
Bentley Continental GT Speed Convertible: ปลดปล่อยความเร็วสูงสุด สัมผัสหรูหราเหนือระดับ
ในโลกแห่งยนตรกรรมที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและความก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง มีเพียงไม่กี่ยี่ห้อที่สามารถยืนหยัดเป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหรา ประสิทธิภาพอันไร้เทียมทาน และงานฝีมืออันประณีตได้เหนือกาลเวลา Bentley คือหนึ่งในนั้น และเมื่อต้นปีที่ผ่านมา Bentley ได้สร้างปรากฏการณ์อีกครั้งในวงการยานยนต์ระดับโลกด้วยการเปิดตัว Bentley Continental GT Speed Convertible รถเปิดประทุน 4 ที่นั่งที่เร็วที่สุดในโลก ณ งานมหกรรมยานยนต์ North American International Auto Show ณ เมืองดีทรอย ท่ามกลางความตื่นตาตื่นใจของเหล่าผู้ที่ชื่นชอบยนตรกรรมสุดพิเศษ
ในฐานะผู้ที่คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมขอยืนยันว่า Continental GT Speed Convertible ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์ แต่คือผลงานศิลปะที่ขับเคลื่อนได้ เป็นการหลอมรวมระหว่างความงดงามของรถเปิดประทุนแบบแกรนด์ทัวเรอร์เข้ากับสมรรถนะอันดุดันของซูเปอร์คาร์ได้อย่างไร้ที่ติ สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ Bentley Continental GT Speed Convertible ราคา ที่สะท้อนถึงรสนิยมอันสูงส่ง ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า และความภูมิใจในการเป็นเจ้าของ นี่คือคำตอบที่คุณกำลังตามหา
หัวใจหลักของพละกำลัง: เครื่องยนต์ W12 ทวินเทอร์โบ อันทรงพลัง
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อน Bentley Continental GT Speed Convertible ให้ทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่เกรงกลัว คือเครื่องยนต์ W12 ขนาด 6.0 ลิตร ที่มาพร้อมระบบอัดอากาศแบบทวินเทอร์โบชาร์จเจอร์ (Twin-Turbocharged) ซึ่งได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้า ปล่อยพละกำลังสูงสุดถึง 616 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 800 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่องยนต์กว้างตั้งแต่ 2,000 ถึง 5,000 รอบต่อนาที ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่สถิติ แต่คือคำมั่นสัญญาถึงอัตราเร่งที่รวดเร็วฉับไวราวกับสายฟ้าฟาด
การผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ที่เปี่ยมด้วยพละกำลังกับระบบส่งกำลังอัตโนมัติ 8 สปีดที่ได้รับการพัฒนาใหม่ ทำให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็วอย่างน่าทึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเลือกใช้โหมดสปอร์ต (Sport Mode) ซึ่งจะปรับการตอบสนองของคันเร่งและระบบส่งกำลังให้เฉียบคมยิ่งขึ้น พร้อมความสามารถในการ “Block Shifting” หรือการเปลี่ยนเกียร์หลายระดับในคราวเดียว เช่น จากเกียร์ 8 ลงสู่เกียร์ 4 โดยตรง เพื่อให้ได้อัตราเร่งสูงสุดเมื่อต้องการแซงหรือเร่งความเร็วอย่างทันทีทันใด
สิ่งที่น่าประทับใจยิ่งกว่านั้นคือ การที่ Bentley สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ถึง 15% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยยังคงสมรรถนะระดับสูงสุดไว้ได้ ซึ่งเป็นผลมาจากการนำระบบจัดการเครื่องยนต์ ME17 ที่มีความสามารถในการคำนวณและควบคุมการทำงานของเทอร์โบชาร์จเจอร์ การจัดการแรงบิด และการเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ได้อย่างแม่นยำ รวมถึงระบบหมุนเวียนพลังงาน Energy Recuperation System ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พบได้ในเครื่องยนต์ W12 รุ่นอื่นๆ ของ Bentley
ประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับ: ช่วงล่างที่แม่นยำและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ
ความเร็วสูงสุดที่ทำได้ถึง 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขที่น่าตื่นตา แต่เป็นผลลัพธ์ของการออกแบบและวิศวกรรมที่พิถีพิถันในทุกอณู โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาระบบช่วงล่างให้มีความหนึบแน่นและแม่นยำสูง ด้วยโครงสร้างตัวถังที่มีความแข็งแกร่งเชิงบิดตัวสูงถึง 22,500 นิวตันเมตรต่อองศา เป็นพื้นฐานที่สมบูรณ์แบบสำหรับการสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม
ระบบช่วงล่างแบบถุงลม (Air Suspension) พร้อมระบบปรับระดับอัตโนมัติ (Self-Levelling System) ได้รับการตั้งค่าให้ลดระดับลง 10 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับรุ่น Continental GT Convertible ทั่วไป เพื่อให้ตัวรถมีความใกล้ชิดกับพื้นถนนมากขึ้น เพิ่มความมั่นคงในการเข้าโค้ง พร้อมด้วยเหล็กกันโคลง (Anti-roll bars) ที่ช่วยรักษาเสถียรภาพของรถได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด แม้ในสภาวะการขับขี่ที่ท้าทาย การผสมผสานนี้ทำให้ Bentley Continental GT Speed Convertible สามารถให้การควบคุมที่ยอดเยี่ยม เกาะถนนได้อย่างมั่นใจในทุกจังหวะ
ยิ่งไปกว่านั้น ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Stability Control – ESC) ยังได้รับการปรับตั้งค่าให้ทำงานสอดคล้องกับระบบจัดการเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด โดยมี “Dynamic Mode” ที่อนุญาตให้เกิดการลื่นไถลของล้อได้เล็กน้อยที่ความเร็วสูง และสามารถเรียกแรงบิดของเครื่องยนต์กลับมาได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสถึงความรู้สึกของการขับขี่ที่สนุกสนานและมีส่วนร่วมกับตัวรถมากขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งความปลอดภัยขั้นสูงสุด
ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (All-Wheel Drive) ที่เป็นมาตรฐานของ Bentley Continental GT Speed Convertible มีการกระจายแรงบิดที่เน้นไปทางเพลาล้อหลังในอัตราส่วน 60:40 เพื่อให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้ง่ายขึ้น ลดอาการหน้าดื้อโค้ง (Understeer) และระบบจะปรับการกระจายแรงบิดระหว่างเพลาหน้าและเพลาหลังโดยอัตโนมัติตามสภาวะการขับขี่ที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้มั่นใจได้ถึงสมรรถนะการยึดเกาะถนนที่ดีที่สุดในทุกสภาพอากาศและทุกสถานการณ์
การออกแบบภายนอก: ความเข้มข้น ดุดัน และสง่างาม
เมื่อมอง Bentley Continental GT Speed Convertible จากภายนอก จะสัมผัสได้ถึงความแตกต่างที่ชัดเจนและทรงพลัง กระจังหน้าแบบเมทริกซ์ (Matrix Grille) และช่องดักอากาศที่กันชนหน้ามาในโทนสี Dark-Tint Chrome เพิ่มความเข้มขรึมและดุดัน ล้ออัลลอยด์ขนาด 21 นิ้ว ลาย Speed Alloy Wheels ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ สามารถเลือกได้ทั้งสีเงินหรือสี Dark Tint สร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นสะดุดตา
ปลายท่อไอเสียขนาดใหญ่ทรงไข่ และเมื่อเปิดฝากระโปรงหน้า จะพบกับท่อรวมไอดีสีดำที่เป็นเอกลักษณ์ของรุ่น Speed รวมถึงโลโก้ “B” พื้นหลังสีดำบนฝาครอบหม้อน้ำ ช่วยเสริมภาพลักษณ์ที่ดุดันและทรงพลังยิ่งขึ้น
ส่วนประกอบภายนอก เช่น ปีกหน้า (Front Wings) ผลิตจาก Superformed Aluminium ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการขึ้นรูปอลูมิเนียมแบบไร้รอยต่อ เพื่อให้ได้พื้นผิวที่เรียบเนียนและแข็งแกร่ง การที่ตัวถังเตี้ยลง 10 มิลลิเมตร ประกอบกับล้อขนาด 21 นิ้ว ทำให้รถดูปราดเปรียวและพร้อมพุ่งทะยานอยู่เสมอ เพื่อประสิทธิภาพระดับซูเปอร์คาร์ ตัวรถยังได้รับการประดับด้วยสปอยเลอร์หลังที่ออกแบบมาอย่างลงตัว และลิ้นสปอยเลอร์ใต้ท้องรถ (Double-Horseshoe) ที่ช่วยสร้างแรงกดตามหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamic Downforce) เมื่อรถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง
ภายในห้องโดยสาร: งานหัตถกรรมชั้นเลิศ บรรยากาศหรูหราเหนือกาลเวลา
ก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Bentley Continental GT Speed Convertible คุณจะได้สัมผัสกับโลกแห่งความหรูหราที่ผสมผสานกับจิตวิญญาณแห่งความเร็วได้อย่างสมบูรณ์แบบ งานฝีมือชั้นเยี่ยมคือหัวใจหลักของการตกแต่งภายใน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมาพร้อมกับชุดแต่ง Mulliner Driving Specification ที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
จุดเด่นที่น่าประทับใจคือ แผงหน้าปัดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถ Le Mans ที่คว้าชัยชนะอันโด่งดังของ Bentley ในช่วงทศวรรษ 1920s พร้อมด้วยการตกแต่งด้วยแผงไม้ชั้นดี และคอนโซลกลางที่สามารถเลือกตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์สีซาติน (Carbon Fibre in a Satin Finish) เพื่อเพิ่มความสปอร์ตและทันสมัย
ระบบ Infotainment ได้รับการอัปเกรดซอฟต์แวร์เวอร์ชันล่าสุด ที่มาพร้อมฟังก์ชันอำนวยความสะดวกและข้อมูลที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแผนที่นำทางพร้อมจุดที่น่าสนใจ ภาพถ่ายจากดาวเทียม ข้อมูลการจราจรแบบเรียลไทม์ และวิทยุดิจิทัล นอกจากนี้ยังมีหน่วยความจำภายในขนาด 15 กิกะไบต์ สำหรับจัดเก็บเพลงโปรด ซึ่งสามารถเล่นผ่าน iPod, MP3 Player, เครื่องเล่น CD 6 แผ่น หรือ SD Card ได้
ระบบเครื่องเสียงคุณภาพสูงได้รับการติดตั้งลำโพงแบบ Balanced Mode Radiator (BMR) ที่รวมฟังก์ชันลำโพงเสียงแหลมและเสียงกลางไว้ในตัวเดียวกัน เพื่อส่งมอบเสียงที่คมชัดและเต็มสเปกตรัม สำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์เสียงที่เหนือกว่า Bentley ยังมีชุดเครื่องเสียง Naim ให้เลือกติดตั้ง ซึ่งมาพร้อมลำโพงที่ได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษ และโหมด Digital Sound Processing ที่สามารถปรับแต่งเสียงได้อย่างอิสระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเปิดหลังคา เสียงจะถูกปรับสมดุลโดยอัตโนมัติเพียงแค่กดปุ่ม
ประสบการณ์การขับขี่แบบเปิดประทุน: ความอิสระที่มาพร้อมความสบาย
Bentley Continental GT Speed Convertible ไม่ได้เป็นเพียงรถที่เร็วที่สุด แต่ยังมอบประสบการณ์การขับขี่แบบเปิดประทุนที่น่าประทับใจอีกด้วย หลังคาผ้าใบแบบ 4 ชั้นได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบความเงียบและความสบายในระดับสูงสุดเทียบเท่ากับรถคูเป้ โดยผ่านการทดสอบในสภาวะอุณหภูมิที่หลากหลาย ตั้งแต่ -30 องศาเซลเซียส ไปจนถึง +50 องศาเซลเซียส เพื่อให้มั่นใจได้ถึงความแข็งแกร่ง ทนทานต่อทุกสภาพอากาศ และรักษาอุณหภูมิภายในห้องโดยสารให้เหมาะสมตลอดเวลา
สำหรับวันที่อากาศเย็นสบายในช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วง ระบบให้ความอบอุ่นบริเวณคอ (Neck Warmer) จะทำงานเพื่อมอบความสะดวกสบายและความอบอุ่นให้กับผู้โดยสาร ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับการขับขี่แบบเปิดประทุนได้อย่างเต็มที่ตลอดทั้งปี
อนาคตแห่งยานยนต์ระดับหรู: Bentley Continental GT เจนเนอเรชั่นที่ 4
