต่างอย่างแท้จริง คือการเลือกใช้คาลิปเปอร์เบรกสีส้ม Mandarin อันเป็นเอกลักษณ์ ตัดกับชุดแต่งสีดำสนิทได้อย่างลงตัว สะท้อนถึงความร้อนแรงและความมุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามทุกขีดจำกัด ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 22 นิ้ว 10 ก้าน ตกแต่งด้วยสีดำเงา อาจเสริมด้วยตัวเลือกสีทูโทนแบบเงา เพิ่มมิติและความน่าสนใจให้กับภาพรวมของรถยนต์
ขุมพลัง Plug-in Hybrid: ประสิทธิภาพสูงสุด ผสานความยั่งยืน
สำหรับ Bentley Continental GT และ Flying Spur Black Edition การยกระดับสมรรถนะมาพร้อมกับการนำเสนอขุมพลัง High Performance Hybrid ที่เป็นการผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ ขนาด 4.0 ลิตร กับมอเตอร์ไฟฟ้าอันทรงพลัง ทำให้ได้พละกำลังรวมสูงสุดถึง 680 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 930 นิวตันเมตร ตัวเลขสมรรถนะนี้ไม่เพียงแต่เหนือกว่ารุ่น Continental GT Speed W12 เจเนอเรชันก่อนหน้า แต่ยังมอบอัตราเร่งที่น่าทึ่ง:
Continental GT และ Continental GTC Black Edition: อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.7 วินาที
Flying Spur Black Edition: อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 3.9 วินาที
เหนือกว่านั้น คือความสามารถในการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกลกว่า 80 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP) ซึ่งถือเป็นระยะทางที่น่าประทับใจสำหรับรถยนต์ในระดับนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Bentley ในการพัฒนารถยนต์ที่ตอบสนองต่อการขับขี่ในเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังคงไว้ซึ่งความหรูหราแบบไร้ที่ติ
การทำงานร่วมกันอย่างลงตัวของเครื่องยนต์ V8 และมอเตอร์ไฟฟ้า มอบประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลาย ตั้งแต่ความนุ่มนวลสง่างามในโหมด Comfort ไปจนถึงการตอบสนองที่เฉียบคมในโหมด Sport พร้อมด้วยระบบไอเสียแบบสปอร์ตที่ช่วยเสริมเสียงคำรามอันดุดันของเครื่องยนต์ V8 เมื่อกดคันเร่งเต็มที่ สร้างความตื่นเต้นเร้าใจในทุกเส้นทาง
Bentley Performance Active Chassis: ความอัจฉริยะที่สัมผัสได้
สำหรับรุ่น Black Edition นี้ Bentley ได้นำเสนอเทคโนโลยี Bentley Performance Active Chassis ซึ่งแต่เดิมมีเฉพาะในรุ่น Speed ที่ทรงพลัง 782 แรงม้า เท่านั้น ระบบนี้มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า ด้วยการปรับเปลี่ยนการทำงานของช่วงล่างและระบบควบคุมการทรงตัวให้เหมาะสมกับแต่ละโหมดการขับขี่
ในโหมด Sport, Bentley Performance Active Chassis สามารถส่งกำลังได้สูงสุดถึง 100% ไปยังล้อหลัง เพื่อมอบการตอบสนองที่เฉียบคม คล่องแคล่ว และแม่นยำ การปรับการเลี้ยวของล้อหลังที่ชาญฉลาด พร้อมกับการหน่วงและช่วงล่างที่แน่นขึ้น ช่วยให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงการควบคุมที่ตรงไปตรงมา และความเร้าใจในแบบฉบับสปอร์ตอย่างแท้จริง
ภายในห้องโดยสาร: ความหรูหราที่ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Bentley Continental GT และ Flying Spur Black Edition จะพบกับการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความหรูหราเหนือกาลเวลา และรายละเอียดที่เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์
การปักลาย “Black Edition” บนพนักพิงศีรษะ ไม่ว่าจะเป็นคู่หน้าใน Continental GT หรือทั้งสี่ที่นั่งใน Flying Spur คือสัญญาณบ่งบอกถึงความพิเศษของรุ่นนี้ การตกแต่งด้วยไม้วีเนียร์ Piano Black ที่ดำขลับ, กาบบันได Black Edition, และการเย็บแบบคอนทราสต์ที่สามารถเลือกสรรได้ตามความต้องการของเจ้าของ ยิ่งเพิ่มความรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัวและความประณีต
นอกจากนี้ ยังมีระบบไฟ Ambient Lighting หลากสีที่สร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร, หน้าจอแสดงผลแบบ Rotating Display อันเป็นเอกลักษณ์ของ Bentley, และแป้นเหยียบคันเร่งแบบสปอร์ต ที่ผสานความสะดวกสบายเข้ากับความรู้สึกในการขับขี่ได้อย่างลงตัว
Bentley Mulliner: การรังสรรค์ยนตรกรรมในฝันที่ไร้ขีดจำกัด
นอกเหนือจากรุ่น Black Edition ที่นำเสนอความดุดันและสมรรถนะอันน่าทึ่ง Bentley ยังคงเดินหน้ามอบทางเลือกที่หลากหลายสำหรับการปรับแต่งเฉพาะบุคคลผ่านแผนก Bentley Mulliner ซึ่งเป็นเสมือนห้องปฏิบัติการแห่งการสร้างสรรค์ผลงานระดับมาสเตอร์พีซ
ลูกค้าสามารถเลือกปรับแต่งเฉดสีไฮไลท์ภายนอกสำหรับรุ่น Continental GT และ Continental GTC ได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นเส้นสายบนชุดแต่งรอบคัน, กระจกมองข้าง, หรือแม้กระทั่งขอบล้ออัลลอย โดยสามารถเลือกเฉดสีเดียว หรือสองเฉดสีที่ตัดกัน เพื่อสะท้อนบุคลิกและรสนิยมของตนเองได้อย่างชัดเจน
ทางเลือกของพื้นผิวล้ออัลลอยก็มีให้เลือกสรรอย่างไม่จำกัด ทั้งเฉดสีทึบ, เฉดสีเมทัลลิค, เฉดสีซาติน, และเฉดสีมุก ซึ่งสามารถจับคู่กับเฉดสีภายในห้องโดยสารได้อย่างลงตัว สร้างสรรค์รูปลักษณ์ที่โดดเด่นและเป็นหนึ่งเดียว
การตกแต่งด้วยแถบสีไฮไลท์แบบคอนทราสต์บนชุดแต่งรอบคัน (สปอยเลอร์หน้า, กาบประตู, ดิฟฟิวเซอร์หลัง) รวมถึงบนฝาครอบกระจกมองข้าง และขอบล้ออัลลอย คือการเน้นย้ำถึงเส้นสายที่สง่างามของรถยนต์แต่ละรุ่น สำหรับ Continental GT ยังมีตัวเลือกหลังคาเฉดสีดำ Beluga ซึ่งชวนให้นึกถึงรุ่น Continental GT Pikes Peak Edition ที่สร้างประวัติศาสตร์ในวงการมอเตอร์สปอร์ต
สำหรับ Flying Spur, Mulliner ได้นำเสนอชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ ที่สามารถเลือกได้ทั้งลายเคลือบแลกเกอร์ หรือการย้อมสีตามความต้องการพิเศษ พร้อมการตกแต่งด้วยลายเส้นสีคอนทราสต์ที่สอดคล้องกับขอบล้ออัลลอยและฝาครอบกระจกมองข้าง
แม้กระทั่งในรุ่น Bentayga, Bentley Mulliner ก็ได้นำเสนอทางเลือกเฉดสีไฮไลท์บนฝาครอบกระจกมองข้าง และขอบล้ออัลลอย รวมถึงคาลิปเปอร์เบรก ในสีสันที่โดดเด่น เช่น Klein Blue, Signal Yellow, และ Ice Silver
ความร่วมมือกับดีไซเนอร์แฟชั่นชื่อดังอย่าง Supriya Lele ในการรังสรรค์ Bentayga S รุ่นพิเศษ ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ Mulliner ในการผสานแรงบันดาลใจจากหลากหลายวงการ เพื่อสร้างสรรค์เฉดสีพิเศษอย่าง Nīla Blue และการนำไปใช้เป็นสีไฮไลท์บนขอบล้ออัลลอย และ Mulliner White บนชุดแต่งรอบคัน สะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนและความสง่างามที่คงอยู่ยาวนาน
อีกหนึ่งผลงานที่น่าจดจำ คือ Continental GT Convertible รุ่นพิเศษ ที่สร้างสรรค์ขึ้นโดย Bentley Mulliner ร่วมกับ Bentley Naples ซึ่งมาพร้อมเฉดสีม่วง Damson อันหรูหรา และสีเทา Moonbeam ที่นำไปประมูลเพื่อระดมทุนเพื่อการกุศล สร้างมูลค่าที่ไม่เพียงแต่ด้านการเงิน แต่ยังรวมถึงการช่วยเหลือสังคม
ข้อมูลล่าสุดจาก Bentley ชี้ให้เห็นถึงเทรนด์ที่กำลังเติบโต: รถยนต์ Bentley 1 ใน 4 คันที่ออกจากโรงงาน ได้รับการรังสรรค์ขึ้นด้วยตัวเลือกพิเศษจาก Bentley Mulliner สะท้อนถึงความต้องการของลูกค้าที่ต้องการความแตกต่างและความเป็นเอกลักษณ์ “ข้อจำกัดเดียว คือ จินตนาการ” David Parker, Chief Commercial Officer, Bentley Mulliner กล่าวสรุป
Bentley Bangkok: ประตูสู่โลกแห่งยนตรกรรมเหนือระดับ
สำหรับตลาดประเทศไทย Bentley Bangkok โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Bentley อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียว พร้อมมอบประสบการณ์สุดพิเศษในการรังสรรค์ยนตรกรรมในฝันให้กับลูกค้า
คุณสามารถสัมผัสกับ Bentley Continental GT และ Flying Spur Black Edition พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ, การรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนานถึง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร, บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง, และ Service Package นาน 3 ปีเต็ม
นอกจากนี้ Bentley Bangkok ยังเปิดรับคำสั่งจองสำหรับรุ่น New Continental GT, New Continental GT Convertible, และ New Flying Spur ในราคาเริ่มต้นที่น่าสนใจ ซึ่งสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ Bentley ในการนำเสนอความหรูหราและสมรรถนะระดับสูงสุดให้เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น
หากคุณพร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์แห่งความหรูหรา สมรรถนะ และการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครแล้ววันนี้ เชิญเข้ามาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราที่ Bentley Bangkok เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ยนตรกรรมที่น่าภาคภูมิใจนี้