
เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์: 1,000 การรังสรรค์แห่งความพิเศษ สะท้อนจิตวิญญาณแห่งยานยนต์สั่งทำพิเศษ
ในฐานะผู้ที่คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์หรูมากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นถึงวิวัฒนาการของความคาดหวังของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ที่มองหายานยนต์ที่ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะ แต่เป็นผลงานศิลปะที่สะท้อนตัวตนได้อย่างแท้จริง การเฉลิมฉลองของเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ ที่ก้าวสู่ผลงานการออกแบบพิเศษชิ้นที่ 1,000 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำในด้านยานยนต์สั่งทำพิเศษ (bespoke automotive) และเป็นการตอกย้ำว่าจิตวิญญาณแห่งงานฝีมือชั้นสูงยังคงเฟื่องฟูในยุคดิจิทัล
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 เป็นต้นมา เมื่อเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เล็งเห็นถึงความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นของรถยนต์ที่ได้รับการปรับแต่งเฉพาะบุคคล (custom Bentley vehicles) จึงได้ริเริ่มการจัดตั้งแผนกเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ ขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อนเหล่านี้ การที่แผนกนี้สามารถผลิตผลงานชิ้นที่ 1,000 ได้สำเร็จภายใต้ระยะเวลาอันสั้น แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญ ความทุ่มเท และความเข้าใจอันลึกซึ้งในความต้องการของลูกค้า
เบนเทก้า คันที่ 1,000: บทพิสูจน์แห่งการผสมผสานที่เหนือชั้น
ผลงานชิ้นที่ 1,000 ที่เพิ่งเฉลิมฉลองไปนั้น เป็นของลูกค้าชาวยุโรปผู้เปี่ยมด้วยรสนิยม ที่ต้องการผสมผสานสององค์ประกอบที่โดดเด่นเพื่อยกระดับประสบการณ์ภายใน Bentley Bentayga custom interior ของพวกเขา องค์ประกอบแรกคือการนำ Olive Ash veneer ซึ่งเป็นลายไม้วีเนียร์อันทรงคุณค่าที่เคยใช้ใน Bentley Mulsanne Limousine มาประยุกต์ใช้ภายใน Bentayga การเลือกใช้วัสดุที่เป็นเอกลักษณ์นี้ ไม่เพียงแต่เพิ่มความหรูหราและความรู้สึกพิเศษ แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงมรดกของแบรนด์เข้ากับเทคโนโลยีและดีไซน์ที่ทันสมัย
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งไปกว่านั้นคือการนำเสนอ contrast stitching บนเบาะนั่งและแผงประตู การเย็บด้ายสีตัดกันนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การตกแต่ง แต่เป็นการเน้นเส้นสายและรูปทรงของภายในห้องโดยสาร (bespoke car interior) สร้างมิติและความโดดเด่นที่ทำให้ภายในรถดูมีชีวิตชีวาและน่าดึงดูดใจยิ่งขึ้น การตัดสินใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อย้นี้ สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจและความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในศาสตร์แห่งการออกแบบภายใน (automotive interior design) ที่สามารถเปลี่ยนรถยนต์ธรรมดาให้กลายเป็นผลงานศิลปะที่บ่งบอกถึงตัวตนของผู้ครอบครองได้อย่างชัดเจน
จาก Flying Spur Serenity สู่ DNA แห่ง Mulliner
ย้อนกลับไปเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว โปรเจกต์แรกที่เปิดศักราชแห่งการสร้างสรรค์ของมูลินเนอร์ คือ Flying Spur Serenity Limited Edition จำนวน 15 คัน ซึ่งเน้นการสร้างสรรค์ประสบการณ์ภายในห้องโดยสารที่เปี่ยมด้วยความสะดวกสบายสูงสุด การออกแบบเบาะนั่งและพนักพิงศีรษะใหม่ รวมถึงการนำเสนอ diamond quilting อันเป็นเอกลักษณ์ภายในห้องโดยสาร สร้างบรรยากาศที่สะท้อนถึงความพิเศษและเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง การใช้วัสดุหนังที่มีพื้นผิวสัมผัสพิเศษนี้เอง ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญสำหรับการออกแบบลายเพชรที่พบเห็นได้ใน Continental GT Mulliner ในปัจจุบัน
ความสำเร็จในการผลิตผลงานชิ้นที่ 1,000 ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลข แต่เป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทีมออกแบบของมูลินเนอร์ได้รังสรรค์ผลงานอันน่าประทับใจมาแล้วนับไม่ถ้วน ครอบคลุมทุกรุ่นของเบนท์ลีย์ ตั้งแต่ Continental ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องบินเจ็ต (private jet inspired Bentley), Mulsanne ที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง V8 ขนาด 6¾ ลิตร ไปจนถึง Bentayga ที่มีการตกแต่งภายในที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างฝั่งคนขับและผู้โดยสาร (driver and passenger zone customization)
ความหลากหลายของ bespoke Bentley: จากกาบบันไดสู่ Bacalar
โปรเจกต์การออกแบบพิเศษกว่า 1,000 รายการ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 มีความหลากหลายอย่างน่าทึ่ง ตั้งแต่การปรับแต่งกาบบันได (custom sill plates) เล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงโปรเจกต์ที่มีความซับซ้อนและโดดเด่นระดับโลก เช่น Bentley Mulliner Bacalar รถยนต์สปอร์ตเปิดประทุนที่ผลิตจำนวนจำกัด สะท้อนให้เห็นถึงขีดความสามารถของทีมในการรังสรรค์ยานยนต์ที่ไม่เหมือนใครสำหรับลูกค้าแต่ละราย ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบสำหรับแต่ละภูมิภาค (regional Bentley customization) หรือการออกแบบเพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จระดับโลก การสร้างสรรค์ผลงานเหล่านี้ยังรวมถึงรถแข่งและรุ่นพิเศษที่มีจำนวนการผลิตจำกัด (limited edition Bentley models)
ทีมงานผู้เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์: ผสมผสานศิลปะและเทคโนโลยี
เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือทีมงานผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนกออกแบบของเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ประกอบด้วยนักออกแบบและศิลปินดิจิทัลที่ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างสรรค์การผสมผสานที่สมบูรณ์แบบระหว่างการออกแบบอันไร้ที่ติ (flawless design) และความสามารถในการสร้างภาพจำลองเสมือนจริง (photorealistic visualizations) ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเห็นภาพผลงานที่สั่งทำขึ้นก่อนที่จะตัดสินใจ
ทีมงานเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ คือทีมเดียวที่รับผิดชอบผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นที่ออกแบบโดยมูลินเนอร์ตลอดระยะเวลาเจ็ดปีที่ผ่านมา การทำงานภายใต้กรอบความคิดเดียวกันนี้ ช่วยให้มั่นใจได้ว่า DNA การออกแบบของเบนท์ลีย์ (Bentley design DNA) ถูกผสานเข้ากับผลิตภัณฑ์ของมูลินเนอร์ได้อย่างลงตัว ในขณะเดียวกันก็ยังคงเปิดกว้างสำหรับทางเลือกที่หลากหลายสำหรับลูกค้า
Mulliner Personal Commissioning Guide: ปลดปล่อยจินตนาการ
การออกแบบตามความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันถูกจำกัดด้วยสองปัจจัยหลักเท่านั้น คือ จินตนาการของลูกค้าและข้อจำกัดทางกฎหมาย (legal and regulatory constraints) ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ถึงความยืดหยุ่นและความตั้งใจของเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ ที่จะทำให้ทุกความฝันของลูกค้าเป็นจริง
แผนกมูลินเนอร์เป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์การสร้างสรรค์ผลงานของเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ ทีมงานจะทำงานร่วมกับทั้งสามส่วนของแผนกออกแบบพิเศษ (special design departments) ในการรังสรรค์ผลงาน ตัวอย่างที่น่าประทับใจคือการที่ทีมงานได้นำลูกค้า Bentley Mulliner Bacalar กว่า 12 ราย เข้าร่วมการประชุมผ่านระบบ Zoom เพื่อหารือเกี่ยวกับตัวเลือกการออกแบบในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 หรือการให้คำแนะนำแก่ลูกค้า 12 รายสำหรับ Bentley Blower Continuation Series ในด้านการกำหนดรายละเอียดเฉพาะ (specification details)
นอกจากนี้ ทีมงานยังได้สร้างสรรค์ Mulliner Personal Commissioning Guide เพื่อให้ลูกค้าเบนท์ลีย์ทุกคนมีแนวทางและตัวเลือกในการเพิ่มรายละเอียดที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับยานยนต์เบนท์ลีย์ของพวกเขา การมีส่วนร่วมของลูกค้าในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบคลาสสิกไปจนถึงการสร้างตัวถังและคอลเลกชั่นพิเศษ ทำให้ทีมออกแบบสามารถส่งมอบประสบการณ์มูลินเนอร์ที่ทันสมัยและตอบสนองความต้องการได้อย่างแท้จริง
อิสรภาพแห่งการออกแบบ: นวัตกรรมที่เหนือกว่าสายการผลิต
ลักษณะงานที่มีปริมาณจำกัดของมูลินเนอร์ยังมอบอิสระให้กับทีมออกแบบในการพัฒนาไอเดียและกรอบความคิดใหม่ๆ ที่อาจไม่สามารถนำไปใช้ในสายการผลิตรถยนต์เบนท์ลีย์ทั่วไปได้ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Mulliner Stone Veneer ซึ่งเป็นชุดไม้วีเนียร์ที่ผลิตจากหินธรรมชาติที่ผ่านกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนและยากเป็นพิเศษ โดยเกี่ยวข้องกับการขึ้นรูปและตกแต่งแผ่นหินที่มีความหนาน้อยกว่าหนึ่งมิลลิเมตร ความท้าทายในการทำงานกับวัสดุธรรมชาติที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญและนวัตกรรมที่ไม่หยุดนิ่งของทีม
พอล วิลเลียมส์: “3 โปรเจกต์ต่อสัปดาห์ คือสถิติที่น่าภูมิใจ”
พอล วิลเลียมส์ ผู้อำนวยการฝ่ายมูลินเนอร์และมอเตอร์สปอร์ต กล่าวเน้นย้ำถึงความนิยมของบริการออกแบบพิเศษนี้ว่า “ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 ทีมงานนักออกแบบมูลินเนอร์ของเรามีงานออกแบบพิเศษจากลูกค้าเฉลี่ย 3 ชิ้นงานต่อสัปดาห์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่างานออกแบบพิเศษของเบนท์ลีย์กำลังได้รับความนิยมมากเพียงใด”
ทีมงานที่นำโดย ฟิล ดีน ผู้จัดการฝ่ายออกแบบ ได้ดำเนินการทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตกแต่งรายละเอียดของ Continental GT3 ไปจนถึงการกำหนดคุณสมบัติและรายละเอียดของ Blower Continuation Series ทั้ง 12 คัน สิ่งที่โปรเจกต์เหล่านี้มีเหมือนกันคือการออกแบบที่สร้างสรรค์มาเพื่อลูกค้าแต่ละรายโดยเฉพาะ ทำให้แต่ละแบบมีความเป็นเอกลักษณ์และแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
Mulliner Visualiser: ประสบการณ์เสมือนจริงเพื่อการตัดสินใจ
การถ่ายทอดมาตรฐานการผลิตที่สูงของเบนท์ลีย์ผ่านการใช้ Mulliner Visualiser ช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกสีและข้อกำหนดเฉพาะของรถได้อย่างง่ายดาย ผ่านการแสดงภาพที่สมจริงแบบเรียลไทม์ ทำให้กระบวนการตัดสินใจมีความโปร่งใสและสนุกสนานยิ่งขึ้น “ขณะนี้ การร่วมสร้างสรรค์กับนักออกแบบมูลินเนอร์ของเราพร้อมให้บริการแก่ทุกท่านแล้ว” วิลเลียมส์ กล่าวทิ้งท้าย
ความหลากหลายอันน่าอัศจรรย์: รายละเอียดที่สร้างความแตกต่าง
งานออกแบบพิเศษสำหรับลูกค้าได้รวมถึงองค์ประกอบที่หลากหลายอย่างน่าทึ่ง ไม่ว่าจะเป็นลายไม้วีเนียร์ที่เป็นเอกลักษณ์ (unique wood veneers) บางชิ้นมีการแกะสลัก (intricate inlay) ตามสั่ง หรือการผสมผสานสีบนผืนหนังที่งดงามสะดุดตา (striking leather colour splits) ควบคู่ไปกับการเย็บปักที่ออกแบบได้เอง (bespoke embroidery) สำหรับการตกแต่งที่หลากหลาย รวมถึงกาบบันไดและไฟต้อนรับที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ (customizable treadplates and welcome lights)
วัสดุที่คัดสรรมาใช้ก็มีความพิเศษไม่แพ้กัน ตั้งแต่การออกแบบลายขนสัตว์แบบเฉพาะตัว (bespoke wool patterns) การใช้ไม้วีเนียร์อัดหินแทนไม้ (stone veneer) ไปจนถึงการนำสิ่งประดิษฐ์ชิ้นเล็กๆ จากประวัติศาสตร์ของเบนท์ลีย์มาผสมผสาน (incorporating historical Bentley artefacts)
รุ่นพิเศษ: การเฉลิมฉลองตำนานและชัยชนะ
การออกแบบเฉพาะตัวถูกสร้างสรรค์ขึ้นเป็นซีรีส์ของรถแต่ละรุ่น ซึ่งมักจะถูกครอบครองโดยลูกค้าเพียงไม่กี่รายที่โชคดี ตัวอย่างเช่น ซีรีส์ของเบนท์ลีย์เจ็ดคันที่เฉลิมฉลองให้กับทีมนักบิน Breitling Jets ได้จับคู่สีรถกับเครื่องบินที่สร้างแรงบันดาลใจได้อย่างลงตัว ด้วยเฉดสีดำ สีเงิน และสีเหลือง
นอกจากนี้ ยังมีการออกแบบรุ่นพิเศษสำหรับแต่ละภูมิภาค (regional Bentley editions) ที่ออกแบบโดยตัวแทนจำหน่ายหรือลูกค้าเอง หรือเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จของเบนท์ลีย์ เช่น Continental GT Pikes Peak ที่ผลิตขึ้นในปี พ.ศ. 2562 เพื่อเฉลิมฉลองสถิติของเบนท์ลีย์ที่ Pikes Peak International Hillclimb
ทักษะที่เหนือกว่าการออกแบบตัวถัง: กระเช้าปิกนิกและ Speedforms
ทักษะของทีมออกแบบมูลินเนอร์ได้พัฒนาไปไกลกว่าแค่การออกแบบตัวรถ จากภายในห้องโดยสาร ไปจนถึงแบบจำลองขนาด (scale models) และงานประติมากรรมที่มีธีมการออกแบบ ทีมงานจึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์ Bentayga Picnic Hamper อันวิจิตรงดงาม ที่มาพร้อมกับตู้เย็น (refrigerated compartment) ช้อนส้อมจีนชั้นดีสั่งทำพิเศษ (bespoke fine china) ถ้วยชาม (crockery) แก้วคริสตัล (crystal glassware) และพื้นที่เก็บของ เพื่อความสะดวกสบายสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง กระเช้าสามารถถอดออกและใช้เป็นที่นั่งได้
ลูกค้าของ Bentley Blower Continuation Series และ Bentley Mulliner Bacalar ยังได้รับ “speedforms” ที่ออกแบบพิเศษล่วงหน้าก่อนที่จะรับมอบรถยนต์ พร้อมกับการออกแบบพิเศษเฉพาะคัน ซึ่งแต่ละคันจะถูกรังสรรค์ขึ้นโดยมูลินเนอร์เพื่อความโดดเด่นอย่างแท้จริง
20 ปี Continental GT: มรดกแห่งสปอร์ตคูเป้ที่นิยามยุคใหม่
เมื่อพูดถึงเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ จะไม่สามารถกล่าวถึง Bentley Continental GT ไปไม่ได้ การเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี ของ Continental GT โดยเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ด้วยการจัดแสดงและกิจกรรมทดลองขับเป็นเวลา 4 เดือน ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงวิวัฒนาการและความสำเร็จของรถยนต์รุ่นนี้
การเปิดตัว Continental GTS รุ่นพิเศษที่เป็นหนึ่งเดียวในโลก ณ งานเซี่ยงไฮ้ ออโต้ โชว์ เป็นการตอกย้ำถึงความพิเศษของรุ่นนี้ Continental GTS คือสปอร์ตคูเป้ที่ได้รับการตกแต่งด้วยดีไซน์สปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ สร้างสรรค์โดยเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ ผสมผสานกับตราสัญลักษณ์ฉลองครบรอบ และลวดลายพิเศษที่สื่อถึง 20 ปีแห่งสปอร์ตคูเป้ที่ได้นิยามยุคใหม่ของเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส
Continental GTS: สมบูรณ์แบบทั้งภายนอกและภายใน
การตกแต่งภายนอกของ Continental GTS รุ่นพิเศษนี้ โดดเด่นด้วยเฉดสีเทาเข้มเมทัลลิกที่ดูดุดัน เสริมด้วยโครเมียมเฉดสีดำ และล้ออัลลอยด์แบบสปอร์ต 10 ก้านเฉดสีดำขนาด 22 นิ้ว พร้อมคาลิเปอร์เบรกสีแดงที่เพิ่มความเร้าใจ
สำหรับภายในห้องโดยสาร มาพร้อมกับธีมสีดำและแดง การตกแต่งแบบดูโอโทนด้วยหนังเฉดสีดำ Beluga และเฉดสีแดง Hotspur ผสานกับการตกแต่งด้วยไม้วีเนียร์แบบ Piano Black อย่างลงตัว
การตกแต่งภายในสั่งทำพิเศษ: สัมผัสแห่งมูลินเนอร์
ภายในห้องโดยสารที่สั่งทำพิเศษมาพร้อมกับโทนสีอันเป็นเอกลักษณ์ของเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ บนแผงหน้าปัดและรอบห้องโดยสารที่เคลือบผิวแบบทูโทน รวมถึงรายละเอียดที่สั่งทำพิเศษบริเวณคอนโซลกลางและกาบบันได
แผ่นไม้วีเนียร์แบบทูโทนแถบบนรังสรรค์จาก Granite Stone มอบผิวสัมผัสที่ไม่เหมือนใคร ในขณะที่แผ่นไม้วีเนียร์แถบล่างรังสรรค์เป็นเฉดสีดำ Grand Black พร้อมตัวอักษร “20 YEARS OF THE CONTINENTAL GT” สลักด้วยเลเซอร์ และแถบสีแดงคาดเป็นแนวนอนพาดผ่านคอนโซลกลางจากประตูหนึ่งสู่อีกประตูหนึ่งผ่านแถบบนของช่องแอร์ เพื่อแยกพื้นผิวทั้งสองส่วนออกจากกัน
กาบบันไดและไฟต้อนรับ: สัญลักษณ์แห่งประวัติศาสตร์
กาบบันไดออกแบบพิเศษเพื่อเฉลิมฉลอง 20 ปีแห่งสปอร์ตคูเป้ ด้วยการนำรูปทรงล้ออัลลอยด์ของ Continental GT เจเนอเรชั่นที่ 1 และ เจเนอเรชั่นที่ 3 รวมถึงรูปทรงสัดส่วนของตัวรถ Continental GT เจเนอเรชั่นที่ 1 และ เจเนอเรชั่นที่ 3 บริเวณคอนโซลกลาง และไฟต้อนรับแบบ LED ดีไซน์เฉพาะตัวเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษนี้
Continental GT: มรดกแห่งความแรงและนวัตกรรม
Continental GT สปอร์ตคูเป้ เปิดตัวในปี 2546 เป็นรถยนต์รุ่นแรกในยุคใหม่ของเบนท์ลีย์ ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และนวัตกรรมเครื่องยนต์ W12 รุ่นแรก รถยนต์รุ่นนี้ได้ขับเคลื่อนเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส สู่การเป็นแบรนด์ผู้ผลิตยานยนต์หรูชั้นนำของโลก
ในขณะนั้น Continental GT นำเสนอการผสมผสานอันเป็นเอกลักษณ์ระหว่างการออกแบบที่น่าทึ่ง สมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ และงานฝีมืออันประณีต ได้รับการยกย่องว่าเป็นรถสปอร์ตคูเป้ 4 ที่นั่งที่เร็วที่สุดในโลก ด้วยความเร็วสูงสุดมากกว่า 190 ไมล์ต่อชั่วโมง (300 กม./ชม.) และอัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงภายใน 4.7 วินาที (0-100 กม./ชม. ใน 4.8 วินาที) การไม่มีคู่แข่งในระดับเดียวกัน ณ ขณะนั้น ทำให้ Continental GT กลายเป็นที่พูดถึงไปทั่วโลกและเจาะกลุ่มตลาดใหม่
ในปัจจุบัน เจเนอเรชั่นที่ 3 ของ Continental GT และ Continental GTC ยังคงได้รับรางวัลและคำชมเชยอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2565 Continental GT Speed ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติจาก Robb Report Car of the Year และ Continental GT V8 S ได้รับรางวัล Car of the Year ประจำปี 2566 นอกจากนี้ Continental GT ยังได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่องจากงาน Auto Motor und Sport ในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ในสาขารถยนต์นำเข้าระดับหรูเป็นปีที่สองติดต่อกัน
สัมผัสประสบการณ์ Continental GT: การเดินทางย้อนเวลา
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส มอบโอกาสในการทดลองขับ Continental GT เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี ณ สำนักงานใหญ่ เมืองครูว์ และอีกหนึ่งแห่งในนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมี Continental GT เจเนอเรชั่นที่ 1 และ 2 จาก Bentley Heritage Collection พร้อมให้ทดลองขับร่วมกับ Continental GT โฉมใหม่ ซึ่งได้ทำให้การออกแบบและวิวัฒนาการทางด้านวิศวกรรมตลอดระยะเวลา 20 ปีมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง
20 ปีแห่งสุดยอดการออกแบบและขุมพลัง: ยุค W12 และการเปลี่ยนผ่านสู่ไฟฟ้า
โอกาสครบรอบ 20 ปีของ Continental GT ยังถือเป็นการครบรอบ 20 ปีของเครื่องยนต์ W12 เทอร์โบคู่ขนาด 6.0 ลิตร อันทรงพลังของเบนท์ลีย์ ซึ่งขับเคลื่อนแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา ด้วยการประกาศสิ้นสุดการผลิตเครื่องยนต์ W12 ในเดือนเมษายน 2567 เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส จึงเหลือเวลาสำหรับการผลิตเครื่องยนต์ W12 อีกเพียง 12 เดือน ก่อนที่จะเปิดทางสู่อนาคตแห่งยานยนต์ไฟฟ้า (electric future Bentley)
โอกาสครั้งสำคัญนี้จะได้รับการเฉลิมฉลอง ณ งาน Goodwood Festival of Speed ในวันที่ 13-16 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส จะร่วมจัดแสดงยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ W12 ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา รวมถึง Bentley Batur รุ่นใหม่ที่รังสรรค์ขึ้นโดยเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์
ตำนานแห่งสปอร์ตคูเป้ ณ Monterey Car Week
Continental GT คันแรกที่ออกจากสายการผลิต ณ เมืองครูว์ในปี 2546 หมายเลขตัวถัง VIN 20001 ได้รับการตกแต่งด้วยเฉดสีเขียว Cypress Green ภายในบุด้วยหนังเฉดสีน้ำตาลและไม้วีเนียร์แบบ Burr Walnut จากวันนั้นถึงวันนี้ Continental GT คันแรกยังคงได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างดี เพื่อรำลึกถึงก้าวสำคัญของเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ในอดีต
สำหรับงาน Monterey Car Week ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 11-18 สิงหาคม 2566 เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ได้เตรียมเผยโฉมสปอร์ตคูเป้ Continental GT รุ่นสุดท้ายคันเดียวในโลก ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Continental GT คันแรก VIN 20001 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษนี้
ครอบครอง Bentley Continental GT V8: สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับ
สำหรับผู้ที่สนใจ BENTLEY CONTINENTAL GT V8 เอเอเอสฯ เปิดรับคำสั่งจอง พร้อมมอบข้อเสนอที่ดีที่สุดในการครอบครอง ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 19.4 ล้านบาท พร้อมกับการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต นาน 3 ปี ตัวเลือกสำหรับแผนต่อระยะเวลาการรับประกันจากโรงงานผู้ผลิต (Bentley Extended Warranty) สูงสุด 4 ปี และ ผู้ช่วยฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 3 ปีเต็ม
หากคุณคือผู้ที่มองหาสิ่งที่เหนือกว่าคำว่ารถยนต์ แต่เป็นผลงานศิลปะที่สะท้อนตัวตนและความสำเร็จของคุณอย่างแท้จริง ขอเชิญท่านติดต่อเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ หรือตัวแทนจำหน่ายเบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการ เพื่อเริ่มต้นการรังสรรค์ยานยนต์ในฝันของคุณ สัมผัสประสบการณ์แห่งความเป็นเลิศที่ไร้ขีดจำกัด.