เมื่อต้นปี 2024 ที่ผ่านมา Bentley ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเปิดตัว Bentley Continental GT เจน 4 ซึ่งเป็นการปฏิวัติครั้งใหญ่หลังจากรุ่นเจนเนอเรชั่นที่ 3 เปิดตัวไปเมื่อ 6 ปีที่แล้ว โดยรุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดที่ผสานสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์เข้ากับความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์ของ Bentley อย่างสมบูรณ์แบบ
การออกแบบที่ล้ำสมัย: นิยามใหม่ของอัครยนตรกรรม
ดีไซน์ภายนอกของ Bentley Continental GT เจน 4 ได้รับการรังสรรค์ขึ้นใหม่ทั้งหมด เพื่อสะท้อนถึงภาพลักษณ์ของอัครยนตรกรรมแห่งอนาคต ไฟหน้า LED แบบเมทริกซ์ใหม่ ประกอบด้วยหลอด LED กว่า 120 ดวง ควบคุมแบบดิจิทัล ให้ทั้งความสวยงามและประสิทธิภาพการส่องสว่างที่เหนือกว่า ฝากระโปรงหน้าแบบยาวทอดตัวจรดหลังคา สร้างเส้นสายแนวนอนที่แข็งแกร่ง บ่งบอกถึงพละกำลังและสมรรถนะที่ซ่อนอยู่ภายใน
ด้านท้ายรถได้รับการออกแบบใหม่เช่นกัน ไฟท้ายดีไซน์ใหม่กราฟิกกว้างขึ้น ทอดยาวไปถึงฝากระโปรงหลัง ขอบไฟยื่นออกมาจากช่องเก็บสัมภาระ สร้างเอฟเฟกต์ภาพเสมือนลาวาหลอมเหลวเมื่อส่องสว่าง ฝากระโปรงท้ายได้รับการออกแบบให้มีแอโรไดนามิกส์เพื่อเพิ่มแรงกดด้านหลังโดยไม่ต้องใช้สปอยเลอร์ ขณะที่กันชนได้รับการปรับแต่งให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น เน้นความกว้างของตัวรถ
ล้ออัลลอยด์ขนาด 22 นิ้ว ลายใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกรงเล็บเสือ เสริมความดุดันและความสปอร์ต สามารถเลือกได้ทั้งเฉดสีเข้มมันเงา สีดำเงา หรือสีเงิน สำหรับรุ่น Bentley Continental GTC ยังมีตัวเลือกสีผ้าใบหลังคาถึง 7 เฉดสี รวมถึงผ้าทวีดพิเศษที่สามารถเปิด-ปิด ได้ภายใน 19 วินาที ขณะรถวิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน 48 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ภายในห้องโดยสาร: ดั่งรังไหมแห่งความหรูหราและเทคโนโลยี
การตกแต่งภายในของ Bentley Continental GT เจน 4 ได้รับการยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ด้วยลวดลายการควิลท์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบแฟชั่นร่วมสมัยบริเวณเบาะโดยสารและแผงประตู การแกะสลัก การปรุสี และการปักแบบใหม่ สร้างบรรยากาศราวกับอยู่ในรังไหม ให้ทุกการเดินทางพิเศษกว่าที่เคย
เบาะนั่งแบบปรับได้ 20 ทิศทาง พร้อมระบบปรับท่าทางและปรับอุณหภูมิอัตโนมัติสำหรับเบาะคู่หน้า ช่วยลดความเมื่อยล้าและมอบความผ่อนคลายตลอดการเดินทาง การตกแต่งด้วย Dark Chrome เพิ่มความสวยงามร่วมสมัย ทำให้ห้องโดยสารดูมีเอกลักษณ์ยิ่งขึ้น
ระบบเสียงคุณภาพระดับโลกมีให้เลือก 3 แบบ ตั้งแต่ระบบมาตรฐาน 10 ลำโพง 650 วัตต์, ระบบ Bang & Olufsen 16 ลำโพง 1,500 วัตต์ พร้อมหน้ากากลำโพงเรืองแสง, ไปจนถึงระบบ Naim 18 ลำโพง 2,200 วัตต์ พร้อม Active Bass Transducers ในเบาะหน้า และโหมดเสียง 8 แบบ สำหรับผู้ที่หลงใหลในเสียงเพลงอย่างแท้จริง กระจกกันเสียงแบบลามิเนตช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ถึง 9 เดซิเบล
หน้าจอแสดงผลแบบ 3 ด้าน ประกอบด้วยจอสัมผัส 12.3 นิ้ว หน้าปัดอนาล็อกสุดคลาสสิก และแผงบุด้วยแผ่นไม้วีเนียร์อันงดงาม ผู้ขับขี่สามารถสลับการแสดงผลทั้ง 3 แบบได้ง่ายดาย รองรับ Apple CarPlay, Android Auto และการอัปเดตแผนที่แบบ Over-the-air เชื่อมต่อกับแอป My Bentley App Studio เพื่อเข้าถึงแอปพลิเคชันต่างๆ ได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย ระบบไฟ Mood Lighting ปรับได้กว่า 30 เฉดสี สร้างบรรยากาศที่หลากหลายตามอารมณ์
ขุมพลังแห่งอนาคต: Ultra Performance Hybrid V8
