
Bentley Continental GT Speed Convertible: นิยามใหม่แห่งสุดยอดยนตรกรรมเปิดประทุน 4 ที่นั่งที่เร็วที่สุดในโลก
ในโลกแห่งยนตรกรรมที่ไร้ซึ่งขีดจำกัดของสมรรถนะและความหรูหรา Bentley ได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งด้วยการเปิดตัว Bentley Continental GT Speed Convertible อัครยนตรกรรมเปิดประทุน 4 ที่นั่งที่เร็วที่สุดในโลกอย่างเป็นทางการ การปรากฏตัวครั้งแรกในงานมหกรรมยานยนต์ North American International Auto Show ณ เมืองดีทรอยเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ได้จุดประกายความตื่นเตลึงให้กับเหล่าผู้ที่หลงใหลในความสมบูรณ์แบบเหนือชั้น
ในฐานะผู้ที่คลุกคลีในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมขอกล่าวว่า Continental GT Speed Convertible ไม่ใช่เพียงรถยนต์ แต่คือผลงานศิลปะชั้นสูงที่ผสานสุดยอดเทคโนโลยี วิศวกรรมที่ล้ำสมัย และงานหัตถกรรมอันประณีตได้อย่างลงตัว เป็นการผสมผสานระหว่างรถเปิดประทุนสุดหรูที่ให้ความสะดวกสบายในระดับแกรนด์ทัวเรอร์ เข้ากับสมรรถนะอันดุดันของรถสปอร์ตสมรรถนะสูงได้อย่างไร้ที่ติ
หัวใจที่ทรงพลัง: W12 Twin-Turbocharged 6.0 ลิตร
ภายใต้ฝากระโปรงหน้าอันสง่างามของ Continental GT Speed Convertible เต้นรำด้วยขุมพลัง W12 Twin-Turbocharged ขนาด 6.0 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 616 แรงม้า ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น เครื่องยนต์นี้ไม่ได้เพียงแต่ปลดปล่อยพละกำลังมหาศาล แต่ยังได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันให้ดียิ่งขึ้นถึง 15% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า สู่ยุคแห่งยานยนต์ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น
ระบบส่งกำลังได้รับการอัพเกรดเป็นเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ที่ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (All-Wheel Drive) ได้อย่างลงตัว เพื่อมอบการตอบสนองที่ฉับไว การควบคุมที่แม่นยำ และการยึดเกาะถนนที่เหนือชั้นในทุกสภาวะการขับขี่ การพัฒนาระบบช่วงล่างแบบถุงลมที่สามารถปรับระดับสูง-ต่ำได้ พร้อมระบบ Electronic Stability Control (ESC) ที่ได้รับการปรับจูนให้เข้ากับระบบจัดการเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด ช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น มอบทั้งความนุ่มนวลและความเฉียบคมในการเข้าโค้งได้อย่างน่าทึ่ง
สมรรถนะเหนือระดับ: ความเร็วสูงสุด 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ด้วยสมรรถนะสูงสุดที่ 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Bentley Continental GT Speed Convertible ได้รับการยอมรับว่าเป็นรถเปิดประทุน 4 ที่นั่งที่เร็วที่สุดในโลกอย่างแท้จริง ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Bentley ในการผลักดันขีดจำกัดของวิศวกรรมยานยนต์ให้ก้าวข้ามทุกการคาดหวัง
อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ในเวลาเพียง 4.4 วินาที และจาก 0-100 ไมล์ต่อชั่วโมงในเวลา 9.7 วินาที อันเป็นผลมาจากแรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร ที่สามารถรีดได้ตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ 2,000-5,000 รอบต่อนาที ระบบจัดการเครื่องยนต์ ME17 ที่ทำงานอย่างชาญฉลาด ควบคุมการทำงานของเทอร์โบชาร์จเจอร์และการจัดการแรงบิดได้อย่างแม่นยำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่สูงสุด
ระบบ Energy Recuperation System ที่พบในเครื่องยนต์ W12 รุ่นอื่นๆ ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน ในขณะที่เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วและนุ่มนวลยิ่งขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อสมรรถนะ แต่ยังช่วยลดอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงอีก 15%
การออกแบบภายนอก: ความสง่างามที่แฝงด้วยความดุดัน
การออกแบบภายนอกของ Continental GT Speed Convertible คือภาพสะท้อนของความสง่างามเหนือกาลเวลา ผสมผสานกับเส้นสายที่เฉียบคมและทรงพลัง กระจังหน้าแบบเมทริกซ์และช่องดักอากาศสี Dark-tint chrome ที่ตัดกับสีตัวถังอย่างลงตัว ล้ออัลลอยด์ขนาด 21 นิ้ว ลาย Speed alloy wheels ที่มีให้เลือกทั้งสีเงินและสี Dark tint สร้างบุคลิกที่โดดเด่น สะกดทุกสายตา
ส่วนท้ายของรถโดดเด่นด้วยปลายท่อไอเสียทรงไข่ขนาดใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ พร้อมโลโก้ “B” พื้นหลังสีดำอันเป็นเอกลักษณ์บนฝาครอบหม้อน้ำ ชิ้นส่วนตัวถังด้านหน้าผลิตจาก Superformed Aluminium ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการขึ้นรูปอลูมิเนียมที่ไร้รอยต่อ ให้ความแข็งแกร่งและน้ำหนักที่เบา
ช่วงล่างที่เตี้ยลง 10 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับรุ่น Continental GT Convertible มาพร้อมกับสปอยเลอร์ที่ช่วยเสริมหลักอากาศพลศาสตร์ เพื่อเพิ่มแรงกด (downforce) เมื่อรถวิ่งด้วยความเร็วสูง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้รถสามารถรักษาเสถียรภาพและควบคุมได้ง่าย แม้จะวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดถึง 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ภายในห้องโดยสาร: สัมผัสแห่งความหรูหราและงานฝีมือชั้นเลิศ
ก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Continental GT Speed Convertible คือการได้สัมผัสประสบการณ์แห่งความหรูหราเหนือระดับที่ Bentley เป็นผู้มอบให้ ชุดแต่ง Mulliner Driving Specification ที่มาพร้อมเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ยกระดับความประณีตของห้องโดยสารให้สูงขึ้นไปอีกขั้น
การออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถ Le Mans ในยุค 1920s สะท้อนผ่านแผงหน้าปัดที่สวยงาม ตัดเย็บด้วยหนังชั้นดี คอนโซลกลางตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์สีซาติน (เป็นอุปกรณ์เสริม) ที่เพิ่มความสปอร์ตและความทันสมัย
ระบบ Infotainment ได้รับการอัพเกรดด้วยซอฟต์แวร์เวอร์ชันล่าสุด นำเสนอข้อมูลสำคัญ เช่น แผนที่นำทาง ภาพจากดาวเทียม ข้อมูลการจราจร และวิทยุดิจิทัล พร้อมหน่วยความจำภายใน 15 กิกะไบต์ สำหรับจัดเก็บเพลง และรองรับการเชื่อมต่อกับ iPod, MP3 Player, เครื่องเล่น CD 6 แผ่น หรือ SD Card
ระบบเสียงคุณภาพสูงจากลำโพง Balanced Mode Radiator (BMR) ที่ให้เสียงคมชัด หรือจะเลือกอัพเกรดเป็นระบบเสียง Naim อันเลื่องชื่อ ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์เสียงที่สมจริงและทรงพลังที่สุด แม้ขณะเปิดประทุนรับลมธรรมชาติ
ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น: 356 วันแห่งความเร้าใจ
Continental GT Speed Convertible ถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าประทับใจตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะในสภาพอากาศใดก็ตาม หลังคาแบบ 4 ชั้นได้รับการทดสอบอย่างเข้มข้นในทุกสภาวะอุณหภูมิ ตั้งแต่ -30 องศาเซลเซียส ถึง +50 องศาเซลเซียส เพื่อให้มั่นใจได้ว่าห้องโดยสารยังคงความอบอุ่น เงียบสงบ และสะดวกสบายสูงสุด
ระบบ Neck Warmer อันเป็นเอกลักษณ์ ช่วยเสริมความอบอุ่นบริเวณลำคอของผู้โดยสารเมื่อเปิดประทุนในสภาพอากาศที่เย็นสบายในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง สร้างประสบการณ์การขับขี่ที่น่ารื่นรมย์ยิ่งขึ้น
ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่กระจายแรงบิดไปยังเพลาหลังในสัดส่วน 60:40 ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้อย่างง่ายดาย ลดอาการ Understeer ขณะเข้าโค้ง และระบบจะปรับการกระจายแรงบิดระหว่างเพลาหน้าและเพลาหลังโดยอัตโนมัติตามสภาวะการขับขี่ เพื่อให้มั่นใจถึงการยึดเกาะถนนที่ดีที่สุดในทุกสถานการณ์
Bentley Continental GT เจนเนอเรชั่นที่ 4: นิยามใหม่แห่งอนาคต (อัพเดต 2025)
เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถหรูสมรรถนะสูง Bentley ได้เปิดตัว Bentley Continental GT และ GTC เจนเนอเรชั่นที่ 4 ซึ่งเป็นการพัฒนาครั้งสำคัญในรอบ 6 ปีหลังจากการเปิดตัวเจนเนอเรชั่นที่ 3 โดยครั้งนี้มาพร้อมกับขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดที่ล้ำสมัย
การออกแบบภายนอกโฉมใหม่: ความสง่างามแห่งอนาคต
ดีไซน์ภายนอกได้รับการปฏิวัติใหม่ทั้งหมด ไฟหน้า LED แบบ Matrix ที่ซ่อนตัวอย่างสง่างาม ประกอบด้วยหลอด LED กว่า 120 ดวง ควบคุมแบบดิจิทัลเพื่อประสิทธิภาพการส่องสว่างสูงสุด ฝากระโปรงหน้ายาวจรดหลังคา สร้างเส้นสายแนวนอนที่แข็งแกร่ง บ่งบอกถึงสมรรถนะอันทรงพลัง
ด้านท้ายได้รับการออกแบบใหม่เช่นกัน ไฟท้ายกราฟิกกว้างจรดฝากระโปรงหลัง พร้อมการตกแต่งภายในโคมด้วยลวดลายเพชร 3 มิติ สร้างเอฟเฟกต์ราวกับลาวาหลอมเหลว ฝากระโปรงท้ายที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ ช่วยเสริมแรงกดด้านหลังโดยไม่ต้องพึ่งสปอยเลอร์
ล้ออัลลอยด์ขนาด 22 นิ้วดีไซน์ใหม่ ได้รับแรงบันดาลใจจาก “กรงเล็บเสือ” เพิ่มความดุดันและโดดเด่น มีให้เลือกหลายเฉดสี สำหรับรุ่น Continental GTC ยังมีตัวเลือกสีผ้าคาดหลังคาถึง 7 เฉดสี รวมถึงผ้าทวีดที่สามารถเปิด-ปิดได้ในเวลาเพียง 19 วินาที ขณะรถวิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน 48 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ภายในห้องโดยสาร: สัมผัสแห่งรังไหมและความสบายระดับพรีเมียม
ภายในห้องโดยสาร คือนิยามใหม่ของความหรูหราและความสบายราวกับอยู่ใน “รังไหม” การเดินลายควิลท์บนเบาะนั่งและแผงประตู ได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบแฟชั่นร่วมสมัย เพิ่มมิติและความประณีต
เบาะนั่งแบบปรับได้ 20 ทิศทาง พร้อมระบบปรับท่าทางและปรับอุณหภูมิอัตโนมัติ ช่วยลดความเมื่อยล้า มอบความผ่อนคลายสูงสุด การตกแต่งแบบ Dark Chrome และแผงไม้วีเนียร์ที่งดงาม สร้างบรรยากาศที่ร่วมสมัยและมีเอกลักษณ์
