
เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์: 1,000 ผลงานแห่งความภาคภูมิใจ, การรังสรรค์ยนตรกรรมสั่งทำพิเศษที่ไร้ขีดจำกัด
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์หรูมากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการวิวัฒนาการของแบรนด์ระดับตำนานอย่างเบนท์ลีย์มาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้แผนก Mulliner ซึ่งเปรียบเสมือนห้องทดลองแห่งจินตนาการ ที่ซึ่งความปรารถนาอันสูงสุดของลูกค้าถูกแปรเปลี่ยนเป็นยนตรกรรมสุดพิเศษ หนึ่งในความสำเร็จที่น่าจดจำที่สุดคือการบรรลุเป้าหมายการผลิตผลงานสั่งทำพิเศษครบ 1,000 ชิ้นนับตั้งแต่ก่อตั้งแผนกขึ้นเมื่อปี 2557 เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จทางธุรกิจ แต่ยังเป็นการย้ำเตือนถึงรากเหง้าของเบนท์ลีย์ที่ให้ความสำคัญกับงานฝีมือ ความใส่ใจในรายละเอียด และการมอบประสบการณ์เหนือระดับที่หาได้ยากยิ่ง
จุดเริ่มต้นของความพิเศษ: การตอบรับความต้องการที่เฉพาะเจาะจง
การก่อตั้งแผนก Mulliner ในปี 2557 เป็นการตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นของลูกค้าที่มองหารถยนต์ที่สะท้อนความเป็นตัวตนได้อย่างแท้จริง ผมจำได้ดีว่าในยุคนั้น กระแสของ “bespoke customization” หรือการปรับแต่งตามความต้องการเฉพาะบุคคล เริ่มเข้ามามีบทบาทอย่างมากในตลาดรถหรู ลูกค้าไม่ได้ต้องการเพียงแค่รถยนต์สมรรถนะสูงที่มาพร้อมกับความสะดวกสบายอีกต่อไป แต่พวกเขาต้องการยานพาหนะที่เป็นเหมือนส่วนหนึ่งของชีวิต ที่สามารถเล่าเรื่องราว บอกเล่ารสนิยม และสะท้อนถึงความสำเร็จของตนเองได้
ผลงานสั่งทำพิเศษชิ้นที่ 1,000 เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความเข้าใจในความต้องการของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ลูกค้าชาวยุโรปรายนี้มีความประสงค์ที่เจาะจงสองประการที่สะท้อนถึงความต้องการในการยกระดับประสบการณ์ภายในห้องโดยสารให้เหนือกว่ามาตรฐานทั่วไป การเลือกใช้ไม้วีเนียร์ Olive Ash ซึ่งเป็นวัสดุที่เคยใช้ใน Bentley Mulsanne limousine มาประดับตกแต่งภายในของ Bentayga แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างความสง่างามแบบคลาสสิกกับความทันสมัยของ SUV เรือธง Olive Ash ให้เฉดสีและความลึกที่แตกต่างจากไม้วีเนียร์ทั่วไป สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและหรูหราอย่างมีเอกลักษณ์
ยิ่งไปกว่านั้น การเลือกใช้การเย็บแบบตะเข็บคู่ (dual-stitching) ด้วยสีที่ตัดกันอย่างมีนัยสำคัญบริเวณเบาะโดยสารและแผงประตู คือการเพิ่มมิติและเน้นโครงสร้างภายในให้โดดเด่น การเลือกสีและการจัดวางที่แม่นยำของตะเข็บเหล่านี้ สามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์โดยรวมของห้องโดยสารให้ดูสปอร์ต โฉบเฉี่ยว หรือหรูหราได้อย่างไม่น่าเชื่อ การตัดสินใจเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เมื่อทำออกมาได้อย่างลงตัว มันจะกลายเป็นจุดเด่นที่ลูกค้าจะภาคภูมิใจ
เจ็ดปีแห่งวิวัฒนาการ: จาก Serenity สู่ความล้ำสมัย
เมื่อย้อนกลับไปเจ็ดปีที่แล้ว โปรเจ็กต์แรกที่ริเริ่มโดย Mulliner คือ Bentley Flying Spur Serenity รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด 15 คัน โปรเจ็กต์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความสะดวกสบายและความผ่อนคลายภายในห้องโดยสาร มีการออกแบบเบาะนั่งและพนักพิงศีรษะใหม่ทั้งหมด พร้อมนำเสนอการตกแต่งแบบ Diamond Quilting ที่เป็นเอกลักษณ์ไปทั่วทั้งห้องโดยสารเพื่อสร้างความรู้สึกพิเศษอย่างแท้จริง การเลือกใช้หนังที่มีพื้นผิวสัมผัสพิเศษนี้เอง ที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการออกแบบลายเพชรที่เห็นใน Bentley Continental GT Mulliner ในปัจจุบัน
การเดินทางของ Mulliner ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมานั้นน่าประทับใจอย่างยิ่ง ทีมออกแบบได้สร้างสรรค์ผลงานให้กับรถยนต์เบนท์ลีย์ทุกรุ่น ตั้งแต่ตระกูล Continental ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องบินเจ็ต ไปจนถึง Mulsanne ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6 ¾ ลิตร และ Bentayga ที่มีการตกแต่งภายในที่แตกต่างกันระหว่างฝั่งคนขับและผู้โดยสาร ความสามารถในการปรับเปลี่ยนและสร้างสรรค์ให้เข้ากับบุคลิกที่แตกต่างกันของแต่ละรุ่นรถ บ่งบอกถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งใน DNA ของแบรนด์
กว่า 1,000 ชิ้นงาน: ขอบเขตของความเป็นไปได้ที่ไร้ขีดจำกัด
โครงการออกแบบพิเศษกว่า 1,000 ชิ้นงาน ตั้งแต่ปี 2557 มีความหลากหลายตั้งแต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างกาบบันไดที่สลักชื่อเฉพาะบุคคล ไปจนถึงโครงการที่ซับซ้อนอย่าง Bentley Mulliner Bacalar ที่เป็นการสร้างสรรค์รถยนต์ที่ผลิตขึ้นจำนวนจำกัดอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังรวมถึงการออกแบบเฉพาะสำหรับแต่ละภูมิภาค การผลิตรุ่นพิเศษจำนวนจำกัด และแม้กระทั่งการออกแบบรถแข่ง
ทีมผู้เชี่ยวชาญของ Mulliner ซึ่งประกอบด้วยนักออกแบบและศิลปินดิจิทัล ทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อผสานการออกแบบที่ไร้ที่ติเข้ากับความสามารถในการสร้างภาพเสมือนจริง (photorealistic renderings) จากการออกแบบของลูกค้าก่อนการผลิตจริง ทีมงาน Mulliner เป็นหนึ่งเดียวที่รับผิดชอบผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นที่ออกแบบโดย Mulliner ในช่วงเจ็ดปีที่ผ่านมา ทำให้สามารถรักษา DNA การออกแบบของเบนท์ลีย์ได้อย่างลงตัว ขณะเดียวกันก็เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าได้อย่างไม่จำกัด ขีดจำกัดของ การออกแบบรถยนต์สั่งทำพิเศษ ในปัจจุบันมีเพียงแค่จินตนาการของลูกค้าและข้อจำกัดทางกฎหมายเท่านั้น
Mulliner Personalisation: การมีส่วนร่วมของลูกค้าคือหัวใจหลัก
การออกแบบของ Mulliner เป็นแกนหลักของกลยุทธ์การสร้างสรรค์ผลงานของ Bentley Mulliner ทีมงานทำงานร่วมกับทั้งสามแผนกย่อยของฝ่ายออกแบบพิเศษ ตัวอย่างที่น่าสนใจคือการที่ทีมได้นำลูกค้า Bentley Mulliner Bacalar กว่า 12 ท่าน ชมตัวเลือกการออกแบบผ่านระบบ Zoom ในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 หรือการให้คำแนะนำลูกค้า 12 ท่านสำหรับ Bentley Blower Continuation Series ในการกำหนดสเปกต่างๆ
การสร้างสรรค์ Mulliner design สำหรับรุ่น Continental GT Coupe และ Convertible รวมถึงการเผยแพร่คู่มือ “Mulliner Personal Commissioning Guide” ได้เปิดโอกาสให้ลูกค้าเบนท์ลีย์ทุกคนสามารถเพิ่มรายละเอียดที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับรถยนต์ของตนเองได้ การให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของกระบวนการ ตั้งแต่การออกแบบรถยนต์แบบคลาสสิก ไปจนถึงการสร้างสรรค์ตัวถังและคอลเลกชันต่างๆ ทำให้ทีมออกแบบสามารถส่งมอบประสบการณ์ Mulliner ที่ทันสมัยและเข้าถึงได้มากยิ่งขึ้น
อิสระแห่งการสร้างสรรค์: วัสดุที่เหนือกว่ามาตรฐาน
ลักษณะงานที่มีปริมาณจำกัดของ Mulliner ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่มอบอิสระให้กับทีมออกแบบ นักออกแบบทำงานอย่างใกล้ชิดกับแผนกอื่นๆ ของ Bentley เพื่อพัฒนาแนวคิดและกรอบความคิดใหม่ๆ ที่ไม่สามารถทำได้ในสายการผลิตรถยนต์เบนท์ลีย์ทั่วไป ตัวอย่างที่โดดเด่นคืองาน Mulliner wood veneers ที่ใช้วัสดุหินอัด (stone veneers) ซึ่งมีปริมาณจำกัดอย่างมาก เนื่องจากกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนและยากลำบาก ซึ่งเกี่ยวข้องกับการขึ้นรูปและตกแต่งแผ่นหินที่มีความหนาน้อยกว่าหนึ่งมิลลิเมตร
พอล วิลเลียมส์ ผู้อำนวยการฝ่าย Mulliner และ Motorsport กล่าวเน้นย้ำว่า “ตั้งแต่ปี 2557 ทีมออกแบบ Mulliner ของเรามีงานออกแบบพิเศษจากลูกค้าเฉลี่ย 3 ชิ้นงานต่อสัปดาห์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความนิยมของ Bentley bespoke design ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง” ทีมงานภายใต้การนำของฟิล ดีน ผู้จัดการฝ่ายออกแบบ ได้ดำเนินการทุกอย่าง ตั้งแต่การตกแต่งของ Continental GT3 ไปจนถึงการกำหนดสเปกและรายละเอียดของรถยนต์ 12 คันในรุ่น Blower Continuation Series สิ่งเดียวที่การออกแบบเหล่านี้มีร่วมกันคือความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของลูกค้าแต่ละราย
ความหลากหลายที่น่าอัศจรรย์: การนำเสนอความเป็นเลิศ
งานออกแบบพิเศษสำหรับลูกค้ามีความหลากหลายน่าทึ่ง ครอบคลุมถึงไม้วีเนียร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บางชิ้นมีการฉลุลายตามสั่ง การผสมผสานสีหนังที่งดงามสะดุดตา ควบคู่ไปกับการแบ่งโทนสีที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ การปักเย็บที่สามารถออกแบบได้เองสำหรับงานพิเศษที่หลากหลาย เช่นเดียวกับกาบบันไดและไฟต้อนรับที่สามารถปรับแต่งได้ วัสดุที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ได้แก่ การออกแบบลายขนสัตว์แบบเฉพาะตัว การใช้ไม้วีเนียร์หินอัดแทนไม้แบบดั้งเดิม และแม้กระทั่งการนำสิ่งประดิษฐ์ชิ้นเล็กๆ จากอดีตของเบนท์ลีย์มาใช้
การออกแบบพิเศษถูกสร้างสรรค์ขึ้นเป็นซีรีส์รถยนต์แต่ละรุ่น ซึ่งมักจะถูกครอบครองโดยลูกค้าเพียงไม่กี่ท่าน ตัวอย่างเช่น ซีรีส์รถยนต์เบนท์ลีย์ 7 คันที่เฉลิมฉลองให้กับทีม Breitling Jets ที่มีชื่อเสียง โดยจับคู่สีกับเครื่องบินที่สร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขามีเฉดสีดำ เงิน และเหลือง รุ่นพิเศษสำหรับแต่ละภูมิภาคก็ถูกออกแบบโดยตัวแทนจำหน่ายหรือลูกค้า เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จของเบนท์ลีย์ เช่นเดียวกับ Continental GT Pikes Peak ที่ผลิตขึ้นในปี 2562 เพื่อเป็นการฉลองสถิติของเบนท์ลีย์ที่ Pikes Peak International Hillclimb
Mulliner Speedforms: ผลงานศิลปะก่อนรับรถ
ทักษะของทีมออกแบบ Mulliner ได้ขยายขอบเขตไปไกลกว่าแค่การออกแบบตัวรถ ตั้งแต่รายละเอียดภายใน ไปจนถึงแบบจำลองขนาดและงานประติมากรรมที่มีธีมการออกแบบ ทีมงานมีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์กระเช้าปิกนิกสำหรับ Bentayga ที่งดงาม ซึ่งมาพร้อมตู้เย็น อุปกรณ์ทานอาหารคุณภาพสูงสั่งทำพิเศษ ถ้วยชาม แก้วคริสตัล และพื้นที่เก็บของ เพื่อความสะดวกสบายสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง กระเช้าสามารถถอดออกและใช้เป็นที่นั่งได้ ลูกค้าของ Blower Continuation Series และ Bentley Mulliner Bacalar ยังได้รับ “speedforms” ที่ออกแบบมาพิเศษล่วงหน้าก่อนที่จะรับมอบรถยนต์ พร้อมกับการออกแบบพิเศษ ซึ่งแต่ละชิ้นได้รับการรังสรรค์โดย Mulliner เพื่อความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์
Bentley Mulliner ได้สร้างสรรค์ผลงานครอบคลุมทั้ง 3 แผนก และคู่มือแนะนำการออกแบบพิเศษที่เพิ่มความหลากหลายให้กับลูกค้าในการรังสรรค์รถยนต์เบนท์ลีย์ ทีมออกแบบ Mulliner พร้อมแล้วสำหรับโครงการอีกมากมายในอนาคตอันใกล้นี้
20 ปี Continental GT: ตำนานแห่งสปอร์ตคูเป้ ที่ยังคงสร้างแรงบันดาลใจ
การเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปีของ Continental GT ถือเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ของเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2546 Continental GT ได้นิยามใหม่ของสปอร์ตคูเป้หรู โดยผสานสมรรถนะอันดุดันเข้ากับงานฝีมือชั้นเลิศและความหรูหราในแบบฉบับเบนท์ลีย์ การเปิดตัว Bentley Continental GTS รุ่นพิเศษ หนึ่งเดียวในโลก ที่งานเซี่ยงไฮ้ ออโต้ โชว์ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของรุ่นนี้ในตลาดโลก
Continental GTS รุ่นพิเศษ มาพร้อมการตกแต่งที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งการเฉลิมฉลอง ทั้งเฉดสีเทาเข้มเมทัลลิกที่ดุดัน การตกแต่งด้วยโครเมียมสีดำ และล้ออัลลอยด์สปอร์ตสีดำขนาด 22 นิ้ว การตกแต่งภายในเน้นโทนสีดำและแดงที่เป็นเอกลักษณ์ โดยใช้หนังสีดำ Beluga ตัดกับสีแดง Hotspur อย่างลงตัว พร้อมการตกแต่งด้วยไม้วีเนียร์ Piano Black ที่เพิ่มความหรูหรา
การตกแต่งภายในแบบสั่งทำพิเศษยังคงความโดดเด่นด้วยโทนสีจาก Bentley Mulliner บนแผงหน้าปัดและรอบห้องโดยสารที่เคลือบผิวแบบทูโทน รวมถึงรายละเอียดพิเศษบริเวณคอนโซลกลางและกาบบันได แผ่นไม้วีเนียร์แบบทูโทนแถบบนรังสรรค์จาก Granite Stone มอบผิวสัมผัสที่ไม่เหมือนใคร ในขณะที่แถบล่างรังสรรค์จาก Grand Black พร้อมตัวอักษร “20 YEARS OF THE CONTINENTAL GT” สลักด้วยเลเซอร์ แถบสีแดงคาดแนวนอนพาดผ่านคอนโซลกลาง เพิ่มมิติและความน่าสนใจ
กาบบันไดออกแบบพิเศษฉลอง 20 ปี ด้วยภาพล้ออัลลอยด์ของ Continental GT เจนเนอเรชั่นที่ 1 และ 3 เช่นเดียวกับภาพสัดส่วนตัวรถในเจนเนอเรชั่นเดียวกัน บริเวณคอนโซลกลางและไฟต้อนรับแบบ LED ดีไซน์เฉพาะตัวก็ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษนี้
Continental GT: นิยามใหม่ของสปอร์ตคูเป้ระดับโลก
Continental GT เปิดตัวในปี 2546 เป็นรถยนต์รุ่นแรกในยุคใหม่ของเบนท์ลีย์ มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อและนวัตกรรมเครื่องยนต์ W12 อันเป็นเอกลักษณ์ รถยนต์รุ่นนี้ได้ขับเคลื่อนเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ให้กลายเป็นแบรนด์รถยนต์หรูที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก
ในช่วงเวลาของการเปิดตัว Continental GT นำเสนอการผสมผสานอันเป็นเอกลักษณ์ระหว่างการออกแบบที่น่าทึ่ง สมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ และงานฝีมืออันประณีต ได้รับการยกย่องว่าเป็นรถยนต์สปอร์ตคูเป้ 4 ที่นั่งที่เร็วที่สุดในโลก ด้วยความเร็วสูงสุดกว่า 190 ไมล์ต่อชั่วโมง (300 กม./ชม.) และอัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงภายใน 4.7 วินาที ด้วยการที่ไม่มีคู่แข่งในระดับเดียวกัน ณ ขณะนั้น Continental GT จึงกลายเป็นที่กล่าวขานไปทั่วโลกและเจาะกลุ่มตลาดใหม่ได้อย่างรวดเร็ว
