
Bentley Continental GT Speed 2025: การยกระดับประสบการณ์ Grand Tourer สู่ขั้นสุดยอดแห่งสมรรถนะและความหรูหรา
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของรถยนต์หรูมากมาย แต่ Bentley Continental GT Speed เจเนอเรชันที่ 4 นี้ คือก้าวสำคัญที่นิยามใหม่ของคำว่า “สุดยอด” ด้วยการผสานสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์เข้ากับงานฝีมืออันประณีต และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นี่ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์ แต่คือผลงานศิลปะบนล้อที่พร้อมจะพาคุณไปทุกที่ด้วยสไตล์ที่เหนือกว่า
Bentley Continental GT Speed สานต่อตำนานอันยาวนานของตระกูล Continental GT ที่ก้าวสู่ปีที่ 21 ด้วยการพลิกโฉมครั้งใหญ่ที่สุดในรอบสองทศวรรษ การเปิดตัว Bentley New Continental GT Speed ซึ่งเป็นรถคูเป้ และ Bentley New Continental GTC Speed ซึ่งเป็นรถเปิดประทุน ณ วันอังคารสุดท้ายของเดือนมิถุนายน 2024 ถือเป็นการประกาศศักดาของ Bentley Motors ในการนำเสนอนวัตกรรมที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น
การออกแบบภายนอก: ความดุดันที่แฝงด้วยความสง่างาม
สิ่งที่สัมผัสได้ทันทีเมื่อแรกเห็น Bentley New Continental GT Speed คือการเปลี่ยนแปลงทางดีไซน์ที่สะท้อนถึง “Start Something Powerful” อย่างแท้จริง การออกแบบภายนอกได้รับการปรับปรุงใหม่หมดจด โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความสง่างามของเสือนักล่าที่พร้อมจะปลดปล่อยพลัง การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบสองทศวรรษคือการนำไฟหน้าเดี่ยวในลักษณะ “คิ้ว” แนวนอนกลับมาใช้อีกครั้ง พร้อมเอฟเฟกต์เพชรเจียระไนที่กรอบไฟ ซึ่งทำให้รูปลักษณ์ดูดุดันและทรงพลังยิ่งขึ้น
ด้านท้ายตัวรถก็ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่กันชน ไฟท้าย ไปจนถึงฝากระโปรงท้ายที่มีดีไซน์แอโรไดนามิกเพื่อเพิ่มแรงกดด้านหลังโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสปอยเลอร์ ไฟท้ายโดดเด่นด้วยกราฟิกที่กว้างขึ้น ทอดยาวไปถึงฝากระโปรงหลัง พร้อมรายละเอียดภายในที่เป็นลายเพชร 3 มิติ เมื่อส่องสว่างจะเกิดเอฟเฟกต์ราวกับลาวาหลอมเหลว เป็นดีไซน์ที่ทั้งล้ำสมัยและน่าค้นหา
ตัวรถที่จัดแสดงมาพร้อมกับสีดำ Onyx และล้ออัลลอยด์ Speed Wheel ขนาด 22 นิ้ว ที่ออกแบบอย่างโดดเด่นราวกับกรงเล็บของเสือ ตัดกับคาลิปเปอร์เบรกสีแดง สะท้อนถึงสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของแกรนด์ทัวเรอร์ระดับซูเปอร์คาร์ได้อย่างลงตัว
ภายในห้องโดยสาร: สุนทรียะแห่งงานฝีมือและความหรูหรา
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Bentley New Continental GT Speed คุณจะสัมผัสได้ถึงความประณีตในทุกรายละเอียด การออกแบบภายในใหม่หมดจด มาพร้อมกับการเย็บสไตล์ใหม่ การขึ้นรูปเพชร 3 มิติบนแผงประตู โดยมีให้เลือกทั้งสีเทา Gravity Grey และสีครีม Linen เสริมด้วยวีเนียร์ Piano Black ที่ให้ความรู้สึกร่วมสมัยและสปอร์ต การตกแต่งภายในด้วย Dark Chrome เพิ่มความดุดันและสปอร์ตด้วยมือจับประตู สวิตช์ และตะแกรงลำโพงที่ทำจากโครเมียมสีเข้ม
นวัตกรรมที่ยังคงเอกลักษณ์ของ Bentley คือ Bentley Rotating Display จอแสดงผลแบบหมุนได้ 3 รูปแบบ ซึ่งประกอบด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว, หน้าปัดอนาล็อกสุดคลาสสิก 3 หน้าปัด และแผงวีเนียร์ที่งดงาม การเปลี่ยนรูปแบบทำได้เพียงแค่กดปุ่มเดียว ระบบไฟ Ambient Lighting ที่สามารถปรับเฉดสีได้กว่า 30 สี สร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารได้อย่างลงตัว
เทคโนโลยีเพื่อความสบายก็ถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ด้วยระบบ Wellness Seats พร้อมระบบกรองอากาศอัจฉริยะ และระบบปรับท่าทางอัตโนมัติสำหรับทั้ง 4 ที่นั่ง เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นประสบการณ์ที่ผ่อนคลายสูงสุด
ขุมพลัง Ultra Performance Hybrid: พลังที่เหนือกว่าทุกการคาดหมาย
หัวใจหลักของ Bentley New Continental GT Speed เจเนอเรชันที่ 4 คือขุมพลัง Ultra Performance Hybrid ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ การผสมผสานเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตรใหม่ที่ให้กำลังกว่า 600 แรงม้า เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า 190 แรงม้า มอบกำลังรวมสูงสุดถึง 782 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 1,000 นิวตันเมตร นี่คือ Bentley ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยผลิตมา
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาเพียง 3.2 วินาที สำหรับรุ่นคูเป้ และ 3.4 วินาที สำหรับรุ่นเปิดประทุน พร้อมความเร็วสูงสุดที่น่าทึ่งถึง 335 กม./ชม. สำหรับรุ่นคูเป้ ซึ่งเป็นการทำลายสถิติความเร็วสูงสุดของ Bentley ในรถยนต์ที่วิ่งได้บนถนนทั่วไป
ขุมพลังใหม่นี้ไม่ได้มาพร้อมกับสมรรถนะที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ เพียง 29 กรัม/กม. (WLTP) และสามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 81 กิโลเมตร (WLTP) ซึ่งเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์และความยั่งยืน
ระบบแชสซีส์ใหม่: ประสิทธิภาพการขับขี่ที่ไร้ที่ติ
เพื่อรองรับขุมพลังอันมหาศาล Bentley New Continental GT Speed ได้รับการติดตั้งระบบแชสซีส์ใหม่ที่ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ระบบ Bentley Dynamic Ride (ระบบควบคุมการเข้าโค้งแบบแอคทีฟด้วยไฟฟ้า 48 โวลต์) เฟืองท้ายไฟฟ้า (eLSD) และระบบควบคุมแรงบิดขณะเข้าโค้งทำงานร่วมกับถุงลมคู่ใหม่และแดมเปอร์วาล์วคู่ใหม่ มอบการขับขี่ที่เหนือชั้นทั้งในด้านประสิทธิภาพการควบคุมและความสบาย
การกระจายน้ำหนักแบบ 49:51 (สำหรับรุ่นคูเป้) หรือ 50:50 (ในบางรุ่น) ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ Bentley ซึ่งช่วยเพิ่มสมดุลและความคล่องตัวในการเข้าโค้งอย่างน่าทึ่ง ระบบ ESC ที่ได้รับการปรับปรุงยังช่วยควบคุมการยึดเกาะถนนเพื่อป้องกันการโอเวอร์สเตียร์ หรือสามารถปิดเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่แบบไดนามิกสูงสุด
เทคโนโลยีล้ำสมัย: ความเชื่อมโยงและการควบคุมที่ไร้ขีดจำกัด
Bentley New Continental GT Speed ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าเจเนอเรชันล่าสุด ซึ่งรวมถึงระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง ระบบนำทางด้วยดาวเทียม และระบบควบคุมคุณภาพอากาศภายในห้องโดยสารที่ทำงานร่วมกับระบบนำทาง เพื่อปรับอากาศให้เหมาะสมตามสภาพแวดล้อม
Apple CarPlay, Android Auto และการอัปเดตแผนที่แบบ Over-the-Air ช่วยให้การเชื่อมต่อเป็นไปอย่างราบรื่น My Bentley App Studio ใหม่ยังเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่เข้าถึงแอปพลิเคชันต่างๆ ทั้งของ Bentley เอง และแอปจากภายนอกที่สามารถดาวน์โหลดได้โดยตรง เช่น แอปเพลง วิดีโอ เกม หรือระบบนำทาง
คุณสมบัติพิเศษอย่าง Remote Parking Assist ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถจอดรถหรือเรียก รถได้จากระยะไกลผ่านสมาร์ทโฟน และ Pre-Departure Climate Control ช่วยให้มั่นใจได้ว่าอุณหภูมิภายในห้องโดยสารจะพร้อมสำหรับการเดินทางเสมอ
Bentley New Continental GT Speed: นิยามใหม่ของ Grand Tourer
Bentley New Continental GT Speed คืออัครยนตรกรรมที่ผสานทุกองค์ประกอบของความสมบูรณ์แบบเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งการออกแบบที่ดุดันและสง่างาม ภายในที่หรูหราประณีต ขุมพลังที่เหนือชั้น และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ไม่ว่าคุณจะต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แบบซูเปอร์คาร์ หรือการเดินทางที่เงียบสงบด้วยพลังงานไฟฟ้า Bentley New Continental GT Speed ก็สามารถตอบสนองทุกความต้องการได้อย่างไร้ที่ติ
AAS Auto Service: ประตูสู่โลกแห่ง Bentley ในประเทศไทย
สำหรับตลาดประเทศไทย AAS Auto Service ในฐานะผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Bentley อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียว ยังคงนำเสนอประสบการณ์การซื้อและการบริการที่เหนือระดับ
Bentley New Continental GT Speed เปิดรับคำสั่งจองแล้ว โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 26.9 ล้านบาท สำหรับรุ่นคูเป้ และ 29.5 ล้านบาท สำหรับรุ่นเปิดประทุน
ผู้ครอบครอง Bentley จาก AAS Auto Service จะได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุด ได้แก่:
การรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนานที่สุดถึง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
การรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (24-hour Bentley Roadside Assistance) นาน 3 ปีเต็ม
สิทธิ์ในการต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต (Bentley Extended Warranty) สูงสุด 4 ปี
Bentley New Continental GT Speed ได้รับการประกอบขึ้นด้วยช่างฝีมือทั้งหมด ณ Bentley’s Dream Factory เมืองครูว์ ประเทศอังกฤษ และจะเริ่มสายการผลิตรวมถึงการส่งมอบภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้
คุณสามารถยลโฉม Bentley New Continental GT Speed อัครยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้ที่จะนิยาม “Start Something Powerful” ได้อย่างใกล้ชิด ณ AAS House แกลเลอรีสุดหรู บริเวณชั้น 2 ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2568 เวลา 10:00 – 20:00 น. ทุกวัน
หากคุณพร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ระดับสุดยอด ที่ผสมผสานสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัด ความหรูหราที่ไม่มีใครเทียบ และเทคโนโลยีแห่งอนาคต การก้าวเข้าสู่โลกของ Bentley New Continental GT Speed คือการตัดสินใจที่คุณจะไม่เสียใจ
อย่ารอช้า! สัมผัส Bentley New Continental GT Speed ตัวจริง และเปิดประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับไปกับ AAS Auto Service ได้แล้ววันนี้