
เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์: 1,000 งานศิลป์แห่งความเป็นเลิศ เฉลิมฉลอง 20 ปี Continental GT
ในโลกแห่งยานยนต์สุดหรูที่ซึ่งความสมบูรณ์แบบคือมาตรฐาน และความพิถีพิถันคือกุญแจสำคัญ ชื่อของ “เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์” คือสัญลักษณ์ของงานฝีมือชั้นสูงที่รังสรรค์ขึ้นจากจินตนาการและความต้องการเฉพาะของลูกค้า ในปี 2567 นี้ เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ ไม่เพียงแต่เฉลิมฉลองความสำเร็จอันน่าทึ่งในการผลิตงานออกแบบพิเศษครบ 1,000 ชิ้นนับตั้งแต่ก่อตั้งแผนก แต่ยังร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 20 ปีของ Continental GT อัครยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้ที่ได้กำหนดนิยามใหม่ของแบรนด์เบนท์ลีย์ การเดินทางอันยาวนานกว่าทศวรรษแห่งการรังสรรค์สุดยอดผลงาน Bentley Mulliner bespoke creations ได้หลอมรวมเข้ากับประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ของ Continental GT 20th Anniversary การผสมผสานระหว่างมรดกแห่งการออกแบบและการรังสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัดนี้ สร้างปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองในวงการยานยนต์ระดับโลก
1,000 ชิ้นงานแห่งความเป็นเลิศ: บทพิสูจน์แห่งงานฝีมือของ Mulliner
ย้อนกลับไปในปี 2557 เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ ได้เล็งเห็นถึงความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นของลูกค้าที่ปรารถนาจะครอบครองรถยนต์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างแท้จริง ด้วยเหตุนี้ แผนกพิเศษจึงได้ถูกจัดตั้งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการอันหลากหลาย ตั้งแต่งานปรับแต่งที่ละเอียดอ่อนไปจนถึงการรังสรรค์รถยนต์รุ่นพิเศษที่ผลิตในจำนวนจำกัด ผลงานการออกแบบพิเศษชิ้นที่ 1,000 ที่เพิ่งเฉลิมฉลองไปนั้น เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของความเชี่ยวชาญและนวัตกรรมของมูลินเนอร์ ลูกค้ายุโรปรายนี้ได้เลือกคุณสมบัติภายในที่พิเศษสองประการเพื่อยกระดับอัครยนตรกรรมเบนท์ลีย์ของตน: การใช้ไม้วีเนียร์ Olive Ash ซึ่งเป็นวัสดุที่เคยปรากฏในรุ่น Mulsanne Limousine มาตกแต่งภายในของ Bentley Bentayga และการปักเย็บแบบตะเข็บคู่ด้วยด้ายสีตัดกันบริเวณเบาะนั่งและแผงประตู เพื่อเพิ่มมิติและความคมชัดให้กับห้องโดยสาร
ตลอดระยะเวลาเจ็ดปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่โปรเจกต์แรกอย่าง Flying Spur Serenity Limited Edition จำนวน 15 คัน ซึ่งเน้นการเพิ่มความสะดวกสบายของห้องโดยสาร พร้อมการออกแบบเบาะนั่งและพนักพิงศีรษะใหม่ รวมถึงการนำลายปักแบบเพชรอันเป็นเอกลักษณ์มาใช้ ทีมงานมูลินเนอร์ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถอันไร้ขีดจำกัดในการตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า ตั้งแต่รถยนต์รุ่น Continental ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องบินเจ็ต ไปจนถึง Mulsanne ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6¾ ลิตร และ Bentayga ที่มีการตกแต่งภายในที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างฝั่งคนขับและผู้โดยสาร
โปรเจกต์ Bentley Mulliner bespoke design ครอบคลุมทุกรุ่นของเบนท์ลีย์ในช่วงเวลาดังกล่าว โดยมีตั้งแต่งานปรับแต่งกาบบันไดไปจนถึงโปรเจกต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงอย่าง Bentley Mulliner Bacalar รวมถึงการออกแบบสำหรับแต่ละภูมิภาคและระดับโลก รุ่นที่ผลิตจำนวนจำกัด และแม้แต่งานออกแบบรถแข่ง ผลงานเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจอันลึกซึ้งในอัตลักษณ์ของแบรนด์เบนท์ลีย์ ควบคู่ไปกับการเปิดรับแนวคิดใหม่ๆ ที่ท้าทายขนบเดิมๆ
ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของมูลินเนอร์ ซึ่งประกอบด้วยนักออกแบบและศิลปินดิจิทัล ได้ผนึกกำลังกันเพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่ผสมผสานการออกแบบที่ไร้ที่ติเข้ากับความสามารถในการจำลองภาพเสมือนจริง ลูกค้าสามารถเห็นภาพรถยนต์ในฝันของตนก่อนที่จะตัดสินใจสั่งซื้อ ทีมงานมูลินเนอร์เป็นทีมเดียวที่รับผิดชอบผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นที่ออกแบบโดยมูลินเนอร์ในช่วงเจ็ดปีที่ผ่านมา ทำให้มั่นใจได้ถึงการผสมผสาน DNA การออกแบบของเบนท์ลีย์เข้าไว้ในทุกผลงานอย่างลงตัว ในขณะเดียวกันก็เพิ่มทางเลือกที่หลากหลายให้กับลูกค้า ข้อจำกัดเพียงอย่างเดียวในการออกแบบ Bentley Mulliner customisation คือจินตนาการและข้อกฎหมาย
Mulliner Personal Commissioning Guide ได้รับการเผยแพร่ออกมา เพื่อให้ลูกค้าเบนท์ลีย์ทุกคนมีทางเลือกในการเพิ่มรายละเอียดให้กับอัครยนตรกรรมของตน การมีส่วนร่วมของลูกค้าในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบคลาสสิกไปจนถึงการสร้างตัวถังและคอลเลคชั่น ทำให้ทีมออกแบบสามารถส่งมอบประสบการณ์ Mulliner experience ที่ทันสมัยและน่าประทับใจยิ่งขึ้น
ลักษณะงานที่มีปริมาณจำกัดของมูลินเนอร์ยังนำมาซึ่งอิสระในการสร้างสรรค์ให้กับทีมออกแบบ พวกเขาสามารถทำงานร่วมกับส่วนงานอื่นๆ ของฝ่ายออกแบบเบนท์ลีย์เพื่อพัฒนาไอเดียและกรอบความคิดใหม่ๆ ที่ไม่สามารถทำได้ในสายการผลิตปกติ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือชุดไม้วีเนียร์อัดหินมูลินเนอร์ ซึ่งเป็นผลงานที่มีความซับซ้อนและยากต่อการผลิตอย่างยิ่ง เนื่องจากต้องอาศัยกระบวนการขึ้นรูปและตกแต่งแผ่นหินที่มีความหนาน้อยกว่าหนึ่งมิลลิเมตร
พอลล์ วิลเลียมส์ ผู้อำนวยการฝ่ายมูลินเนอร์และมอเตอร์สปอร์ต กล่าวถึงความสำเร็จนี้ว่า “ตั้งแต่ปี 2557 ทีมงานนักออกแบบมูลินเนอร์ของเรามีงานออกแบบพิเศษจากลูกค้าเฉลี่ย 3 ชิ้นงานต่อสัปดาห์ แสดงให้เห็นว่างานออกแบบพิเศษของเบนท์ลีย์กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ทีมงานที่นำโดย ฟิลล์ ดีน ได้ดำเนินการทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตกแต่งของ Continental GT3 ไปจนถึงรายละเอียดของอัครยนตรกรรม 12 คันของรุ่น Blower Continuation Series สิ่งเดียวที่การออกแบบเหล่านี้มีเหมือนกันคือความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวสำหรับลูกค้าแต่ละราย”
ความหลากหลายอันน่าอัศจรรย์: จุดเด่นของ Bentley Mulliner
ความหลากหลายของ Bentley customisation options จากมูลินเนอร์นั้นน่าทึ่งอย่างแท้จริง ตั้งแต่งานฉลุไม้วีเนียร์ที่เป็นเอกลักษณ์ การผสมผสานสีหนังที่งดงามสะดุดตา การแบ่งเฉดสีที่ออกแบบเฉพาะตัว ไปจนถึงลายปักที่ออกแบบได้เองสำหรับงานออกแบบที่หลากหลาย เช่นเดียวกับกาบบันไดและไฟต้อนรับที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ วัสดุที่คัดสรรมานั้นมีความหลากหลาย ตั้งแต่การออกแบบลายขนสัตว์แบบเฉพาะตัว การใช้ไม้วีเนียร์อัดหินแทนไม้ ไปจนถึงการรวบรวมสิ่งประดิษฐ์ชิ้นเล็กจากอดีตของเบนท์ลีย์
งานออกแบบเฉพาะตัวเหล่านี้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเป็นซีรี่ส์ของรถแต่ละรุ่น ซึ่งมักจะถูกครอบครองโดยลูกค้าเพียงไม่กี่ราย ซีรี่ส์ของอัครยนตรกรรมเบนท์ลีย์เจ็ดคันที่เฉลิมฉลองให้กับทีมนักบิน Breitling Jets ได้จับคู่สีกับเครื่องบินที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับพวกเขาอย่างลงตัว รุ่นพิเศษสำหรับแต่ละภูมิภาคได้รับการออกแบบโดยตัวแทนจำหน่ายหรือลูกค้า เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จของเบนท์ลีย์ เช่นเดียวกับ Continental GT Pikes Peak ที่ผลิตขึ้นในปี 2562 เพื่อเฉลิมฉลองสถิติของเบนท์ลีย์ที่ Pikes Peak International Hillclimb
ทักษะของทีมงานออกแบบมูลินเนอร์ได้พัฒนาไปไกลกว่าแค่การออกแบบตัวรถ พวกเขามีส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์กระเช้าปิกนิกสำหรับ Bentayga อันวิจิตรงดงาม พร้อมด้วยตู้เย็น ช้อนส้อมจีนชั้นดีสั่งทำพิเศษ ถ้วยชาม แก้วคริสตัล และพื้นที่เก็บของ เพื่อความสะดวกสบายสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง กระเช้าสามารถถอดออกและใช้เป็นที่นั่งได้ ลูกค้าของ Blower Continuation Series และ Bentley Mulliner Bacalar ยังได้รับ “speedforms” ที่ออกแบบพิเศษล่วงหน้าก่อนที่จะรับมอบอัครยนตรกรรม ซึ่งแต่ละคันจะถูกรังสรรค์ขึ้นโดยมูลินเนอร์เพื่อความโดดเด่นในแบบเฉพาะตัว
20 ปี Continental GT: ตำนานแห่งสปอร์ตคูเป้ที่นิยามยุคใหม่ของเบนท์ลีย์
ในปี 2567 นี้ เป็นวาระครบรอบ 20 ปีของ Continental GT อัครยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้ที่ได้เปิดตัวในปี 2546 และกลายเป็นรถยนต์รุ่นแรกในยุคใหม่ของเบนท์ลีย์ ถือเป็นการปฏิวัติวงการด้วยการเป็นรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อและมาพร้อมกับนวัตกรรมเครื่องยนต์ W12 ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนเบนท์ลีย์ให้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้ผลิตอัครยนตรกรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก
ในช่วงเวลาของการเปิดตัว Continental GT ได้นำเสนอการผสมผสานอันเป็นเอกลักษณ์ระหว่างการออกแบบที่น่าทึ่ง สมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ และงานฝีมืออันประณีต ได้รับการยกย่องว่าเป็นรถยนต์สปอร์ตคูเป้แบบสี่ที่นั่งที่เร็วที่สุดในโลก ณ เวลานั้น ด้วยความเร็วสูงสุดมากกว่า 190 ไมล์ต่อชั่วโมง (300 กม./ชม.) และอัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงภายใน 4.7 วินาที (0-100 กม./ชม. ใน 4.8 วินาที) การไม่มีคู่แข่งในระดับเดียวกัน ณ ขณะนั้น ทำให้ Continental GT กลายเป็นที่พูดถึงไปทั่วโลกและเจาะตลาดใหม่ได้อย่างน่าประทับใจ
ปัจจุบัน เจเนอเรชั่นที่ 3 ของ Continental GT และ Continental GTC ยังคงคว้ารางวัลและคำชมเชยอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2565 Continental GT Speed ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติจาก Robb Report Car of the Year และ Continental GT V8 S ก็ประสบความสำเร็จในการคว้ารางวัล Car of the Year ประจำปี 2566 นอกจากนี้ Continental GT ยังได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่องจากงาน Auto Motor und Sport ในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ในสาขารถยนต์นำเข้าระดับหรูเป็นปีที่สองติดต่อกัน
Continental GTS: รุ่นพิเศษฉลอง 20 ปี Continental GT
เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 20 ปีอันสำคัญนี้ เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ได้เปิดตัว Continental GTS รุ่นพิเศษ หนึ่งเดียวในโลก ที่งาน Shanghai Auto Show ณ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน Continental GTS คืออัครยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้ที่มาพร้อมกับการตกแต่งแบบสปอร์ตที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษโดยเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ การตกแต่งภายนอกโดดเด่นด้วยเฉดสีเทาเข้มเมทัลลิกที่ดูดุดัน เสริมด้วยโครเมียมเฉดสีดำ และล้ออัลลอยด์แบบสปอร์ต 10 ก้าน สีดำขนาด 22 นิ้ว พร้อมคาลิเปอร์เบรกสีแดง
ภายในห้องโดยสารมาพร้อมกับธีมสีดำและแดง การตกแต่งแบบดูโอโทนด้วยหนังเฉดสีดำ Beluga และเฉดสีแดง Hotspur พร้อมการตกแต่งด้วยไม้วีเนียร์แบบ Piano Black การตกแต่งภายในแบบสั่งทำพิเศษมาพร้อมกับโทนสีจากเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์อันเป็นเอกลักษณ์บนแผงหน้าปัดและรอบห้องโดยสารที่เคลือบผิวแบบทูโทน รวมถึงรายละเอียดที่สั่งทำพิเศษบริเวณคอนโซลกลางและกาบบันได
แผ่นไม้วีเนียร์แบบทูโทนแถบบนรังสรรค์จาก Granite Stone มอบผิวสัมผัสที่ไม่เหมือนใคร ในขณะที่แผ่นไม้วีเนียร์แถบล่างรังสรรค์เป็นเฉดสีดำ Grand Black พร้อมตัวอักษร “20 YEARS OF THE CONTINENTAL GT” สลักด้วยเลเซอร์ และแถบสีแดงคาดเป็นแนวนอนพาดผ่านคอนโซลกลางจากประตูหนึ่งสู่อีกประตูหนึ่งผ่านแถบบนของช่องแอร์เพื่อแยกพื้นผิวทั้งสองส่วนออกจากกัน กาบบันไดออกแบบพิเศษฉลอง 20 ปีแห่งอัครยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้ด้วยรูปล้ออัลลอยด์ของ Continental GT เจนเนอเรชั่นที่ 1 และ เจเนอเรชั่นที่ 3 เช่นเดียวกับรูปสัดส่วนของตัวรถ Continental GT เจนเนอเรชั่นที่ 1 และ เจเนอเรชั่นที่ 3 บริเวณคอนโซลกลาง และไฟต้อนรับแบบ LED ดีไซน์เฉพาะตัวเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษนี้
20 ปีแห่งเครื่องยนต์ W12: พลังที่ขับเคลื่อนความสำเร็จ
วาระครบรอบ 20 ปีของ Continental GT ยังถือเป็นการครบรอบ 20 ปีของเครื่องยนต์ W12 เทอร์โบคู่ขนาด 6.0 ลิตรอันทรงพลังของเบนท์ลีย์ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนเบนท์ลีย์ให้เป็นแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จมาตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ด้วยการประกาศสิ้นสุดการผลิตเครื่องยนต์รุ่น W12 ในเดือนเมษายน 2567 ทำให้เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เหลือเวลาสำหรับการผลิตเครื่องยนต์รุ่น W12 อีกเพียง 12 เดือนก่อนที่จะเปิดทางให้กับอนาคตแห่งอัครยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า โอกาสครั้งสำคัญนี้จะได้รับการเฉลิมฉลอง ณ งาน Goodwood Festival of Speed โดยเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส จะร่วมจัดแสดงอัครยนตรกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์รุ่น W12 ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา รวมถึง Bentley Batur รุ่นใหม่ที่รังสรรค์ขึ้นโดยเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์
การสัมผัสประสบการณ์ Continental GT: การเดินทางตลอด 20 ปี
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส มอบโอกาสในการทดลองขับ Continental GT เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี ณ สำนักงานใหญ่ เมืองครูว์ และอีกหนึ่งแห่งในนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมี Continental GT เจเนอเรชั่นที่ 1 และ 2 จาก Bentley Heritage Collection พร้อมให้ทดลองขับร่วมกับ Continental GT โฉมใหม่ ซึ่งได้ทำให้การออกแบบและวิวัฒนาการทางด้านวิศวกรรมตลอดระยะเวลา 20 ปีมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง
ตำนานแห่งอัครยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้ ณ งาน Monterey Car Week
Continental GT คันแรกที่ออกจากสายการผลิต ณ เมืองครูว์ในปี 2546 หมายเลขตัวถัง VIN 20001 ได้รับการตกแต่งด้วยเฉดสีเขียว Cypress Green ภายในบุด้วยหนังเฉดสีน้ำตาลและไม้วีเนียร์แบบ Burr Walnut ซึ่งจากวันนั้นถึงวันนี้ Continental GT คันแรกยังคงถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี สำหรับงาน Monterey Car Week ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 11-18 สิงหาคม 2566 เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ได้เตรียมเผยโฉมอัครยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้ Continental GT รุ่นสุดท้ายคันเดียวในโลก ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก Continental GT คันแรก VIN 20001 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษนี้
สำหรับ BENTLEY CONTINENTAL GT V8 เอเอเอสฯ เปิดรับคำสั่งจอง พร้อมมอบข้อเสนอที่ดีที่สุดในการครอบครองด้วยราคาเริ่มต้นที่ 19.4 ล้านบาท พร้อมกับการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต นาน 3 ปี ตัวเลือกสำหรับแผนต่อระยะเวลาการรับประกันจากโรงงานผู้ผลิต (Bentley Extended Warranty) สูงสุด 4 ปี และ ผู้ช่วยฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 3 ปีเต็ม
สัมผัสประสบการณ์แห่งความหรูหราและสมรรถนะที่ไม่เหมือนใคร
การเดินทางของเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ ตลอด 1,000 ชิ้นงานแห่งความประณีต และ 20 ปีแห่งตำนาน Continental GT คือข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการส่งมอบอัครยนตรกรรมที่เหนือระดับ หากคุณปรารถนาที่จะเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์อันยาวนานนี้ หรือต้องการรังสรรค์อัครยนตรกรรมเบนท์ลีย์ในแบบฉบับของคุณเอง ติดต่อผู้จำหน่ายเบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการวันนี้ เพื่อเริ่มต้นการเดินทางสู่โลกแห่ง Bentley Mulliner bespoke automobiles ที่จะสะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบ