
Bentley Continental GT Speed: นิยามใหม่แห่งซูเปอร์คาร์แกรนด์ทัวเรอร์ ด้วยขุมพลังไฮบริดเหนือชั้น
ในโลกแห่งยานยนต์ระดับหรูที่ความเร็ว สมรรถนะ และความประณีตมาบรรจบกัน Bentley Motors ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำจากสหราชอาณาจักร ได้สร้างปรากฏการณ์อีกครั้งด้วยการเปิดตัว Bentley New Continental GT Speed เจเนอเรชันที่ 4 ซึ่งเป็นรถคูเปสายพันธุ์แกรนด์ทัวเรอร์ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยการผสานเทคโนโลยี Ultra Performance Hybrid อันล้ำสมัยเข้ากับงานฝีมืออันเป็นเอกลักษณ์ของ Bentley ทำให้รถรุ่นใหม่นี้ไม่เพียงแต่ยกระดับมาตรฐานของรถสปอร์ตหรู แต่ยังกำหนดนิยามใหม่ของการขับขี่แห่งอนาคต
วิวัฒนาการแห่งความทรงพลัง: จาก V8 สู่ Ultra Performance Hybrid
การมาถึงของ Bentley New Continental GT Speed ถือเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์กว่าสองทศวรรษของตระกูล Continental GT โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนแปลงในระบบขับเคลื่อน จากรุ่นก่อนหน้าที่ใช้เครื่องยนต์ W12 อันทรงพลัง สู่การก้าวเข้าสู่ยุคของระบบขับเคลื่อนแบบ Plug-in Hybrid ที่ผสานเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 4.0 ลิตร เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เพียงแค่การอัปเกรด แต่เป็นการปฏิวัติขุมพลังอย่างแท้จริง
เครื่องยนต์ V8 รุ่นใหม่ให้พละกำลังกว่า 600 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 190 แรงม้า ส่งผลให้ Bentley New Continental GT Speed สร้างกำลังรวมสูงสุดได้ถึง 782 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 1,000 นิวตันเมตร ตัวเลขเหล่านี้สูงกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับ Continental GT Speed ที่เคยใช้เครื่องยนต์ W12 ที่เคยทำแรงบิดสูงสุด 900 นิวตันเมตร นี่คือการก้าวกระโดดด้านสมรรถนะที่ทำให้ Bentley New Continental GT Speed กลายเป็นอัครยนตรกรรม Bentley ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยปรากฏสู่สายตาชาวโลก
สมรรถนะเหนือจินตนาการ: ความเร็ว ดุเดือด และความเงียบสงบ
สำหรับ Bentley Continental GT Speed เจเนอเรชันที่ 4 นี้ สมรรถนะความเร็วถูกยกระดับไปอีกขั้น ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่ทำได้ภายใน 3.2 วินาที และความเร็วสูงสุดทะลุ 335 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งนับเป็นความเร็วสูงสุดที่ไม่เคยมีรถรุ่นใดของ Bentley ทำได้มาก่อน ความเร็วที่เพิ่มขึ้นนี้ ไม่ได้มาพร้อมกับความเหนื่อยล้าจากการเผาผลาญเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น แต่กลับตรงกันข้าม ตัวเลขการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ต่ำเพียง 29 กรัมต่อกิโลเมตร (WLTP) สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่ก้าวกระโดดของเทคโนโลยีไฮบริด
แต่สมรรถนะอันน่าทึ่งของ Bentley Continental GT Speed ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ความเร็วสูงสุดเท่านั้น ระบบขับเคลื่อนแบบ Ultra Performance Hybrid ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลายได้อย่างน่าประทับใจ ในโหมดไฟฟ้าล้วน ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสได้ถึงความเงียบสงบและความต่อเนื่องของการเดินทาง ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และวิ่งได้ไกลถึง 81 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ความสามารถนี้ทำให้ Bentley Continental GT Speed ไม่ใช่เพียงซูเปอร์คาร์ แต่เป็นรถที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
การออกแบบที่พลิกโฉม: “นักล่า” ที่สงบนิ่งแต่พร้อมปลดปล่อยพลัง
การออกแบบภายนอกของ Bentley New Continental GT Speed เจเนอเรชันที่ 4 ถือเป็นการปฏิวัติครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบสองทศวรรษ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากบุคลิกอันทรงพลังของ “เสือนักล่า” ที่สงบนิ่ง แต่แฝงไว้ด้วยความพร้อมที่จะปลดปล่อยพลังมหาศาล เส้นสายอันเฉียบคม กล้ามเนื้อที่ดูผ่อนคลาย แต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ และทรวดทรงที่สง่างามของบั้นท้าย ล้วนสะท้อนถึงพลังที่ซ่อนอยู่ภายใน
การเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นที่สุดคือการกลับมาของไฟหน้าแบบเดี่ยว ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1950 ส่งผลให้รูปลักษณ์ด้านหน้าของรถมีความชัดเจนและดุดันยิ่งขึ้น ไฟหน้าแบบ “คิ้ว” แนวนอน พร้อมเอฟเฟกต์เพชรเจียระไนด้านบนกรอบไฟ และหลอดไฟ LED เมทริกซ์ ที่ควบคุมด้วยระบบดิจิทัลกว่า 120 ดวง มอบประสิทธิภาพการส่องสว่างที่เหนือกว่า พร้อมการควบคุมลำแสงที่แม่นยำ ลดอาการตาพร่า และสร้างประสบการณ์การมองเห็นที่ราบรื่นเป็นธรรมชาติ
ด้านท้ายรถได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่กันชน ไฟท้าย ไปจนถึงฝากระโปรงท้ายที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อเพิ่มแรงกดโดยไม่จำเป็นต้องใช้สปอยเลอร์ ไฟท้ายที่มาพร้อมกับกราฟิกที่กว้างขึ้น และลวดลายเพชร 3 มิติภายใน สร้างเอฟเฟกต์ภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจคล้ายลาวาหลอมเหลว สะท้อนความประณีตและความใส่ใจในทุกรายละเอียดตามแบบฉบับของ Bentley
ภายในห้องโดยสาร: สัมผัสแห่งความหรูหรา และเทคโนโลยีล้ำสมัย
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Bentley New Continental GT Speed ผู้ขับขี่และผู้โดยสารจะถูกโอบล้อมด้วยบรรยากาศแห่งความหรูหราและความประณีตที่เหนือระดับ การออกแบบภายในใหม่ทั้งหมด มาพร้อมกับการเย็บสไตล์ใหม่ การขึ้นรูปเพชรแบบ 3 มิติบนแผงประตู และการใช้วัสดุ Piano Black ที่ให้ความรู้สึกทันสมัยและสปอร์ตยิ่งขึ้น
เทคโนโลยีล้ำสมัยถูกผสานเข้ากับการตกแต่งอย่างลงตัว อาทิ ระบบหน้าจอแสดงผลแบบหมุนได้อันเป็นเอกลักษณ์ของ Bentley ที่สามารถเปลี่ยนหน้าจอได้ถึง 3 รูปแบบ ได้แก่ จอสัมผัส 12.3 นิ้ว แบบ HD, หน้าปัดอนาล็อกสุดคลาสสิก 3 หน้าปัด หรือแผงไม้วีเนียร์ที่งดงาม ทั้งหมดนี้สามารถเปลี่ยนได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส
ระบบไฟ Mood Lighting ที่สามารถปรับเฉดสีได้กว่า 30 สี ช่วยสร้างบรรยากาศที่หลากหลายภายในห้องโดยสาร ในขณะที่เบาะนั่งแบบ Wellness พร้อมระบบกรองอากาศด้วยไอออนอัจฉริยะ และระบบปรับท่าทางอัตโนมัติ 4 ทิศทาง มอบความสะดวกสบายขั้นสูงสุดตลอดการเดินทาง
ระบบแชสซีส์ใหม่: การควบคุมที่เหนือชั้น และความสบายที่ไร้คู่แข่ง
Bentley New Continental GT Speed ได้รับการพัฒนาบนระบบแชสซีส์ใหม่ล่าสุด ที่ผสานเทคโนโลยีชั้นสูงอย่าง Bentley Dynamic Ride (ระบบควบคุมการเข้าโค้งแบบแอคทีฟด้วยไฟฟ้า 48 โวลต์), เฟืองท้ายแบบไฟฟ้า (eLSD), และระบบควบคุมแรงบิดขณะเข้าโค้ง ตัวถังได้รับการออกแบบให้มีน้ำหนักกระจายตัวแบบ 49:51 ซึ่งเป็นการจัดวางน้ำหนักแบบขับเคลื่อนล้อหลังเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ Bentley ส่งผลให้รถมีความสมดุลที่สมบูรณ์แบบ ผสมผสานประสิทธิภาพการควบคุมที่เฉียบคมเข้ากับความสบายในการขับขี่ได้อย่างน่าทึ่ง
การขับขี่ในโหมดไฟฟ้าถูกพัฒนาให้มีความเงียบสงบและต่อเนื่อง ระบบ Active Chassis ใหม่ ช่วยให้การควบคุมรถมีความแม่นยำและคล่องแคล่วในทุกสภาวะถนน ในขณะที่ระบบ ESC ขั้นสูงช่วยควบคุมการยึดเกาะถนนอย่างมีประสิทธิภาพ หรือสามารถปิดระบบเพื่อประสบการณ์การขับขี่แบบไดนามิกสูงสุด
The Continental GTC Speed: อิสระแห่งการขับขี่ สไตล์เปิดประทุน
นอกจากรุ่นคูเปแล้ว Bentley ยังได้เปิดตัว The Continental GTC Speed รุ่นเปิดประทุน ซึ่งมอบอิสระในการขับขี่ท่ามกลางสายลม การเปิดประทุนใช้เวลาเพียง 19 วินาที ขณะรถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 48 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้จะเป็นรถเปิดประทุน แต่สมรรถนะก็ยังคงน่าประทับใจ ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่ 3.4 วินาที และความเร็วสูงสุด 285 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ราคา และข้อเสนอสุดพิเศษในประเทศไทย
Bentley Bangkok โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่าย Bentley อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ได้เปิดรับคำสั่งจอง Bentley New Continental GT Speed พร้อมราคาเริ่มต้นที่ 26.9 ล้านบาท สำหรับรุ่นคูเป และ 29.5 ล้านบาท สำหรับรุ่นเปิดประทุน
สำหรับลูกค้าที่สั่งจองรถยนต์ Bentley จะได้รับสิทธิประโยชน์เหนือระดับ ได้แก่ การรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนานสูงสุด 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน), การรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 3 ปีเต็ม พร้อมสิทธิ์การต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิตสูงสุด 4 ปี
เชิญสัมผัสประสบการณ์ Bentley New Continental GT Speed
Bentley New Continental GT Speed คือนิยามใหม่ของรถแกรนด์ทัวเรอร์ ด้วยการผสมผสานสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ งานฝีมืออันประณีต และเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างลงตัว ท่านสามารถยลโฉม Bentley New Continental GT Speed ตัวจริงได้ที่ AAS House แกลเลอรีสุดหรู ณ ชั้น 2 ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 มีนาคม 2568 เพื่อสัมผัสประสบการณ์แห่งอนาคตของการขับขี่ที่ Bentley ได้รังสรรค์ขึ้นอย่างแท้จริง.