
Mercedes-Benz GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic: สุดยอด SUV ปลั๊กอินไฮบริด ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ยุคใหม่
ในโลกยานยนต์ที่หมุนไปอย่างไม่หยุดนิ่ง ยุคแห่งดิจิทัลและเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ ได้ผลักดันให้ผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่มองหาสิ่งที่มากกว่าแค่การเดินทาง พวกเขามองหารถยนต์ที่สะท้อนตัวตนที่ทันสมัย มีความยืดหยุ่น พร้อมตอบสนองทุกจังหวะชีวิตที่หลากหลาย และที่สำคัญ คือ ยนตรกรรมที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะ ความหรูหรา และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม “Mercedes-Benz GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic” คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับความต้องการเหล่านี้
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์ที่มีประสบการณ์กว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์หรูอย่างใกล้ชิด และผมขอยืนยันว่า GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic ไม่ใช่เพียงแค่รถ SUV ระดับพรีเมียมธรรมดา แต่คือการปฏิวัติวงการรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่ตั้งมาตรฐานใหม่ให้กับกลุ่มรถ SUV ขนาดกลาง
นิยามใหม่ของ “READY FOR IT” สำหรับคนยุคดิจิทัล
Mercedes-Benz GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic เจเนอเรชันที่ 3 ของตระกูล SUV ขนาดกลางจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “READY FOR IT” สะท้อนถึงความพร้อมที่จะตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริโภคยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง กลุ่มเป้าหมายหลักคือคนรุ่นใหม่ ที่ไม่เพียงแต่มองหารถ SUV ระดับลักชัวรี่เท่านั้น แต่ยังต้องการยนตรกรรมที่เพียบพร้อมด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย สามารถผสานเข้ากับทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองที่ต้องการความคล่องตัว ความประหยัด หรือการเดินทางไกลที่ต้องการความสบาย สมรรถนะ และความมั่นใจในทุกเส้นทาง ทั้งบนถนนปกติ (On-Road) ไปจนถึงเส้นทางผจญภัย (Off-Road)
ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด: ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า สู่ความยั่งยืน
หัวใจสำคัญของ Mercedes-Benz GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic คือระบบขับเคลื่อนแบบปลั๊กอินไฮบริด ที่ผสานพลังของเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบ 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า Permanently Excited Synchronous Machine พลังรวมสูงสุด 313 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 550 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC อันนุ่มนวล ให้สมรรถนะที่น่าทึ่ง เร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 6.7 วินาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับรถ SUV ขนาดกลาง
แต่สิ่งที่ทำให้ GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic โดดเด่นยิ่งขึ้นคือแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Li-Ion) แรงดันสูง ความจุ 31.2 kWh ซึ่งได้รับการอัพเกรดให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกลกว่า 120 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP นี่คือคุณสมบัติที่เปลี่ยนการเดินทางในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ประหยัด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเงียบสงบ
ในส่วนของการชาร์จ ก็ได้รับการพัฒนาให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น รองรับการชาร์จพลังงานไฟฟ้าแบบกระแสตรง (DC Charge) สูงสุด 60 kWh สามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้น ขณะที่การชาร์จแบบกระแสสลับ (AC Charge) รองรับสูงสุด 11 kWh ใช้เวลาชาร์จเต็ม 0% ถึง 100% เพียง 2 ชั่วโมง 45 นาที ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการชาร์จข้ามคืน หรือระหว่างวันทำงาน
ดีไซน์ Sensual Purity: ความงามสง่าเหนือกาลเวลา ผสานความสปอร์ตเร้าใจ
การออกแบบภายนอกของ GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic ยังคงยึดมั่นในปรัชญา Sensual Purity อันเป็นเอกลักษณ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ผสานความโค้งมนสง่างาม เข้ากับเส้นสายที่เฉียบคมของความสปอร์ตได้อย่างลงตัว กระจังหน้า Star Pattern ดีไซน์ใหม่แบบ A-shape ที่โดดเด่น รับกับชุดไฟหน้าความละเอียดสูง 1.3 ล้านพิกเซล ที่มาพร้อมเทคโนโลยี DIGITAL LIGHT และ ULTRA RANGE Highbeam ซึ่งสามารถส่องสว่างได้ไกลถึง 650 เมตร ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ และระบบปรับไฟหน้าตามองศาการเลี้ยวของรถ (Active Curve Illumination) ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยและความปลอดภัยในทุกสภาวะการขับขี่
รายละเอียดอันประณีต เช่น ราวหลังคาอลูมิเนียมเสริมความบึกบึน บันไดข้างสเตนเลสดีไซน์สปอร์ต และล้ออัลลอย AMG 5-Twin Spoke ขนาด 20 นิ้ว ยิ่งเสริมบุคลิกอันแข็งแกร่งและสง่างามของรถ SUV ในขณะที่ช่วงล่างแบบ Comfort Suspension มอบความนุ่มนวลในการขับขี่ที่เหนือกว่า
ห้องโดยสาร AMG Interior Package: สัมผัสประสบการณ์ลักชัวรี่ ดุจห้องรับแขกส่วนตัว
ก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสาร คุณจะพบกับการตกแต่งที่สะท้อนถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด สไตล์ AMG Interior Package มอบความรู้สึกสปอร์ตและหรูหราไปพร้อมกัน เบาะนั่งคู่หน้าแบบ Sport Seats หุ้มด้วยหนังคุณภาพสูง สามารถปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมหน่วยความจำ 3 ตำแหน่ง และระบบดันหลัง 4 ทิศทาง (Lumbar Support) เพื่อความสบายสูงสุดในการเดินทาง
แผงคอนโซลกลางตกแต่งด้วยวัสดุ High-Gloss Black สีดำเงา และ Metal Structure trim เพิ่มความทันสมัย ตัดกับคอนโซลหน้าและแผงประตูที่หุ้มด้วยหนัง ARTICO man-made ตกแต่งลวดลายแบบ Nappa อันนุ่มนวล
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันเจเนอเรชันที่ 5 หุ้มด้วยหนัง Nappa ให้สัมผัสที่กระชับมือ หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Digital Instrument Cluster ขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอตรงกลางแบบสัมผัสความละเอียดสูงขนาด 11.9 นิ้ว ควบคุมการทำงานของระบบ MBUX7 อันชาญฉลาด ทำงานร่วมกับระบบ AI ที่สามารถเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ขับขี่ ปรับการแสดงผลและฟังก์ชันต่างๆ ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล พร้อมรองรับการสั่งงานด้วยเสียงถึง 27 ภาษา
เทคโนโลยี MBUX7 และ MBUX Augmented Reality: ก้าวข้ามขีดจำกัดของการเชื่อมต่อ
ระบบ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) ในเวอร์ชันล่าสุด MBUX7 คือนิยามใหม่ของระบบอินโฟเทนเมนต์ ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่หน้าจอ แต่คือผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะ ด้วยการผสาน AI เข้ามา ทำให้รถสามารถเรียนรู้และคาดการณ์ความต้องการของผู้ขับขี่ได้ เช่น การเปิดแอร์เมื่ออากาศร้อน การปรับเส้นทางเมื่อพบรถติด หรือแม้แต่การเปิดเพลงโปรดเมื่อถึงเวลา
ระบบแผนที่นำทางแบบ Hard-disc navigation แสดงผลแบบ 3 มิติ ยกระดับประสบการณ์การนำทางไปอีกขั้นด้วยระบบ MBUX Augmented Reality ที่ผสานเทคโนโลยี AR เข้ากับการแสดงภาพถนนจริง ช่วยให้การนำทางมีความแม่นยำและเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น สัญลักษณ์นำทางจะแสดงซ้อนทับบนภาพถนนจริง ทำให้คุณไม่พลาดทุกการเลี้ยวและการตัดสินใจ
ระบบเสียง Burmester® และ Ambient Lighting: สร้างบรรยากาศสุดพิเศษ
เติมเต็มประสบการณ์การขับขี่ให้สมบูรณ์แบบด้วยระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® 3D surround sound system ที่มาพร้อมลำโพง 15 ตำแหน่ง มอบมิติเสียงที่คมชัด ทรงพลัง สร้างความเพลิดเพลินให้ตลอดการเดินทาง
ระบบไฟตกแต่งห้องโดยสาร Premium Ambient Lighting สามารถปรับเปลี่ยนได้ถึง 64 เฉดสี ช่วยสร้างบรรยากาศที่หลากหลายตามอารมณ์และความชอบของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
ความปลอดภัยสูงสุด: เทคโนโลยีที่ปกป้องคุณและคนที่คุณรัก
Mercedes-Benz GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic มาพร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐานเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE, ไฟเบรกกระพริบฉุกเฉิน (Adaptive brake light), ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST), ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist) พร้อมระบบแจ้งเตือนก่อนออกจากรถ (Exit Warning)
นอกจากนี้ ยังมีระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist), ระบบรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าและควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Active Distance Assist DISTRONIC), ระบบรักษารถให้อยู่ในช่องทางจราจร (Active Lane Keeping Assist), และระบบแจ้งเตือนแรงดันลมยาง (Tyre Pressure Loss Warning System)
กล้องรอบคัน 360 องศา พร้อมฟังก์ชัน Transparent Bonnet ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นภาพจริงบริเวณใต้ท้องรถด้านหน้า ทำให้การขับขี่ในพื้นที่แคบ หรือการมองผ่านสิ่งกีดขวางทำได้ง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น
Mercedes-AMG SL 43 2023: สุนทรีย์แห่งการขับขี่สไตล์สปอร์ตเปิดประทุน
ในอีกมุมหนึ่งของโลกยานยนต์หรู ที่เต็มไปด้วยความเร้าใจและอิสระ Mercedes-AMG SL 43 2023 คือนิยามใหม่ของรถสปอร์ต GT ขนาดใหญ่ ตัวถังเปิดประทุนหลังคาผ้าใบ 2+2 ที่นั่ง ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้นของตระกูล Mercedes-AMG SL-Class ที่ไม่เพียงแต่มอบสมรรถนะอันดุดัน แต่ยังมาพร้อมความสะดวกสบายในการดูแลรักษาที่มากกว่ารุ่นพี่อย่าง SL 55 หรือ SL 63 เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางไกลแบบส่วนตัว พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระที่เพียงพอต่อการใช้งาน
การออกแบบที่เหนือกาลเวลาและสปอร์ตเหนือชั้น
Mercedes-AMG SL 43 2023 โดดเด่นด้วยสไตล์ลิ่งแบบ Personal Luxury ผสมผสานความหรูหราของรถคูเป้ขนาดใหญ่ เข้ากับความอิสระของการเปิดประทุน มิติตัวถังยาว 4,705 มม. กว้าง 1,915 มม. สูง 1,359 มม. ระยะฐานล้อ 2,700 มม. แสดงออกถึงความสง่างามผ่านพื้นผิวที่เรียบเนียนและเส้นสายที่โค้งมน กระจังหน้า Panamericana อันเป็นเอกลักษณ์ของ Mercedes-AMG ประกบด้วยไฟหน้าทรงกระสุน ดีไซน์ท้ายรถที่ติดตั้งท่อไอเสีย 4 ท่อ แยกซ้าย-ขวา ยิ่งเพิ่มความดุดัน ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ช่วยเสริมบุคลิกสปอร์ตให้สมบูรณ์แบบ
หลังคาผ้าใบแบบ Z-Fold ที่ออกแบบมาเพื่อประหยัดพื้นที่ สามารถเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าได้ภายในเวลาเพียง 15 วินาที แม้ขณะขับขี่ที่ความเร็วไม่เกิน 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ภายในที่ผสมผสานความล้ำสมัยและความสะดวกสบาย
ห้องโดยสารของ Mercedes-AMG SL 43 2023 ออกแบบคอนโซลหน้าเป็น 2 เลเยอร์ ใช้ช่องแอร์ทรงไอพ่น 4 ช่อง เพิ่มมิติความสปอร์ต พวงมาลัยแบบ 3 ก้าน ปาดเรียบด้านล่าง มอบสัมผัสที่กระชับมือ เรือนไมล์ Hyperanalogue ที่เป็นจอแสดงผลดิจิทัล 3 มิติ คล้ายเข็มอนาล็อก ให้ความรู้สึกคลาสสิกแต่ทันสมัย จอแสดงผลมัลติฟังก์ชันกลางขนาด 12.3 นิ้ว แบบลอยตัว ควบคุมด้วยระบบปฏิบัติการ MBUX เวอร์ชั่นล่าสุด
การจัดวางเบาะแบบ 2+2 ที่นั่ง เบาะหุ้มหนัง ARTICO เป็นมาตรฐาน แต่สามารถเลือกอัปเกรดเป็นหนังแท้, หนัง Nappa หรือหนัง Nappa AMG สำหรับเบาะ AMG Sport Seat และ AMG Performance Seat เพื่อเพิ่มความหรูหราและรองรับสรีระในการขับขี่สไตล์สปอร์ต
สมรรถนะที่เร้าใจ ด้วยเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ
Mercedes-AMG SL 43 2023 ในฐานะรุ่น Entry Level ของไลน์อัพ Mercedes-AMG SL มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบ ที่ให้กำลังสูงสุด 381 แรงม้า ที่ 6,750 รอบ/นาที และแรงบิด 480 นิวตันเมตร ในช่วง 3,250-5,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ AMG SPEEDSHIFT MCT 9G 9 สปีด ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ช่วยให้เร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 4.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 275 กิโลเมตร/ชั่วโมง และมีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 11.1 กิโลเมตร/ลิตร
