![N3010216 ก คนม นร กน [ตอนจบ] #หน งส น #ต องมนต ฟ ล ม #ละครส นสะท อนส งคม #หน part2](https://newsthailan.tfvp.org/wp-content/uploads/2026/10/fb_natural_20261027_170312.jpg)
เลกซัส: วิวัฒนาการแห่งความหรูหราและสมรรถนะ สู่ยุคใหม่ของยนตรกรรม
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์มาทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของแบรนด์รถยนต์หรูหลายต่อหลายครั้ง แต่สิ่งที่ทำให้ Lexus ยืนหยัดและพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง คือความมุ่งมั่นที่จะผสานความหรูหราขั้นสูงสุดเข้ากับสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น การเดินทางของ Lexus จากจุดเริ่มต้นสู่การเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมนั้นเต็มไปด้วยนวัตกรรมและการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์แห่งอนาคต
Lexus IS: จุดเริ่มต้นแห่งการดีไซน์สปอร์ตที่เข้าถึงง่าย
เมื่อราว 3 ปีก่อน ภาพร่างของ Lexus LF-CC Concept Car ได้จุดประกายความคาดหวังในวงการยานยนต์ ซึ่งต่อมาได้แปรเปลี่ยนเป็น Lexus IS เจเนอเรชันใหม่ที่พร้อมลงสู่ตลาดในปี 2016 ในฐานะรถคูเป้สไตล์สปอร์ตขับเคลื่อนล้อหลังขนาดคอมแพ็ค ทาเคชิ ทานาเบะ หัวหน้าทีมออกแบบของ Lexus เคยกล่าวไว้ว่า LF-CC คือตัวแทนแห่งการออกแบบรถยนต์ยุคใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเน้นย้ำเส้นสายด้านข้างที่เฉียบคม กระจังหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ และรายละเอียดที่ประณีตพิถีพิถัน เช่น ไฟหน้า LED แบบแนวนอน และมือจับประตูโครเมียม
อย่างไรก็ตาม เมื่อ LF-CC พัฒนามาเป็น IS, Lexus ได้ปรับโทนการออกแบบให้มีความนุ่มนวลลง เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลายมากขึ้น นอกเหนือจากตัวถังคูเป้และซีดานที่ตามมาภายหลัง ยังมีความเป็นไปได้ที่จะเห็นเวอร์ชันคาบริโอเลต์ในอนาคตอันใกล้ ซึ่งอาจจะถูกวางตำแหน่งให้เหนือกว่ารุ่นซีดาน และอาจได้รับชื่อรุ่นใหม่ เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้กับไลน์อัพผลิตภัณฑ์
Lexus LS: ความสง่างามเหนือกาลเวลาที่ได้รับการยกระดับ
Lexus LS ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหราของแบรนด์ตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1989 โดยในยุคแรก Lexus ได้ใช้แพลตฟอร์มของ Toyota Celsior ที่ขายในญี่ปุ่นมาปรับปรุงรูปลักษณ์และแบรนด์ดิ้ง จนกระทั่งเจนเนอเรชันที่ 4 ที่เปิดตัวในปี 2006 จึงได้มีการออกแบบรถยนต์ภายใต้แบรนด์ Lexus อย่างเต็มตัว
LS เจเนอเรชันที่ 5 ที่เปิดตัวในปี 2017 พร้อมรหัสตัวถัง VXFA55 ได้รับการปรับปรุงโฉมใหม่ (Minorchange) อย่างต่อเนื่อง โดยยังคงไว้ซึ่งปรัชญาการออกแบบ L-Finesse ที่เป็นเอกลักษณ์ กระจังหน้า Spindle Grille ขนาดใหญ่ยังคงเป็นจุดเด่น แต่ได้รับการปรับเปลี่ยนสีให้เป็น Metallic เข้มขึ้น ส่วนการเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได้ชัดเจนคือชุดไฟหน้าใหม่ทั้งหมดที่ประกอบด้วยไฟหน้า 3 ดวง และไฟ Daytime Running Light รูปตัว L ที่สวยงาม
ด้านท้าย การเปลี่ยนแปลงหลักอยู่ที่การจัดวางรูปแบบไฟท้าย LED ใหม่ และการเปลี่ยนแถบโครเมียมบนไฟท้ายเป็นสี Dark Metallic เพื่อลดแสงสะท้อนยามกลางวัน ภายในห้องโดยสารยังคงความหรูหรา แต่ได้รับการอัปเกรดหน้าจออินโฟเทนเมนต์กลางให้มีขนาดใหญ่ขึ้นถึง 12.3 นิ้ว และมีการนำเสนอแนวคิดการตกแต่งภายใต้ชื่อ Nishijin & Haku ที่ผสมผสานวัสดุธรรมชาติและโลหะเข้าด้วยกัน เพื่อมอบประสบการณ์สัมผัสที่เหนือระดับ
นอกจากนี้ การอัปเกรดระบบ AVS (Adaptive Variable Suspension) รุ่นใหม่ที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการดูดซับแรงกระแทกจากพื้นผิวถนน และการปรับตั้งค่าสปริงช่วงล่างให้เหมาะสมกับยาง Run-flat และเหล็กกันโคลงที่แข็งแกร่งขึ้น ทำให้ Lexus LS ยังคงมอบสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวลและมั่นคง
สำหรับทางเลือกของเครื่องยนต์ยังคงมีให้เลือกทั้งรุ่น LS500 ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V6 3,400 ซีซี ทวินเทอร์โบ ให้กำลัง 415 แรงม้า และ LS500h ในรูปแบบไฮบริดที่ใช้เครื่องยนต์ V6 3,500 ซีซี ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวม 354 แรงม้า โดยทั้งสองรุ่นส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ซึ่งหลังจากเปิดตัวในญี่ปุ่นแล้ว คาดว่า LS Minorchange รุ่นปี 2021 จะทยอยเข้าสู่ตลาดทั่วโลก
Lexus LFA: สปอร์ตคาร์ในฝันกับการพัฒนาสู่ขีดสุด
Lexus LFA คือซูเปอร์คาร์ในตำนานที่แสดงถึงศักยภาพสูงสุดของแบรนด์ในการพัฒนายานยนต์สมรรถนะสูง การประกาศถึงการพัฒนารถยนต์รุ่นต่อไปของ LFA ที่จะมาพร้อมกำลังสูงสุดถึง 800 แรงม้า ถือเป็นข่าวที่น่าตื่นเต้นสำหรับแฟนๆ ทั่วโลก
มีรายงานว่า LFA รุ่นใหม่นี้จะเกิดจากการพัฒนาร่วมกันระหว่าง BMW และ Toyota โดยจะใช้เครื่องยนต์รหัสใหม่ที่ยังคงเป็นรถยนต์วางกลาง พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ โครงสร้างตัวถังจะเน้นการใช้อะลูมิเนียมและคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อรีดน้ำหนักให้ได้มากที่สุด ซึ่ง BMW อาจมีส่วนในการพัฒนาระบบปลั๊กอินไฮบริดเพิ่มเติมเข้าไปด้วย
หากเป็นไปตามข่าวลือ LFA รุ่นใหม่จะมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 3.7 ลิตร ผสานกับระบบไฮบริด ส่งผลให้มีพละกำลังรวมประมาณ 800 แรงม้า ซึ่งมากกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ถึง 247 แรงม้า การเปิดตัวคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปี 2020 เพื่อเฉลิมฉลองการเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาโอลิมปิกที่โตเกียว LFA นับเป็นซูเปอร์คาร์จากแดนอาทิตย์อุทัยที่ผลิตในจำนวนจำกัด และหาได้ยากในประเทศไทย
Lexus NX: สปอร์ตอเนกประสงค์ขนาดคอมแพ็คที่ลงตัว
เปิดตัวในปี 2015 Lexus NX คือรถ SUV ครอสโอเวอร์ขนาดเล็กที่เข้ามาเติมเต็มไลน์อัพของ Lexus ด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวและสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม การออกแบบภายนอกได้รับแรงบันดาลใจจาก LF-NX Concept Car โดยมีกระจังหน้า Spindle Grille ขนาดใหญ่ ไฟหน้า LED ทรงแหลมคม และเส้นสายด้านข้างที่เฉียบคม สวมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ส่วนด้านท้ายโดดเด่นด้วยไฟท้ายรูปตัว L
ภายในห้องโดยสารสะท้อนถึงความหรูหราของ Lexus ด้วยการใช้วัสดุคุณภาพสูง เบาะหนังที่บุอย่างนุ่มนวล และแผงคอนโซลหน้าที่มาพร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์ที่ควบคุมด้วย Touch Pad
Lexus NX มาพร้อมทางเลือกเครื่องยนต์ 3 รุ่น ได้แก่ NX200t (เครื่องยนต์ 2,000 ซีซี เทอร์โบ), NX200 (เครื่องยนต์เบนซิน 2,000 ซีซี) และรุ่นไฮบริด NX300h นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยครบครัน เช่น ระบบตรวจจับจุดบอด ระบบตรวจจับสิ่งกีดขวาง และระบบวัดแรงเหวี่ยง G-Sensor ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรถกลุ่มนี้
Lexus LC 500: ยนตรกรรมแห่งสุนทรียภาพและการขับขี่
Lexus LC 500 ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกที่งาน Detroit Auto Show ได้สร้างความประทับใจในดีไซน์ที่สง่างามและสมรรถนะที่เร้าใจ การพัฒนาเวอร์ชันไฮบริดของ LC 500 หรือ LC 500h แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Lexus ในการนำเสนอเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
LC 500h มาพร้อมระบบขับเคลื่อน “Lexus Multi Stage Hybrid System” ซึ่ง Lexus ระบุว่าจะมอบ “สุนทรียภาพแห่งการขับขี่เหนือระดับ สมรรถนะที่เหนือชั้นและความประหยัดที่เหนือกว่า” คาดการณ์ว่าระบบนี้จะใช้เครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร ให้กำลัง 308 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 217 แรงม้า รวมกำลังสูงสุดที่ 470 แรงม้า ระบบขับเคลื่อนนี้มีแนวโน้มที่จะถูกนำไปใช้ใน Lexus LS เจเนอเรชันใหม่ด้วยเช่นกัน โดยมีกำหนดการเปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2017
Lexus IS Minorchange 2013: ก้าวแรกสู่เอกลักษณ์ที่ชัดเจน
การเปิดตัว Lexus IS Minorchange รุ่นปี 2013 ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สลัดภาพลักษณ์เดิมๆ ออกไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยการนำเสนอชุดกระจังหน้า Spindle Grille อันเป็นเอกลักษณ์ที่ดูดุดันและสปอร์ตกว่าคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด การออกแบบด้านหน้าใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นฝากระโปรงหน้า แก้มหน้า ไฟหน้า กระจังหน้า และกันชนหน้า ชี้ให้เห็นว่า Lexus ได้ตัดสินใจที่จะสร้างอัตลักษณ์ใหม่ที่ชัดเจนสำหรับทศวรรษที่จะมาถึง
ส่วนท้ายก็มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นแผงทับทิมท้าย ไฟท้าย LED รูปแบบใหม่ และกันชนท้ายที่ดูทันสมัยขึ้น สำหรับรุ่น LS460 F-Sport จะได้รับการเสริมภาพลักษณ์ความสปอร์ตให้แตกต่างจากรุ่นมาตรฐาน ด้วยการปรับเปลี่ยนลายกระจังหน้า เสริมชุดแต่งแอโรพาร์ครอบคัน เปลี่ยนท่อไอเสีย และปรับปรุงภายในห้องโดยสารให้ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น
อนาคตของ Lexus: นวัตกรรมและความยั่งยืน
เมื่อมองไปข้างหน้า Lexus ยังคงเดินหน้าด้วยการผสานเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ากับความใส่ใจในสิ่งแวดล้อม การพัฒนารถยนต์ไฮบริด รถยนต์ไฟฟ้า และการใช้พลังงานทางเลือก จะเป็นกุญแจสำคัญในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อโลกของเรา
ในฐานะผู้ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของ Lexus มาอย่างใกล้ชิด ผมเชื่อมั่นว่าแบรนด์นี้จะยังคงก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งในการนำเสนอนวัตกรรม ความหรูหรา และสมรรถนะ ที่จะสร้างความประทับใจให้กับผู้ขับขี่ทั่วโลก
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่สะท้อนถึงรสนิยม ความหรูหรา และสมรรถนะที่เหนือชั้น อย่าพลาดที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างกับ Lexus ที่จะนำคุณไปสู่อีกระดับของการเดินทาง