ปัจจุบัน Continental GT และ Continental GTC เจเนอเรชั่นที่ 3 ยังคงได้รับรางวัลและคำชมอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2565 Continental GT Speed ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติจาก Robb Report Car of the Year และ Continental GT V8 S ก็ได้รับรางวัล Car of the Year ประจำปี 2566 นอกจากนี้ Continental GT ยังคงได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่องจากงาน Auto Motor und Sport ในสาขารถยนต์นำเข้าหรูเป็นปีที่สองติดต่อกัน
สัมผัสประสบการณ์ Continental GT: การเดินทางย้อนเวลา
เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี Bentley Motors มอบโอกาสพิเศษในการทดลองขับ Continental GT ที่สำนักงานใหญ่เมืองครูว์ และที่เจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมี Continental GT เจเนอเรชั่นที่ 1 และ 2 จาก Bentley Heritage Collection ให้ทดลองขับร่วมกับ Continental GT รุ่นใหม่ เพื่อให้เห็นถึงการออกแบบและวิวัฒนาการทางวิศวกรรมตลอดระยะเวลา 20 ปีได้อย่างชัดเจน
20 ปีแห่งสุดยอดการออกแบบและขุมพลัง W12
โอกาสครบรอบ 20 ปีของ Continental GT ยังเป็นการเฉลิมฉลองให้กับเครื่องยนต์ W12 เทอร์โบคู่ขนาด 6.0 ลิตร อันทรงพลังของเบนท์ลีย์ ซึ่งเป็นขุมพลังที่ขับเคลื่อนความสำเร็จของแบรนด์มาตลอดสองทศวรรษ ด้วยการประกาศสิ้นสุดการผลิตเครื่องยนต์ W12 ในเดือนเมษายน 2567 ทำให้เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เหลือเวลาอีกเพียง 12 เดือนในการผลิตเครื่องยนต์รุ่นนี้ก่อนที่จะเปิดรับอนาคตแห่งยานยนต์ไฟฟ้า
โอกาสครั้งสำคัญนี้จะได้รับการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ณ งาน Goodwood Festival of Speed ระหว่างวันที่ 13-16 กรกฎาคมนี้ โดย Bentley Motors จะจัดแสดงรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ W12 ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา รวมถึง Bentley Batur รุ่นใหม่ล่าสุดที่รังสรรค์ขึ้นโดย Bentley Mulliner
ตำนานแห่งสปอร์ตคูเป้ ณ Monterey Car Week
Continental GT คันแรกที่ออกจากสายการผลิต ณ เมืองครูว์ในปี 2546 หมายเลขตัวถัง VIN 20001 ได้รับการตกแต่งด้วยสีเขียว Cypress Green ภายในบุด้วยหนังสีน้ำตาลและไม้วีเนียร์ Burr Walnut รถคันแรกคันนี้ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจถึงก้าวสำคัญของ Bentley Motors ในอดีต
สำหรับงาน Monterey Car Week ระหว่างวันที่ 11-18 สิงหาคม 2566 Bentley Motors เตรียมเผยโฉม Continental GT รุ่นสุดท้ายคันเดียวในโลก ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Continental GT คันแรก VIN 20001 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษนี้
สำหรับ Bentley Continental GT V8 AAS Auto Service พร้อมเปิดรับคำสั่งจอง มอบข้อเสนอที่ดีที่สุดในการครอบครองด้วยราคาเริ่มต้นที่ 19.4 ล้านบาท พร้อมการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิตนาน 3 ปี ตัวเลือกแผนต่อระยะเวลาการรับประกันจากโรงงานผู้ผลิต (Bentley Extended Warranty) สูงสุด 4 ปี และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงนาน 3 ปีเต็ม
หากคุณปรารถนาที่จะสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับของการออกแบบที่ไร้ขีดจำกัด และต้องการยนตรกรรมที่สะท้อนความเป็นตัวตนของคุณอย่างแท้จริง เชิญติดต่อ Bentley Bangkok เพื่อสำรวจความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัดของ Bentley Mulliner ได้แล้ววันนี้