
Mercedes-Benz EQS: นิยามใหม่แห่งยานยนต์ไฟฟ้าหรู สะท้อนวิสัยทัศน์อนาคตในงาน Motor Expo 2022
ในโลกยานยนต์ที่หมุนไปอย่างไม่หยุดนิ่ง เทคโนโลยีและนวัตกรรมได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้เหนือกว่าที่เคยเป็นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งกำลังก้าวข้ามขีดจำกัดจากการเป็นเพียงเครื่องมืออำนวยความสะดวก สู่การเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์ผลงานที่น่าทึ่ง ดังเช่นที่ปรากฏการณ์ของ Midjourney ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของ AI ในการรังสรรค์งานศิลปะที่งดงามและเปี่ยมด้วยจินตนาการ
การประกาศเปิดตัว Mercedes-Benz EQS 2022 ในฐานะรถยนต์ไฟฟ้าเรือธงรุ่นแรกที่พัฒนารากฐานขึ้นบนสถาปัตยกรรมใหม่ที่แยกออกจากแพลตฟอร์มเครื่องยนต์สันดาปแบบดั้งเดิม ถือเป็นการประกาศศักดาของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในการบุกเบิกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าหรูระดับผู้บริหารอย่างแท้จริง การที่ทีมออกแบบในสตุทท์การ์ทได้รับอิสระอย่างเต็มที่ในการออกแบบห้องโดยสารใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจสูงสุดแก่ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
MBUX Hyperscreen: ดื่มด่ำกับประสบการณ์ดิจิทัลไร้ขีดจำกัด
หัวใจสำคัญที่สร้างความฮือฮาให้กับ Mercedes-Benz EQS คือ MBUX Hyperscreen ระบบหน้าจอ OLED แบบโค้งที่ผสานเทคโนโลยีสัมผัสอันล้ำสมัยเข้ากับการแสดงผลที่คมชัด สีสันสดใส ครอบคลุมพื้นที่คอนโซลหน้าส่วนใหญ่ จอภาพขนาดยักษ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแสดงผลข้อมูล แต่ยังมาพร้อมระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สามารถเรียนรู้พฤติกรรมและความชอบของผู้ใช้ ปรับเปลี่ยนการแสดงผลและการทำงานให้เข้ากับแต่ละบุคคลได้อย่างลงตัว
MBUX Hyperscreen มีความยาวถึง 56 นิ้ว ประกอบด้วยหน้าจอ OLED ที่แตกต่างกันถึง 3 หน้าจอ สามารถแสดงผลข้อมูลที่หลากหลาย ทั้งแผนที่ขนาดใหญ่ มาตรวัดดิจิทัล การโทรศัพท์ และระบบ Infotainment ที่ซับซ้อน ประมวลผลด้วย CPU 8 คอร์ และ RAM 24 GB พร้อม Bandwidth RAM สูงถึง 46.4 GB ต่อวินาที มอบประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหล รวดเร็ว และตอบสนองทุกความต้องการ
นวัตกรรมเพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีในห้องโดยสาร
นอกเหนือจากเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย Mercedes-Benz EQS ยังให้ความสำคัญกับสุขอนามัยและสุนทรียภาพภายในห้องโดยสาร ด้วยระบบกรองอากาศประสิทธิภาพสูง HEPA (High Efficiency Particulate Air) ที่สามารถดักจับอนุภาคขนาดเล็ก ฝุ่นละออง และสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ ที่มาจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับ Air-Balance Package ที่มาพร้อมน้ำหอมกลิ่นใหม่ No. 6 Mood Linen เพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและสดชื่นตลอดการเดินทาง
ภายในห้องโดยสารของ Mercedes-Benz EQS ถูกออกแบบให้มีความพรีเมียม หรูหรา ทันสมัย ผสานกับระบบเสียงเซอร์ราวน์ดรอบทิศทาง Burmester ที่มีลำโพงถึง 15 ตำแหน่ง สร้างมิติเสียงที่สมจริง นอกจากนี้ ยังมีตัวเลือกเสียงธรรมชาติที่หลากหลาย เช่น Forest Glade, Sounds of the Sea และ Summer Rain ที่สามารถเลือกเปิดเพื่อสร้างสุนทรียภาพระหว่างการเดินทาง หรือแม้กระทั่งในขณะพักผ่อน
สมรรถนะและเทคโนโลยีแบตเตอรี่: ขับเคลื่อนสู่อนาคตอย่างยั่งยืน
Mercedes-Benz EQS ใช้แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนความจุ 100 กิโลวัตต์ชั่วโมง ที่ติดตั้งอยู่ระหว่างเพลาหน้าและเพลาหลัง เพื่อการกระจายน้ำหนักที่สมดุลและเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ ด้วยระบบชาร์จเร็ว กำลังสูงสุด 350 กิโลวัตต์ เพียง 20 นาที สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0-80% ส่งผลให้รถยนต์ไฟฟ้าคันนี้สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดถึง 700 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง
มอเตอร์ไฟฟ้าของ Mercedes-Benz EQS ให้กำลังสูงสุด 470 แรงม้า และแรงบิด 700 นิวตันเมตร เทียบเท่าเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบ มอบอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 4.5 วินาที สะท้อนถึงขีดความสามารถของยานยนต์ไฟฟ้าในการมอบสมรรถนะที่เหนือกว่า
Mercedes-Benz EQS 500 4MATIC AMG Premium: พลังแห่งการประกอบในประเทศ
ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 (Motor Expo 2022) เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้เปิดตัว Mercedes-Benz EQS 500 4MATIC AMG Premium ยานยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ผลิตในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศให้เติบโต
EQS 500 4MATIC AMG Premium สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มยานยนต์ไฟฟ้าใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่โครงสร้างทางวิศวกรรม ไปจนถึงการออกแบบภายนอกและภายใน ที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของยานยนต์แห่งอนาคตจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ มาพร้อมขุมพลังไฟฟ้า 100% จากมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ความจุแบตเตอรี่ 108.4 kWh ให้กำลังสูงสุด 449 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 828 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลา 4.8 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 210 กิโลเมตร/ชั่วโมง และสามารถวิ่งได้ไกลสูงสุด 702 กิโลเมตร (WLTP) ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ในราคาจำหน่าย 7,900,000 บาท
Mercedes-AMG SL 43: สมรรถนะสปอร์ตเหนือกาลเวลา
สำหรับผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะอันดุดัน Mercedes-AMG SL 43 คือรถยนต์สปอร์ตที่ตอบสนองทุกความต้องการ ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ AMG ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ พร้อมเทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 381 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร ผสานกับดีไซน์ภายนอกที่ผสมผสานระหว่างความสปอร์ตและความหรูหรา ห้องโดยสารภายในตกแต่งสไตล์มอเตอร์สปอร์ต พร้อมเบาะนั่งแบบ 2+2 เพื่อความสะดวกสบายสูงสุดในการขับขี่ประจำวัน มาพร้อมระบบ MBUX เจเนอเรชันล่าสุด เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ระดับเฟิร์สคลาส ราคาเริ่มต้น 11,700,000 บาท
Mercedes-Benz C 350 e AMG Dynamic: ปลั๊กอินไฮบริดแห่งอนาคต
ตอกย้ำวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืน Mercedes-Benz C 350 e AMG Dynamic รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นใหม่ในตระกูล C-Class ผสานเครื่องยนต์เบนซิน 1,999 ซีซี เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ 25.4 kWh เจเนอเรชันที่ 4 ให้กำลังรวมสูงสุด 313 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 550 นิวตันเมตร สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ไกลถึง 100 กิโลเมตร และทำความเร็วสูงสุด 140 กิโลเมตร/ชั่วโมง ด้วยดีไซน์ Sensual Purity ที่ผสมผสานความสปอร์ตและความหรูหรา รวมถึงการตกแต่งภายในที่ถอดแบบมาจาก S-Class พร้อมระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีที่ได้รับการยกระดับ ราคาจำหน่าย 3,350,000 บาท
วิสัยทัศน์แห่งอนาคต: “Vision of the Beyond” และการประยุกต์ใช้ AI
คอนเซ็ปต์ “Vision of the Beyond” ในบูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ ณ งาน Motor Expo 2022 สะท้อนถึงการก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ด้วยการนำเสนอประสบการณ์ที่เหนือระดับ การใช้ “ดิจิทัลไกด์” ที่ไม่จำกัดเพศในการให้ข้อมูลรถยนต์ และการสร้างสรรค์บูธแบบอินเทอร์แอคทีฟที่ลูกค้าสามารถโต้ตอบกับ AI Artist ผ่านแพลตฟอร์ม Midjourney เพื่อสร้างสรรค์ภาพโลกอนาคตในแบบของตนเอง นี่คือการผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับโลกยานยนต์ได้อย่างลงตัว สร้างประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจและสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในการเป็นผู้กำหนดเทรนด์ใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์
Mercedes-Benz C-Class: ความสมบูรณ์แบบที่สืบทอดมายาวนาน
นอกเหนือจากยานยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์หรู ด้วยการเปิดตัว The All New Mercedes-Benz C-Class เจเนอเรชั่นที่หก ซึ่งมาพร้อมการออกแบบที่คล้ายคลึงกับรุ่นพี่ใหญ่อย่าง Mercedes-Benz S-Class ทั้งกระจังหน้าแบบ diamond-pattern grille, ไฟหน้า Digital Light LED ที่มีขนาดเล็กลงแต่ให้ความสว่างและระยะส่องสว่างที่ไกลขึ้น ดีไซน์ภายนอกที่เน้นความสปอร์ตและปราดเปรียว
ภายในห้องโดยสารของ C-Class เจเนอเรชั่นใหม่ ได้รับการถ่ายทอดดีไซน์มาจาก S-Class อย่างเต็มตัว ด้วยมาตรวัดดิจิทัลขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้าน และคอนโซลกลางแบบจอสัมผัส OLED แนวตั้งขนาด 11.9 นิ้ว ที่รวมการทำงานของระบบปรับอากาศและระบบความบันเทิง MBUX (Mercedes-Benz User Experience) พร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง “Hey Mercedes” เบาะหนังแท้คุณภาพสูง และไฟ Ambient Lights สร้างบรรยากาศที่หรูหราและผ่อนคลาย
หลากหลายขุมพลังเพื่อตอบสนองทุกความต้องการ
The All New Mercedes-Benz C-Class มาพร้อมขุมพลังที่หลากหลาย ทั้งเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ, ดีเซลเทอร์โบ และ Plug-In Hybrid
เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ M254 2.0 ลิตร: พร้อมระบบ Mild Hybrid 48 โวลต์ EQ Boost ให้กำลัง 258 แรงม้า ในรุ่น C300 และเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ในรุ่น C200 และ C180 ซึ่งทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 48 โวลต์ Mild Hybrid EQ Boost เช่นกัน
รุ่น C300e Plug-In Hybrid: มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร ให้กำลัง 197 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 129 แรงม้า แบตเตอรี่ใหม่ขนาด 25.4 kWh สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกล 100 กม. และชาร์จไฟเต็มได้ใน 30 นาที ด้วย DC Charger สูงสุด 55 KW
เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ OM654 M 2.0 ลิตร: พัฒนาใหม่พร้อมระบบ Mild Hybrid 48 โวลต์ EQ Boost ให้กำลัง 265 แรงม้าในรุ่น C300d และ 200 แรงม้าในรุ่น C220d
ทุกขนาดเครื่องยนต์จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด 9G-TRONIC พร้อมตัวเลือกขับเคลื่อนล้อหลังและขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC
อนาคตแห่งการขับเคลื่อนในมือคุณ
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงมุ่งมั่นที่จะนำเสนอนวัตกรรมและยนตรกรรมแห่งอนาคตสู่ผู้บริโภคชาวไทยอย่างไม่หยุดยั้ง การปรากฏตัวของ Mercedes-Benz EQS และการเปิดตัวรุ่นที่ผลิตในประเทศ สะท้อนถึงทิศทางที่ชัดเจนของแบรนด์ในการขับเคลื่อนสู่อนาคตแห่งยานยนต์ไฟฟ้า ท่ามกลางเทคโนโลยี AI ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนโลก
หากคุณคือผู้ที่มองหาที่สุดแห่งประสบการณ์การขับขี่ ยนตรกรรมที่ผสมผสานความหรูหรา สมรรถนะที่เป็นเลิศ และเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ สัมผัสกับวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้แล้ววันนี้ ที่โชว์รูมเมอร์เซเดส-เบนซ์ใกล้บ้านคุณ หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Mercedes-Benz EQS และรุ่นอื่นๆ ได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อค้นพบเส้นทางใหม่แห่งการเดินทางที่เหนือกว่า.