หัวใจสำคัญของ Bentley Continental GT เจน 4 คือขุมพลัง Ultra Performance Hybrid ใหม่ ผสานเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 4.0 ลิตร เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า พละกำลังรวมสูงสุดถึง 782 แรงม้า และแรงบิด 1,000 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 3.2 วินาที และความเร็วสูงสุด 335 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 25.9 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุดกว่า 81 กิโลเมตร ในโหมดไฟฟ้าล้วน (WLTP) เมื่อรวมกับน้ำมันเต็มถัง สามารถวิ่งได้ไกลถึง 859 กิโลเมตร ตอกย้ำความเป็นซูเปอร์คาร์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
การชาร์จแบตเตอรี่แบบ AC สามารถทำได้เต็มภายใน 2 ชั่วโมงครึ่ง ด้วยกำลังชาร์จสูงสุด 11 kW ส่งผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 8 สปีด และเฟืองท้ายไฟฟ้า (eLSD) เพื่อการจ่ายกำลังที่ยอดเยี่ยมและการยึดเกาะถนนที่มั่นคงที่สุด
แชสซีใหม่: ผสมผสานสมรรถนะและความสบาย
ระบบแชสซีใหม่ของ Bentley Continental GT เจน 4 มาพร้อมถุงลมคู่ใหม่ที่จับคู่กับแดมเปอร์วาล์วคู่ใหม่ และระบบ Bentley Dynamic Ride (ระบบควบคุมการเข้าโค้งแบบแอคทีฟด้วยไฟฟ้า 48 โวลต์) ให้ประสิทธิภาพการขับขี่ที่น่าทึ่งและความสบายสูงสุด ผลลัพธ์คือการกระจายน้ำหนักที่สมดุล ขับเคลื่อนล้อหลัง 49:51 ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของรถยนต์ Bentley
ระบบ Bentley Performance Active Chassis ผสานรวมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบแอคทีฟ, เฟืองท้ายไฟฟ้า, ระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้อ, ระบบควบคุมแรงบิดขณะเข้าโค้ง, ระบบป้องกันการโคลงตัวด้วยไฟฟ้า 48 โวลต์ และซอฟต์แวร์ควบคุม ESC รุ่นใหม่ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น
สำหรับรุ่น Continental GTC Speed แบบเปิดประทุน ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 3.4 วินาที ด้วยความเร็วสูงสุดจำกัดที่ 285 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ความพิเศษสำหรับตลาดประเทศไทย
Bentley Continental GT และ Continental GTC เจน 4 จะถูกผลิตขึ้นที่โรงงาน Dream Factory ในเมืองครูว์ ประเทศอังกฤษ และจะเริ่มส่งมอบในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ สำหรับในประเทศไทย Bentley Bangkok โดย AAS Auto Service ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ มอบข้อเสนอพิเศษสำหรับการสั่งจอง พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนานถึง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิตและบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 3 ปี และสิทธิ์ในการต่อการรับประกัน Bentley Extended Warranty สูงสุด 4 ปี
Bentley Continental GT Speed ราคาเริ่มต้นที่ 26,900,000 บาท
Bentley Continental GT Convertible Speed ราคาเริ่มต้นที่ 29,500,000 บาท
Bentley Continental GT Speed Convertible คือนิยามใหม่ของรถเปิดประทุนสมรรถนะสูงที่ผสานความหรูหรา งานฝีมือ และเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่สะท้อนถึงความสำเร็จ รสนิยม และความต้องการที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับอย่างแท้จริง การเป็นเจ้าของ Bentley Continental GT Speed Convertible คือก้าวต่อไปที่สมบูรณ์แบบสำหรับคุณ
สัมผัสประสบการณ์ Bentley Continental GT Speed Convertible ได้แล้ววันนี้ที่ Bentley Bangkok โดย AAS Auto Service พร้อมรับข้อเสนอพิเศษและคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญของเราเพื่อค้นหารถยนต์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับคุณ