
เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์: 1,000 ชิ้นงานแห่งความประณีต สู่บทใหม่แห่งยนตรกรรมสั่งทำพิเศษ
ในโลกแห่งยนตรกรรมสุดหรู การสร้างสรรค์ผลงานที่บ่งบอกถึงตัวตนและรสนิยมเฉพาะของเจ้าของคือหัวใจสำคัญ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อการสร้างสรรค์นั้นผนวกเข้ากับมรดกอันยาวนานของแบรนด์ระดับโลกอย่างเบนท์ลีย์ ย่อมเกิดเป็นผลงานที่เหนือกว่าคำบรรยาย สำหรับ เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ (Bentley Mulliner) แผนกสั่งทำพิเศษของเบนท์ลีย์ การเฉลิมฉลองการผลิตผลงานออกแบบเฉพาะตัวชิ้นที่ 1,000 ตั้งแต่ก่อตั้งแผนกในปี 2557 ไม่ใช่เพียงแค่การนับจำนวน แต่คือการยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์ยนตรกรรมที่ไม่มีใครเหมือน
ย้อนกลับไปในปี 2557 เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ ได้เล็งเห็นถึงความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นของลูกค้าที่ต้องการความพิเศษเกินกว่ามาตรฐาน การตอบสนองต่อความต้องการนี้ได้นำไปสู่การก่อตั้งทีมงานเฉพาะกิจ ที่มีเป้าหมายหลักคือการรังสรรค์ยนตรกรรมที่สะท้อนถึงบุคลิกและไลฟ์สไตล์ของเจ้าของได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ผลงานชิ้นที่ 1,000: ความพิเศษที่มาบรรจบ
ผลงานชิ้นที่ 1,000 ที่เพิ่งเฉลิมฉลองไปนั้น เป็นของลูกค้าชาวยุโรปผู้มีวิสัยทัศน์ ที่ต้องการสองคุณสมบัติอันเป็นเอกลักษณ์เพื่อยกระดับอัครยนตรกรรมเบนท์ลีย์ของตนให้เหนือล้ำยิ่งขึ้น คุณสมบัติแรกคือการนำ “Olive Ash Veneer” ซึ่งเป็นไม้วีเนียร์ชั้นเลิศที่เคยใช้ตกแต่งภายในของ Bentley Mulsanne Limousine มาประยุกต์ใช้กับการตกแต่งภายในของ Bentley Bentayga อันทรงพลัง แสดงให้เห็นถึงความกล้าในการผสมผสานมรดกเข้ากับความทันสมัย คุณสมบัติที่สองคือการปักเย็บแบบตะเข็บคู่ (Double Stitching) ด้วยสีที่ตัดกันอย่างมีนัยสำคัญบริเวณเบาะนั่งส่วนบนและขอบประตู เพื่อเพิ่มมิติและความโดดเด่นให้กับการตกแต่งภายใน ให้ทุกรายละเอียดเต็มไปด้วยชีวิตชีวา
จากวันแรกสู่วันที่ 1,000: การเดินทางแห่งนวัตกรรมและงานฝีมือ
นับตั้งแต่โปรเจกต์แรกในปี 2557 อันเป็นที่มาของการออกแบบ Bentley Flying Spur Serenity รุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่น จำนวน 15 คัน ที่เน้นยกระดับความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร ด้วยการออกแบบเบาะนั่งและพนักพิงศีรษะใหม่ พร้อมการนำลวดลายการปักเย็บแบบเพชร (Diamond Quilting) มาใช้ตกแต่งอย่างมีเอกลักษณ์ ซึ่งแรงบันดาลใจจากพื้นผิวหนังพิเศษนี้ ได้กลายมาเป็นต้นแบบของการออกแบบที่ปรากฏใน Bentley Continental GT Mulliner ในปัจจุบัน
ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา ทีมงานมูลินเนอร์ได้รังสรรค์ผลงานอันน่าประทับใจครอบคลุมทุกรุ่นของเบนท์ลีย์ ตั้งแต่ Bentley Continentals ที่ได้แรงบันดาลใจจากเครื่องบินเจ็ต, Bentley Mulsannes ที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง V8 ขนาด 6¾ ลิตร อันทรงพลัง ไปจนถึง Bentley Bentayga ที่มีการตกแต่งภายในอันหลากหลายและแตกต่างกันระหว่างฝั่งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
ขอบเขตแห่งความเป็นไปได้: จากกาบบันไดสู่รถแข่ง
โปรเจกต์สั่งทำพิเศษกว่า 1,000 ชิ้นงาน ตั้งแต่ปี 2557 มีความหลากหลายอย่างน่าทึ่ง ตั้งแต่การปรับแต่งกาบบันได (Sill Plates) ให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไปจนถึงโปรเจกต์ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น เช่น Bentley Mulliner Bacalar อันงดงาม ซึ่งเป็นตัวอย่างของงานออกแบบตัวถัง (Coachbuilding) ที่สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญในระดับสูงสุด นอกจากนี้ ยังรวมถึงการออกแบบเฉพาะสำหรับแต่ละภูมิภาคทั่วโลก, รุ่นที่ผลิตในจำนวนจำกัด (Limited Production Runs) และแม้กระทั่งการออกแบบรถแข่ง (Racing Cars) ที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งสมรรถนะของเบนท์ลีย์
ทีมงานเบื้องหลัง: ศิลปินแห่งการออกแบบ
ทีมผู้เชี่ยวชาญของมูลินเนอร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนกออกแบบเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ประกอบด้วยนักออกแบบผู้มีพรสวรรค์และศิลปินดิจิทัล ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อหลอมรวมการออกแบบที่ไร้ที่ติเข้ากับความสามารถในการสร้างภาพจำลองเสมือนจริง (Virtual Prototypes) จากการออกแบบที่ลูกค้าต้องการ ก่อนที่จะลงมือผลิตจริง ทีมงานมูลินเนอร์นี้เป็นทีมเดียวที่รับผิดชอบผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นที่ได้รับการออกแบบโดยมูลินเนอร์ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ทำให้มั่นใจได้ว่า DNA การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของเบนท์ลีย์ ได้ถูกถ่ายทอดเข้าสู่งานของมูลินเนอร์ได้อย่างลงตัว ในขณะเดียวกันก็เปิดกว้างตัวเลือกให้กับลูกค้าได้อย่างไร้ขีดจำกัด ปัจจุบัน ขีดจำกัดของการออกแบบตามความต้องการของมูลินเนอร์มีเพียงสองประการ คือ จินตนาการของลูกค้า และข้อจำกัดทางกฎหมาย
Mulliner Personal Commissioning Guide: คู่มือสู่ยนตรกรรมในฝัน
การออกแบบตามความต้องการของมูลินเนอร์เป็นแกนหลักของกลยุทธ์การสร้างสรรค์ของเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ โดยทีมงานทำงานร่วมกับทั้งสามส่วนของแผนกออกแบบพิเศษ การสื่อสารแบบดิจิทัลได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำงาน เช่น การนำลูกค้า Bentley Mulliner Bacalar กว่า 12 ท่าน ชมตัวเลือกการออกแบบผ่านระบบ Zoom ในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 หรือการให้คำแนะนำแก่ลูกค้า 12 รายของ Bentley Blower Continuation Series เกี่ยวกับรายละเอียดเฉพาะของการตกแต่ง นอกจากนี้ มูลินเนอร์ยังได้ออก “Mulliner Personal Commissioning Guide” ซึ่งเป็นคู่มือที่ช่วยให้ลูกค้าเบนท์ลีย์ทุกคนสามารถเพิ่มรายละเอียดที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับอัครยนตรกรรมของตนได้อย่างเต็มที่ การมีส่วนร่วมของลูกค้าในทุกขั้นตอนของแผนกมูลินเนอร์ ตั้งแต่การออกแบบคลาสสิกไปจนถึงการสร้างตัวถัง (Coachbuilding) และคอลเลกชั่นพิเศษ ทำให้ทีมออกแบบสามารถส่งมอบประสบการณ์มูลินเนอร์ที่ทันสมัยและตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างแท้จริง
อิสระแห่งการสร้างสรรค์: เกินกว่าสายการผลิต
ลักษณะงานที่มีปริมาณจำกัดของมูลินเนอร์ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่มอบอิสระให้กับทีมออกแบบ พวกเขาสามารถทำงานอย่างใกล้ชิดกับส่วนงานออกแบบอื่น ๆ ของเบนท์ลีย์ เพื่อพัฒนาแนวคิดและกรอบความคิดใหม่ ๆ ที่อาจไม่สามารถทำได้ในสายการผลิตยนตรกรรมเบนท์ลีย์ทั่วไป ตัวอย่างที่โดดเด่นของความกล้าในการสร้างสรรค์นี้คือชุด “Mulliner Stone Veneer” ซึ่งเป็นไม้วีเนียร์อัดหินที่มีจำนวนจำกัดอย่างยิ่ง เนื่องจากกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนและยากลำบากเป็นพิเศษ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการขึ้นรูปและตกแต่งแผ่นหินที่มีความหนาน้อยกว่าหนึ่งมิลลิเมตร
มุมมองจากผู้บริหาร: ความต้องการที่ไม่มีวันสิ้นสุด
พอลล์ วิลเลียมส์ (Paul Williams) ผู้อำนวยการฝ่ายมูลินเนอร์และมอเตอร์สปอร์ต กล่าวว่า “ตั้งแต่ปี 2557 ทีมงานนักออกแบบมูลินเนอร์ของเราได้รับเฉลี่ย 3 ชิ้นงานออกแบบพิเศษต่อสัปดาห์ แสดงให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของงานออกแบบพิเศษจากเบนท์ลีย์ ทีมงานภายใต้การนำของผู้จัดการฝ่ายออกแบบ ฟิลล์ ดีน (Phil Dean) ได้ดำเนินงานในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตกแต่งของ Bentley Continental GT3 ไปจนถึงการกำหนดรายละเอียดเฉพาะสำหรับอัครยนตรกรรมทั้ง 12 คันของรุ่น Blower Continuation Series สิ่งเดียวที่งานออกแบบเหล่านี้มีร่วมกันคือความเป็นเอกลักษณ์สำหรับลูกค้าแต่ละราย นอกเหนือจากนั้น แต่ละแบบล้วนมีเรื่องราวเฉพาะตัว ขอบเขตของงานและมาตรฐานการผลิตของเบนท์ลีย์ ได้ถูกถ่ายทอดโดยทีมงานผ่านการใช้ Mulliner Visualiser ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกสีและข้อกำหนดเฉพาะของรถ พร้อมกับการแสดงภาพผลงานแบบเรียลไทม์ได้อย่างสมจริง ปัจจุบัน การร่วมสร้างสรรค์กับนักออกแบบมูลินเนอร์ของเราพร้อมให้บริการแก่ทุกท่านแล้ว”
ความหลากหลายที่น่าทึ่ง: จิตวิญญาณแห่งมูลินเนอร์
งานออกแบบพิเศษสำหรับลูกค้ามีความหลากหลายอย่างน่าทึ่ง ครอบคลุมถึงไม้วีเนียร์ที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งบางส่วนมีการแกะสลักแบบสั่งทำพิเศษ (Intricate Inlays) การผสมผสานสีบนผืนหนังที่งดงามสะดุดตา (Stunning Contrasting Leather Hues) พร้อมกับการแบ่งเฉดสีที่ออกแบบเฉพาะตัว (Bespoke Colour Splits) การเย็บปักที่ออกแบบได้เอง (Personalised Embroidery) สำหรับงานออกแบบเฉพาะตัวที่หลากหลาย ไปจนถึงกาบบันไดและไฟต้อนรับ (Welcome Lights) ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ วัสดุที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ได้แก่ การออกแบบลายขนสัตว์แบบเฉพาะตัว (Unique Wool Weaves), การใช้ไม้วีเนียร์อัดหินแทนไม้ (Stone Veneers) และแม้กระทั่งการรวบรวมสิ่งประดิษฐ์ชิ้นเล็กจากอดีตของเบนท์ลีย์ (Memorabilia from Bentley’s Past)
เรื่องราวที่ถูกเล่าขาน: รุ่นพิเศษและการเฉลิมฉลอง
การออกแบบเฉพาะตัวมักถูกสร้างสรรค์ขึ้นเป็นซีรีส์ของรถแต่ละรุ่น ซึ่งมักจะถูกครอบครองโดยลูกค้าผู้โชคดีเพียงไม่กี่คน ซีรีส์ของ Bentley จำนวน 7 คัน ที่เฉลิมฉลองให้กับทีมนักบิน Breitling Jets ได้จับคู่สีกับเครื่องบินที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับพวกเขา ด้วยเฉดสีดำ สีเงิน และสีเหลือง รุ่นพิเศษสำหรับแต่ละภูมิภาค (Regional Editions) ได้รับการออกแบบโดยตัวแทนจำหน่ายหรือลูกค้า หรือเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จของเบนท์ลีย์ เช่นเดียวกับ Bentley Continental GT Pikes Peak ที่ผลิตขึ้นในปี 2562 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองสถิติของเบนท์ลีย์ที่ Pikes Peak International Hillclimb
ทักษะที่ไร้ขีดจำกัด: เกินกว่าแค่การออกแบบภายนอก
ทักษะของทีมงานออกแบบมูลินเนอร์ได้พัฒนาไปไกลกว่าแค่การออกแบบภายนอกของตัวรถ ตั้งแต่การตกแต่งภายใน ไปจนถึงการสร้างแบบจำลองขนาด (Scale Models) และงานประติมากรรมที่มีธีมการออกแบบ ทีมงานได้มีส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์ชุดปิกนิกสำหรับ Bentley Bentayga อันวิจิตรบรรจง พร้อมด้วยตู้เย็น, ช้อนส้อมจีนชั้นดีสั่งทำพิเศษ, ถ้วยชาม, แก้วคริสตัล และพื้นที่เก็บของ เพื่อความสะดวกสบายสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง ชุดปิกนิกนี้สามารถถอดออกและใช้เป็นที่นั่งได้ ลูกค้าของ Bentley Blower Continuation Series และ Bentley Mulliner Bacalar ยังได้รับ “Speedforms” ที่ออกแบบพิเศษล่วงหน้าก่อนที่จะรับมอบรถ พร้อมกับการออกแบบพิเศษที่แต่ละคันจะถูกรังสรรค์ขึ้นโดยมูลินเนอร์เพื่อความโดดเด่นในแบบเฉพาะตัว
อนาคตแห่งการสั่งทำพิเศษ: ความร่วมมือที่ไร้พรมแดน
เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ ได้รังสรรค์อัครยนตรกรรมครอบคลุมทั้ง 3 แผนก (Coachbuilding, Extended Mobility, and Personal Commissioning) และคู่มือแนะนำการออกแบบเฉพาะตัวที่เพิ่มความหลากหลายให้ลูกค้าในการสร้างสรรค์อัครยนตรกรรมเบนท์ลีย์ของตน ทีมออกแบบมูลินเนอร์กำลังเตรียมพร้อมสำหรับโปรเจกต์อีกมากมายในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งจะยังคงผลักดันขอบเขตของความเป็นไปได้ในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมสั่งทำพิเศษให้ก้าวไปอีกขั้น
20 ปี Continental GT: ตำนานแห่งสปอร์ตคูเป้ที่นิยามยุคใหม่
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส กำลังเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี ของ Continental GT สปอร์ตคูเป้ที่ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งยุคใหม่ของแบรนด์ การเฉลิมฉลองนี้เริ่มต้นขึ้นที่งาน Shanghai Auto Show ในนครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมกับการเปิดตัว Continental GTS รุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นเพียงคันเดียวในโลก Continental GTS คือสปอร์ตคูเป้ที่มาพร้อมกับการตกแต่งแบบสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ สร้างสรรค์ขึ้นโดยเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ ผนวกกับตราสัญลักษณ์ฉลองครบรอบและการออกแบบลวดลายที่สื่อถึง 20 ปีแห่งยุคทองของสปอร์ตคูเป้ที่ได้นิยามความหมายใหม่ให้กับเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส
Continental GTS: ความงามสง่าแห่งการเฉลิมฉลอง
การตกแต่งภายนอกของ Continental GTS รุ่นพิเศษ โดดเด่นด้วยเฉดสีเทาเข้มเมทัลลิกที่ดูดุดันและสง่างาม เสริมด้วยโครเมียมเฉดสีดำ และล้ออัลลอยด์แบบสปอร์ต 10 ก้าน สีดำ ขนาด 22 นิ้ว คาลิเปอร์เบรกสีแดงสดเติมเต็มความสปอร์ต ปิดท้ายด้วยการตกแต่งภายในที่ใช้ธีมสีดำและแดง พร้อมการตกแต่งแบบดูโอโทนด้วยหนังเฉดสีดำ Beluga และเฉดสีแดง Hotspur รวมถึงการตกแต่งด้วยไม้วีเนียร์ Piano Black อันเงางาม
รายละเอียดที่บ่งบอกความเป็นคุณ: งานฝีมือขั้นสูงจาก Mulliner
การตกแต่งภายในแบบสั่งทำพิเศษมาพร้อมกับโทนสีจากเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์อันเป็นเอกลักษณ์บนแผงหน้าปัดและรอบห้องโดยสารที่เคลือบผิวแบบทูโทน (Two-Tone Finish) และรายละเอียดที่สั่งทำพิเศษบริเวณคอนโซลกลางและกาบบันได แผ่นไม้วีเนียร์แบบทูโทนแถบบนรังสรรค์จาก “Granite Stone” มอบผิวสัมผัสที่ไม่เหมือนใคร ในขณะที่แผ่นไม้วีเนียร์แถบล่างรังสรรค์เป็นเฉดสีดำ Grand Black พร้อมตัวอักษร “20 YEARS OF THE CONTINENTAL GT” สลักด้วยเลเซอร์ และแถบสีแดงคาดเป็นแนวนอนพาดผ่านคอนโซลกลางจากประตูหนึ่งสู่อีกประตูหนึ่งผ่านแถบบนของช่องแอร์ เพื่อแยกพื้นผิวทั้งสองส่วนออกจากกันอย่างมีสไตล์
กาบบันไดได้รับการออกแบบพิเศษเพื่อเฉลิมฉลอง 20 ปีแห่งสปอร์ตคูเป้ ด้วยรูปวงล้ออัลลอยด์ของ Continental GT เจเนอเรชั่นที่ 1 และ เจเนอเรชั่นที่ 3 เช่นเดียวกับรูปสัดส่วนของตัวรถ Continental GT เจเนอเรชั่นที่ 1 และ เจเนอเรชั่นที่ 3 บริเวณคอนโซลกลาง และไฟต้อนรับแบบ LED ดีไซน์เฉพาะตัว เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษนี้
20 ปี Continental GT: สปอร์ตคูเป้แห่งยุคที่สร้างมาตรฐานใหม่
Continental GT สปอร์ตคูเป้ ได้เปิดตัวในปี 2546 ในฐานะอัครยนตรกรรมโฉมใหม่ล่าสุดรุ่นแรกในยุคใหม่ของเบนท์ลีย์ เป็นยนตรกรรมขับเคลื่อนสี่ล้อ และเป็นรุ่นแรกที่มาพร้อมกับนวัตกรรมเครื่องยนต์ W12 อัครยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้รุ่นนี้ได้ช่วยขับเคลื่อนเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส สู่การเป็นแบรนด์ผู้ผลิตยนตรกรรมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของโลกในปัจจุบัน
ในช่วงเวลาของการเปิดตัวในปี 2546 Continental GT ได้นำเสนอการผสมผสานอันเป็นเอกลักษณ์ระหว่างการออกแบบที่น่าทึ่งเข้ากับสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ และงานฝีมืออันประณีต ได้รับการยกย่องว่าเป็นรถยนต์สปอร์ตคูเป้แบบสี่ที่นั่งที่เร็วที่สุดในโลก ด้วยความเร็วสูงสุดมากกว่า 190 ไมล์ต่อชั่วโมง (300 กม./ชม.) และอัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงภายใน 4.7 วินาที (0-100 กม./ชม. ใน 4.8 วินาที) ด้วยการที่ไม่มีคู่แข่งในระดับเดียวกันเทียบได้ ณ ขณะนั้น ทำให้ Continental GT กลายเป็นที่พูดถึงไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว และได้เจาะกลุ่มตลาดใหม่
สำหรับในปัจจุบัน เจเนอเรชั่นที่ 3 ของ Continental GT และ Continental GTC ยังคงคว้ารางวัลและคำชมเชยอย่างต่อเนื่อง ในปี 2565 Continental GT Speed คว้ารางวัลอันทรงเกียรติจาก Robb Report Car of the Year และ Continental GT V8 S ก็ประสบความสำเร็จในการคว้ารางวัล Car of the Year ประจำปี 2566 นอกจากนี้ Continental GT ยังคว้ารางวัลอย่างต่อเนื่องจากงาน Auto Motor und Sport ในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ในสาขารถยนต์นำเข้าระดับหรูเป็นปีที่สองติดต่อกัน จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้อ่านนิตยสาร Auto Motor und Sport มากกว่า 101,000 คน
สัมผัสประสบการณ์ Continental GT: การเดินทางผ่านกาลเวลา
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส มอบโอกาสพิเศษในการทดลองขับ Continental GT เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี ณ สำนักงานใหญ่ เมืองครูว์ (Crewe) และอีกแห่งในนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมี Continental GT เจเนอเรชั่นที่ 1 และ 2 จาก Bentley Heritage Collection พร้อมให้ทดลองขับร่วมกับ Continental GT โฉมใหม่ ซึ่งได้ทำให้การออกแบบและวิวัฒนาการทางด้านวิศวกรรมตลอดระยะเวลา 20 ปี มีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง
ครบรอบแห่งสุดยอดการออกแบบและขุมพลัง: มรดกแห่งเครื่องยนต์ W12
โอกาสครบรอบ 20 ปีของ Continental GT ยังถือเป็นการครบรอบ 20 ปีของเครื่องยนต์ W12 เทอร์โบคู่ขนาด 6.0 ลิตร อันทรงพลังของเบนท์ลีย์ ซึ่งเป็นขุมกำลังที่ขับเคลื่อนเบนท์ลีย์ให้เป็นแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จมาตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา และด้วยการประกาศสิ้นสุดการผลิตเครื่องยนต์ W12 ในเดือนเมษายน 2567 นี้ เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เหลือเวลาสำหรับการผลิตเครื่องยนต์ W12 อีกเพียง 12 เดือนเท่านั้น ก่อนที่จะเปิดทางให้กับอนาคตแห่งยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า (Electrified Future)
โอกาสครั้งสำคัญนี้จะได้รับการเฉลิมฉลอง ณ งาน Goodwood Festival of Speed ในวันที่ 13-16 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส จะร่วมจัดแสดงยนตรกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ W12 ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา รวมถึง Bentley Batur รุ่นใหม่ที่รังสรรค์ขึ้นโดยเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์
ตำนานแห่งสปอร์ตคูเป้ ณ Monterey Car Week: ย้อนรอยจุดเริ่มต้น
Continental GT คันแรกที่ออกจากสายการผลิต ณ เมืองครูว์ในปี 2546 หมายเลขตัวถัง VIN 20001 ได้รับการตกแต่งด้วยเฉดสีเขียว Cypress Green ภายในบุด้วยหนังเฉดสีน้ำตาล และไม้วีเนียร์ Burr Walnut ซึ่งจากวันนั้นถึงวันนี้ Continental GT คันแรกยังคงได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างดี เพื่อให้เป็นเครื่องเตือนใจถึงก้าวสำคัญของเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ในอดีต
สำหรับงาน Monterey Car Week ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 11-18 สิงหาคม 2566 เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ได้เตรียมเผยโฉมสปอร์ตคูเป้ Continental GT รุ่นสุดท้ายคันเดียวในโลก ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก Continental GT คันแรก VIN 20001 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษนี้
ครอบครองที่สุดแห่งสมรรถนะและความหรูหรา
สำหรับ Bentley Continental GT V8, AAS Group เปิดรับคำสั่งจองแล้ว พร้อมมอบข้อเสนอที่ดีที่สุดในการครอบครอง ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 19.4 ล้านบาท พร้อมการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต นาน 3 ปี ตัวเลือกแผนต่อระยะเวลาการรับประกันจากโรงงานผู้ผลิต (Bentley Extended Warranty) สูงสุด 4 ปี และบริการผู้ช่วยฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 3 ปีเต็ม
หากคุณกำลังมองหายนตรกรรมที่สะท้อนตัวตนของคุณอย่างแท้จริง หรือต้องการสัมผัสประสบการณ์แห่งความหรูหราที่เหนือระดับ ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญของเราที่ AAS Group เพื่อค้นหา Bentley Continental GT ที่สมบูรณ์แบบสำหรับคุณ และเริ่มต้นการเดินทางสู่ความเป็นที่สุดแห่งยนตรกรรมวันนี้