
Bentley Continental GT Speed Convertible: นิยามใหม่แห่งสุดยอดยนตรกรรมเปิดประทุนสมรรถนะสูง
ในโลกของยนตรกรรมระดับลักซ์ชัวรีที่ความเร็ว ความสง่างาม และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยบรรจบกันอย่างลงตัว Bentley Continental GT Speed Convertible รุ่นล่าสุด ได้ถือกำเนิดขึ้นเพื่อท้าทายทุกขีดจำกัด และนิยามความหมายใหม่ของรถยนต์เปิดประทุน 4 ที่นั่งที่เร็วที่สุดในโลก ด้วยการผสมผสานระหว่างสมรรถนะอันดุดัน งานหัตถศิลป์อันประณีต และความหรูหราที่เหนือระดับ ทำให้ Bentley Continental GT Speed Convertible ไม่ใช่เพียงแค่ยานพาหนะ แต่คือประสบการณ์การขับขี่อันเร้าใจที่พร้อมตอบสนองทุกความต้องการของผู้ที่แสวงหาความเป็นเลิศ
หัวใจที่เต้นแรง: ขุมพลัง W12 ที่เหนือกว่า
หัวใจสำคัญของ Bentley Continental GT Speed Convertible คือเครื่องยนต์ W12 Twin-Turbocharged ขนาด 6.0 ลิตร ซึ่งได้รับการปรับแต่งให้ปลดปล่อยพละกำลังสูงสุดถึง 616 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 800 นิวตันเมตร ที่สามารถรีดเค้นได้ตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ 2,000 ถึง 5,000 รอบต่อนาที ขุมพลังนี้ผสานกับระบบส่งกำลังอัตโนมัติ 8 สปีดที่ได้รับการพัฒนาใหม่ ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่ฉับไวและราบรื่น ส่งผลให้รถสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 4.4 วินาที และทะยานสู่ความเร็วสูงสุดถึง 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เทียบเท่ากับรุ่น Coupe อันเป็นสัญลักษณ์ของความเร็วสูงสุดในตระกูล Continental
ระบบจัดการเครื่องยนต์ ME17 ได้รับการปรับปรุงให้คำนวณและควบคุมการทำงานของเทอร์โบชาร์จเจอร์และการจัดการแรงบิดได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมด้วยระบบหมุนเวียนพลังงาน (Energy Recuperation System) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 15% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า การเลือกโหมด Sport จะยิ่งปลุกเร้าสมรรถนะให้ถึงขีดสุด ด้วยการตอบสนองของเครื่องยนต์ที่เฉียบคมขึ้น การเปลี่ยนเกียร์ที่รอบสูงขึ้น และความสามารถในการ “Block Shifting” ที่ส่งกำลังได้อย่างต่อเนื่องไร้รอยต่อ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดุดันและเร้าใจที่สุด
ช่วงล่างอันชาญฉลาด: การควบคุมที่มั่นคงและความสบายที่ไร้คู่แข่ง
ตัวถังของ Continental GT Speed Convertible ได้รับการออกแบบมาให้มีความแข็งแกร่งเชิงบิดที่ยอดเยี่ยมถึง 22,500 นิวตันเมตรต่อองศา ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า ระบบช่วงล่างแบบปีกนกคู่ (Double Wishbone) ด้านหน้า และแบบ Trapezoidal Multi-link ด้านหลัง ผสานกับระบบถุงลมแบบปรับระดับได้ (Air Suspension) และระบบควบคุมการหน่วง (Damper Control) ที่ได้รับการปรับตั้งค่าใหม่ทั้งหมด เพื่อมอบการยึดเกาะถนน การทรงตัว และการควบคุมที่แม่นยำยิ่งขึ้น โดยที่ยังคงรักษาความสบายสูงสุดตามแบบฉบับรถ Grand Tourer
ระบบ Self-levelling System ถูกปรับตั้งค่าให้ตัวถังลดระดับลง 10 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับรุ่น Continental GT Convertible ทั่วไป ทำให้รถมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลง เพิ่มความมั่นคง และลดอาการโคลงเคลงเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง เสริมด้วย Anti-roll bars ที่ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อรักษาเสถียรภาพของตัวรถให้สมบูรณ์แบบในทุกสภาวะการขับขี่
ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Stability Control – ESC) ได้รับการปรับค่าให้ทำงานร่วมกับระบบจัดการเครื่องยนต์ใหม่ได้อย่างลงตัว เพื่อมอบความปลอดภัยสูงสุด ควบคู่ไปกับการส่งเสริมประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ โหมด Dynamic Mode ของ ESC ได้รับการปรับปรุงให้ยอมให้ล้อลื่นไถลได้มากขึ้นในความเร็วสูง และเรียกคืนแรงบิดของเครื่องยนต์ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสถึงการควบคุมสมรรถนะอันทรงพลังของตัวรถได้อย่างเต็มที่
การออกแบบภายนอก: ความดุดันที่แฝงไว้ด้วยความสง่างาม
รูปลักษณ์ภายนอกของ Bentley Continental GT Speed Convertible สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและสมรรถนะอันโดดเด่น กระจังหน้าแบบเมทริกซ์สีเข้ม (Dark-tint Chrome) และช่องดักอากาศบริเวณกันชน ที่ตัดกันอย่างลงตัวกับล้ออัลลอยด์ขนาด 21 นิ้ว ลาย Speed ที่มีให้เลือกทั้งสีเงินและสี Dark Tint ปลายท่อไอเสียทรงไข่ขนาดใหญ่ และโลโก้ “B” พื้นหลังสีดำบนฝาครอบหม้อน้ำ ล้วนเป็นรายละเอียดที่เสริมภาพลักษณ์สปอร์ตให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
การใช้เทคโนโลยี Superformed Aluminium ในการขึ้นรูปชิ้นส่วนฝากระโปรงหน้า ช่วยให้ได้ชิ้นส่วนที่ไร้รอยต่อ มีความแข็งแกร่ง และมีน้ำหนักเบา การปรับลดความสูงของช่วงล่างลง 10 มิลลิเมตร ประกอบกับล้อขนาด 21 นิ้ว และการเสริมด้วยสปอยเลอร์ที่ได้รับการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ ช่วยเพิ่มแรงกด (Downforce) ให้กับตัวรถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูงเกินกว่า 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ภายในห้องโดยสาร: สัมผัสแห่งความหรูหราและงานหัตศิลป์ชั้นสูง
ก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Continental GT Speed Convertible คุณจะพบกับโลกแห่งความหรูหราและงานหัตถกรรมชั้นเลิศที่ Bentley มีชื่อเสียง ชุดตกแต่ง Mulliner Driving Specification ที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ยกระดับความพิเศษให้กับภายในห้องโดยสาร ด้วยการเดินด้ายที่เป็นเอกลักษณ์ การปั๊มลาย และการปักที่ประณีต บรรยากาศภายในให้ความรู้สึกอบอุ่นราวกับรังไหม พร้อมที่จะมอบประสบการณ์ที่พิเศษในทุกการเดินทาง
แผงหน้าปัดได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่ง Le Mans ในยุค 1920s เสริมด้วยแผงไม้ชั้นดี หรือวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์สีซาติน (Option) ที่คอนโซลกลาง เพื่อเพิ่มความทันสมัยและความเป็นเอกลักษณ์ให้กับห้องโดยสาร
ระบบ Infotainment ที่ได้รับการอัพเกรดเวอร์ชันล่าสุด มาพร้อมฟังก์ชันที่หลากหลาย เช่น ระบบนำทางแบบ 3 มิติ ภาพถ่ายจากดาวเทียม ข้อมูลการจราจรแบบเรียลไทม์ และวิทยุดิจิทัล หน่วยความจำภายใน 15GB เพียงพอสำหรับการจัดเก็บเพลงโปรด สามารถเชื่อมต่อกับ iPod, MP3 Player, เครื่องเล่น CD 6 แผ่น หรือการ์ด SD ได้อย่างสะดวก
ระบบเครื่องเสียงมาตรฐานประกอบด้วยลำโพง Balanced Mode Radiator (BMR) ที่ผสานการทำงานของลำโพงเสียงแหลมและเสียงกลางไว้ในตัวเดียว เพื่อมอบเสียงที่คมชัดและมีมิติ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบเสียงเพลงเป็นพิเศษ สามารถเลือกอัพเกรดเป็นระบบเสียง Naim อันเลื่องชื่อ ที่มาพร้อมกับโหมด Digital Sound Processing และการปรับสมดุลเสียงอัตโนมัติเมื่อเปิดหลังคา
ความเร้าใจไร้ขีดจำกัด: ขับเคลื่อนทุกวัน ทุกฤดูกาล
Continental GT Speed Convertible มอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าประทับใจไม่ว่าคุณจะเปิดประทุนรับลมเย็น หรือปิดหลังคาเพื่อสัมผัสความอบอุ่น หลังคาแบบ 4 ชั้นได้รับการทดสอบในสภาวะอุณหภูมิสุดขั้ว ตั้งแต่ -30 ถึง +50 องศาเซลเซียส เพื่อให้มั่นใจว่ามีความแข็งแรง ทนทานต่อสภาพอากาศ และรักษาความเงียบสงบภายในห้องโดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ระบบทำความอุ่นที่คอ (Neck Warmer) เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ช่วยเพิ่มความสบายให้กับผู้โดยสาร เมื่อต้องขับขี่ในวันที่อากาศเย็นในช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วง
ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (All-Wheel Drive) อันชาญฉลาดของ Bentley ได้รับการปรับปรุงให้มีการกระจายแรงบิดไปยังเพลาหลังในสัดส่วน 60:40 เพื่อเพิ่มการควบคุม และลดอาการ Understeer เมื่อเข้าโค้งอย่างหนักหน่วง ระบบจะปรับการกระจายแรงบิดระหว่างเพลาหน้าและเพลาหลังอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจได้ถึงการยึดเกาะถนนสูงสุดในทุกสภาวะ ทำให้ Continental GT Speed Convertible พร้อมที่จะพาคุณโลดแล่นไปบนถนนที่เปียกลื่น หรือแม้แต่เส้นทางที่ปกคลุมไปด้วยหิมะในแถบเทือกเขาแอลป์ ด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม
Bentley Continental GT เจเนอเรชั่นที่ 4: นิยามใหม่แห่งสมรรถนะและความหรูหรา (อัพเดต 2025)
Bentley ได้เปิดตัว Continental GT และ GTC เจเนอเรชั่นที่ 4 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 6 ปี โดยรุ่นใหม่นี้ได้นำเสนอขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid) เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ ความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์ และการตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ยุคใหม่
ดีไซน์ภายนอกที่ปฏิวัติวงการ:
การออกแบบภายนอกของ Continental GT เจเนอเรชั่นใหม่ ได้รับการตีความใหม่ ให้มีความโฉบเฉี่ยวและล้ำสมัยยิ่งขึ้น ไฟหน้า LED แบบเมทริกซ์ที่ควบคุมแบบดิจิทัล ประกอบด้วยหลอด LED กว่า 120 ดวง สามารถปรับการทำงานของลำแสงได้อัตโนมัติ เพื่อประสิทธิภาพการส่องสว่างสูงสุดและเพิ่มขอบเขตการมองเห็นให้กว้างขึ้น ฝากระโปรงหน้าแบบยาวจรดหลังคา สร้างเส้นสายแนวนอนที่แข็งแกร่ง บ่งบอกถึงสมรรถนะอันทรงพลัง
ด้านท้ายของรถได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด กันชนท้าย ไฟท้ายดีไซน์ใหม่ที่ทอดยาวจรดฝากระโปรงท้าย พร้อมกราฟิกที่ซับซ้อน เสมือนลาวาหลอมเหลว ฝากระโปรงท้ายที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ ช่วยเพิ่มแรงกดโดยไม่ต้องพึ่งพาสปอยเลอร์ ทำให้รถดูเรียบหรูและสะอาดตา
ล้ออัลลอยขนาด 22 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “กรงเล็บเสือ” เพิ่มความดุดันและโดดเด่น สามารถเลือกสีได้หลากหลาย เช่น เฉดสีเข้มมันเงา สีดำเงา หรือสีเงิน สำหรับรุ่น Continental GTC มีตัวเลือกสีหลังคาผ้าใบถึง 7 เฉดสี รวมถึงผ้าทวีดที่สามารถเปิด-ปิดได้ภายใน 19 วินาทีขณะรถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 48 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
มิติของตัวรถ:
ความยาว: 4,895 มิลลิเมตร
ความกว้าง: 2,187 มิลลิเมตร
ความสูง: 1,397 มิลลิเมตร
ฐานล้อ: 2,851 มิลลิเมตร
น้ำหนักรถ: 2,459 กิโลกรัม
ความจุถังน้ำมัน: 80 ลิตร
ภายในห้องโดยสาร: สุนทรียภาพแห่งการเดินทาง:
การตกแต่งภายในห้องโดยสาร เป็นการผสมผสานระหว่างงานศิลปะและเทคโนโลยี เบาะนั่งและแผงประตูตกแต่งด้วยลวดลายการควิลท์แบบใหม่ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบแฟชั่นร่วมสมัย สร้างบรรยากาศที่หรูหราและอบอุ่นราวกับ “รังไหม”
เบาะนั่งแบบปรับได้ 20 ทิศทาง พร้อมระบบปรับท่าทางและอุณหภูมิอัตโนมัติ ช่วยลดความเมื่อยล้าและมอบความผ่อนคลายสูงสุดตลอดการเดินทาง การตกแต่งแบบ Dark Chrome เพิ่มความสวยงามทันสมัยให้กับส่วนต่างๆ เช่น มือจับประตู สวิตช์ และลำโพง
ระบบเสียงระดับพรีเมียม:
มีตัวเลือกระบบเสียง 3 ระดับ:
ระบบเสียงมาตรฐาน: ลำโพง 10 ตัว, กำลังขับ 650 วัตต์
ระบบเสียง Bang & Olufsen: ลำโพง 16 ตัว, กำลังขับ 1,500 วัตต์ พร้อมหน้ากากลำโพงเรืองแสง
ระบบเสียง Naim: ลำโพง 18 ตัว, กำลังขับ 2,200 วัตต์ พร้อม Active Bass Transducers ในเบาะหน้า และโหมดเสียง 8 รูปแบบ
กระจกกันเสียงแบบลามิเนต ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกลงได้ 9 เดซิเบล
เทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อผู้ขับขี่:
หน้าจอแสดงผลแบบ 3 ด้าน ประกอบด้วย:
จอสัมผัสความละเอียดสูง 12.3 นิ้ว
หน้าปัดอนาล็อกสุดคลาสสิก 3 หน้าปัด
แผงบุด้วยแผ่นไม้วีเนียร์
ผู้ขับขี่สามารถสลับการแสดงผลได้เพียงกดปุ่มเดียว หน้าจอสัมผัสรองรับ Apple CarPlay, Android Auto และการอัปเดตแผนที่แบบ Over-the-air ระบบ My Bentley App Studio ช่วยให้เชื่อมต่อแอปพลิเคชันต่างๆ ได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย
ระบบไฟ Ambient Lighting ที่ปรับสีได้กว่า 30 เฉดสี สร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารให้หลากหลายและน่าประทับใจ
ขุมพลัง Ultra Performance Hybrid ใหม่:
หัวใจสำคัญของ Continental GT เจเนอเรชั่นใหม่ คือขุมพลัง Ultra Performance Hybrid ที่ประกอบด้วย:
เครื่องยนต์ V8 Plug-in Hybrid 4.0 ลิตร: ให้กำลังสูงสุด 596 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิด 800 นิวตันเมตร ที่ 2,000-4,500 รอบ/นาที
มอเตอร์ไฟฟ้า: ให้กำลัง 190 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิด 450 นิวตันเมตร
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 25.9 kWh
กำลังรวมสูงสุด: 782 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที
แรงบิดรวมสูงสุด: 1,000 นิวตันเมตร
สมรรถนะ:
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 3.2 วินาที (รุ่น Coupe) / 3.4 วินาที (รุ่น GTC Convertible)
ความเร็วสูงสุด: 335 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (รุ่น Coupe) / 285 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (รุ่น GTC Convertible – จำกัดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์)
ความเร็วสูงสุดในโหมดไฟฟ้าล้วน: 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ระยะทางวิ่งสูงสุดในโหมดไฟฟ้าล้วน (WLTP): มากกว่า 81 กิโลเมตร
ระยะทางวิ่งรวม (น้ำมัน 1 ถัง + แบตเตอรี่เต็ม): 859 กิโลเมตร
การชาร์จ: สามารถชาร์จแบตเตอรี่ด้วย AC กำลังสูงสุด 11 kW ให้เต็มภายใน 2 ชั่วโมงครึ่ง
ระบบส่งกำลังอัตโนมัติคลัตช์คู่ 8 สปีด พร้อมเฟืองท้ายไฟฟ้า (eLSD) และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ช่วยให้การจ่ายกำลังและการยึดเกาะถนนเป็นไปอย่างยอดเยี่ยมในทุกสภาพพื้นผิว
แชสซีที่ได้รับการพัฒนา:
แชสซีใหม่ พร้อมระบบถุงลมคู่และแดมเปอร์วาล์วคู่ ผสานกับ Bentley Dynamic Ride (ระบบควบคุมการเข้าโค้งแบบแอคทีฟด้วยไฟฟ้า 48 โวลต์) มอบประสิทธิภาพการขับขี่ที่น่าทึ่งและความสบายขั้นสูงสุด การกระจายน้ำหนักแบบขับเคลื่อนล้อหลัง 49:51 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ Bentley
Bentley Performance Active Chassis รวบรวมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบแอคทีฟ, เฟืองท้ายไฟฟ้า, ระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้อ, ระบบควบคุมแรงบิดขณะเข้าโค้ง, ระบบป้องกันการโคลงตัวด้วยไฟฟ้า 48 โวลต์ และซอฟต์แวร์ ESC รุ่นใหม่ เข้าไว้ด้วยกัน
ราคาและการจำหน่ายในประเทศไทย:
Bentley Continental GT และ GTC เจเนอเรชั่นใหม่ จะผลิตและส่งมอบโดยช่างฝีมือที่ Bentley’s Dream Factory ณ เมืองครูว์ ประเทศอังกฤษ ตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ของปีนี้
สำหรับประเทศไทย Bentley Bangkok โดย AAS Auto Service ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ มอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับการสั่งจอง พร้อมเอกสิทธิ์การบริการหลังการขายมาตรฐานโรงงานผู้ผลิต:
การรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด: นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
การรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิตและบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง: นาน 3 ปี
สิทธิ์ในการต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต (Bentley Extended Warranty): สูงสุด 4 ปี
ราคาเริ่มต้น:
รุ่น Continental GT Speed: 26,900,000 บาท
รุ่น Continental GT Convertible Speed: 29,500,000 บาท
Bentley Continental GT Speed Convertible ไม่ใช่เพียงสุดยอดยนตรกรรมที่มอบความเร็วและความหรูหรา แต่คือการประกาศศักดาแห่งนวัตกรรมและการออกแบบที่ไร้ขีดจำกัด ที่พร้อมให้คุณสัมผัสประสบการณ์การขับขี่อันน่าจดจำในทุกเส้นทาง
สัมผัสประสบการณ์แห่งสุดยอดยนตรกรรมที่ผสานสมรรถนะอันเร้าใจ ความหรูหราที่ไร้ที่สิ้นสุด และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุด เชิญเยี่ยมชมโชว์รูม Bentley Bangkok โดย AAS Auto Service หรือติดต่อเราเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายทดลองขับ Bentley Continental GT Speed Convertible เพื่อค้นหา “นิยามใหม่ของความเป็นที่สุด” ที่คุณคู่ควร