ราคาและการเข้าถึง
Mercedes-AMG SL 43 2023 มีราคาจำหน่ายที่ 11,700,000 บาท นำเข้ามาจำหน่ายทั้งคัน (CBU) จากโรงงาน
การเปรียบเทียบกับรถยนต์รุ่นอื่น ๆ
ในกลุ่มรถสปอร์ตเปิดประทุนที่ใกล้เคียงกันในประเทศไทย Mercedes-AMG SL 43 2022 มีคู่แข่งที่โดดเด่นคือ Jaguar F-Type Convertible 2023 ซึ่งมีเครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ 300 แรงม้า ราคา 7,600,000 บาท และรุ่นเครื่องยนต์ V8 ซูเปอร์ชาร์จ 5.0 ลิตร 575 แรงม้า ขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคา 13,000,000 บาท
Mercedes-Benz GLC Class 2016: จุดเริ่มต้นแห่งความประทับใจใน SUV ขนาดกลาง
ย้อนกลับไปในปี 2558 เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้เปิดตัว Mercedes-Benz GLC Class 2016 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเติมเต็มกลุ่มผลิตภัณฑ์ SUV ด้วยยนตรกรรมที่ผสมผสานความปราดเปรียว เข้ากับความดุดันในสไตล์ มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย คือ Mercedes-Benz GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD และ Mercedes-Benz GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic
ดีไซน์ภายนอกที่แข็งแกร่งและสง่างาม
GLC Class 2016 โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบสามมิติ พร้อมโลโก้เมอร์เซเดส-เบนซ์ขนาดใหญ่ ไฟหน้า LED Intelligent Light System และไฟ Daytime แบบ LED fibre-optic เส้นสายด้านข้างถูกออกแบบให้ลาดเอียงไปทางด้านท้าย เสริมความทรงพลังและสง่างาม ด้านท้ายเสริมความแข็งแกร่งด้วยปลายท่อไอเสียตกแต่งสเตนเลส 2 ท่อ ยาง Run-flat tyres แผ่นป้องกันใต้กันชนหน้า-หลัง ตกแต่งโครเมียม และไฟท้าย LED
มิติตัวถังที่ใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นเดิม (ความยาว 4,656 มม., กว้าง 1,890 มม., ฐานล้อ 2,873 มม.) เพิ่มพื้นที่วางขาสำหรับผู้โดยสารด้านหลังถึง 34 มม. ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการเข้า-ออกห้องโดยสาร
ความแตกต่างของรุ่นย่อย
GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD: มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ตกแต่งภายในด้วยลายไม้ Open-pore brown ash wood พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน เบาะหน้าปรับไฟฟ้า
GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic: มาพร้อมล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ต AMG ขนาด 20 นิ้ว, ชุดแต่ง AMG bodystyling, สัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์บนคาลิปเปอร์เบรกหน้า, ชุดคันเร่งและแป้นเบรกสปอร์ต, บันไดข้างสปอร์ต, และหลังคาพาโนรามิคเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า ตกแต่งภายในด้วยลายไม้ Open-pore black ash wood พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสปอร์ตท้ายตัด, เบาะหน้าปรับไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ
ภายในที่หรูหรา ทันสมัย และสปอร์ต
ห้องโดยสารเน้นความหรูหรา ทันสมัย พร้อมกลิ่นอายความสปอร์ต เบาะหลังพับได้ 1/3: 2/3 เพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ ฝาท้ายไฟฟ้า แผ่นรองกันกระแทกท้ายรถแบบ Metallic ระบบวิทยุ-ซีดี MB Audio 20 ระบบนำทาง Garmin® และ Bluetooth
โครงสร้างน้ำหนักเบาและเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย
โครงสร้างตัวถังแบบน้ำหนักเบาผสานอลูมิเนียมและโลหะทนทานสูง ลดน้ำหนักรถลง 50 กก. เมื่อเทียบกับ GLK-Class ช่วยประหยัดพลังงาน 19% และลดการปล่อย CO2 19%
เทคโนโลยีอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย เช่น ระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติพร้อม PARKTRONIC, ระบบ Dynamic Select 5 โหมด (Eco, Individual, Comfort, Sport, Sport+)
สมรรถนะเครื่องยนต์ดีเซล 2.1 ลิตร
ทั้งสองรุ่นใช้เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2,143 ซี.ซี. กำลังสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิด 500 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-1,800 รอบ/นาที เกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 7.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 222 กม./ชม. ผ่านมาตรฐาน Euro 6
ราคาและการผ่อนชำระ
GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD: 3,790,000 บาท (ผ่อนประมาณ 37,900 บาท/เดือน)
GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic: 4,090,000 บาท (ผ่อนประมาณ 40,900 บาท/เดือน)
การขยายตลาดในภูมิภาคอาเซียน: Mercedes-Benz S 450 4MATIC Long Wheelbase สู่เวียดนาม
เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) และเมอร์เซเดส-เบนซ์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) กำลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์อาเซียนให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ด้วยการส่งออก “Mercedes-Benz S 450 4MATIC Long Wheelbase” รถยนต์รุ่นแฟล็กชิป สู่ประเทศเวียดนาม ภายใต้ข้อตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA)
ความร่วมมือที่แข็งแกร่งเพื่อการเติบโต
มร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) เน้นย้ำถึงความภูมิใจในการส่งออก S-Class ที่ประกอบในไทยไปยังเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพ การส่งออกครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญระหว่างสองบริษัท และเวียดนามจะเป็นประเทศแรกในภูมิภาคที่ได้รับ S-Class ที่ประกอบในประเทศไทย
มร. มาร์ค เบอร์เกอร์ ประธานบริหาร เมอร์เซเดส-เบนซ์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) กล่าวเสริมว่า การส่งออก S-Class นี้เป็นโครงการแรกที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ระดับภูมิภาค และพร้อมพิจารณาการส่งออกรถยนต์รุ่นอื่นๆ ไปยังประเทศอื่นในอาเซียน หากมีความเป็นไปได้ในเชิงการค้า โดยคำนึงถึงกรอบภาษีและอากรที่เหมาะสม
ประโยชน์จากความตกลง ATIGA
ความตกลง ATIGA ช่วยส่งเสริมการเคลื่อนย้ายสินค้าอย่างเสรี ลดอุปสรรคทางการค้า สร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ และลดต้นทุนทางธุรกิจ ทำให้ตลาดขยายตัว และเกิดการประหยัดต่อขนาด
Mercedes-Benz S 450 4MATIC Long Wheelbase: สุดยอดประสบการณ์การขับขี่
รถยนต์รุ่นนี้ นำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุด ภายใต้ความหรูหรา ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยขั้นสูงสุด ประกอบขึ้นในโรงงานของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่จังหวัดสมุทรปราการ
Mercedes-Benz Driving Events 2022: สัมผัสสมรรถนะ AMG เต็มรูปแบบ
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เฉลิมฉลองครบรอบ 55 ปี Mercedes-AMG ด้วยกิจกรรม “Mercedes-Benz Driving Events 2022” ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์ การทดสอบยนตรกรรมสายพันธุ์แรงครบทั้งตระกูล นำโดยทีมผู้ฝึกสอนระดับโลก
สถานีทดสอบสุดท้าทาย
Emergency Brake and Avoid: ทดสอบระบบเบรก, ESP, ABS, และการตอบสนองของผู้ขับขี่
Drag Race: ทดสอบอัตราเร่งของ Mercedes-AMG และปฏิกิริยาผู้ขับขี่
Gymkhana: ฝึกการบังคับรถในสภาพสนามจำลองด้วยเวลาที่รวดเร็วและปลอดภัย
Corner Theory: ทดสอบการเข้าโค้งด้วยความเร็วและการควบคุมที่แม่นยำ
ปิดท้ายด้วยการขับขี่ Mercedes-AMG รอบสนามเต็มสมรรถนะ พิสูจน์คุณภาพรถยนต์จากโรงงานที่พร้อมสำหรับการแข่งขัน
หากคุณกำลังมองหาสมรรถนะ ความหรูหรา และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดในโลกยานยนต์ อย่าพลาดที่จะสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษจาก Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG ที่พร้อมจะยกระดับทุกการเดินทางของคุณให้เหนือกว่าที่เคยเป็นมา ติดต่อผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ใกล้บ้านคุณ เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายทดลองขับได้แล้ววันนี้