ระบบเสียงคุณภาพสูง มีให้เลือก 3 ระดับ ตั้งแต่ระบบมาตรฐาน 10 ลำโพง 650 วัตต์, ระบบ Bang & Olufsen 16 ลำโพง 1,500 วัตต์ พร้อมหน้ากากลำโพงเรืองแสง, ไปจนถึงระบบ Naim ระดับสูงสุด 18 ลำโพง 2,200 วัตต์ พร้อม Active Bass Transducers ในเบาะนั่งคู่หน้า
กระจกกันเสียงแบบลามิเนตที่ติดตั้งบนกระจกบังลมและหน้าต่างข้าง ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกลง 9 เดซิเบล มอบความเงียบสงบภายในห้องโดยสาร
จอแสดงผล 3 ด้าน: การผสมผสานระหว่างอนาล็อกและดิจิทัล
หน้าจอแสดงผล 3 ด้านอันชาญฉลาด ประกอบด้วยจอสัมผัสความละเอียดสูง 12.3 นิ้ว, หน้าปัดอนาล็อกสุดคลาสสิก 3 หน้าปัด และแผงบุด้วยไม้วีเนียร์อันงดงาม ผู้ขับขี่สามารถสลับการแสดงผลได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส รองรับ Apple CarPlay, Android Auto และการอัปเดตแผนที่แบบ Over-the-air (OTA)
แอป My Bentley App Studio ช่วยให้การเชื่อมต่อระหว่างรถยนต์และผู้ขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่น และปลอดภัยในขณะขับขี่ ระบบไฟ Ambient Lighting สามารถปรับได้กว่า 30 เฉดสี สร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารได้อย่างลงตัว
ขุมพลังใหม่: Ultra Performance Hybrid V8
หัวใจสำคัญของ Continental GT และ GTC เจนเนอเรชั่นที่ 4 คือขุมพลัง Ultra Performance Hybrid ที่ผสานเครื่องยนต์เบนซิน V8 ปลั๊กอินไฮบริด ขนาด 4.0 ลิตร เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง
เครื่องยนต์ V8: 596 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 800 นิวตันเมตร ที่ 2,000-4,500 รอบ/นาที
มอเตอร์ไฟฟ้า: 190 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 450 นิวตันเมตร
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน: ขนาด 25.9 kWh
เมื่อทำงานร่วมกัน ขุมพลังไฮบริดนี้ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 782 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 1,000 นิวตันเมตร ส่งผลให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ในเวลาเพียง 3.2 วินาที (สำหรับรุ่น GTC Speed 3.4 วินาที) ความเร็วสูงสุดของเครื่องยนต์อยู่ที่ 335 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
โหมดไฟฟ้าล้วนสามารถวิ่งได้ไกลสูงสุดกว่า 81 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP) และเมื่อรวมกับน้ำมันเต็มถัง สามารถวิ่งได้ไกลถึง 859 กิโลเมตร ตอกย้ำความเป็นซูเปอร์คาร์ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกการเดินทางในชีวิตประจำวัน
การชาร์จแบตเตอรี่แบบ AC ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง ด้วยกำลังชาร์จสูงสุด 11 kW ระบบส่งกำลังแบบคลัตช์คู่ 8 สปีด พร้อมเฟืองท้ายไฟฟ้า (eLSD) และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ มอบการส่งกำลังที่ยอดเยี่ยมและการยึดเกาะถนนที่มั่นคงที่สุด
แชสซีใหม่: การควบคุมที่เหนือชั้นและความสบายสูงสุด
แชสซีใหม่ที่ได้รับการพัฒนาด้วยถุงลมคู่และแดมเปอร์วาล์วคู่ ทำงานร่วมกับ Bentley Dynamic Ride (ระบบควบคุมการเข้าโค้งแบบแอคทีฟด้วยไฟฟ้า 48 โวลต์) มอบประสิทธิภาพการขับขี่ที่น่าทึ่งและความสบายสูงสุด การกระจายน้ำหนักที่เน้นเพลาหลัง (49:51) เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ Bentley
Bentley Performance Active Chassis รวมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบแอคทีฟ, เฟืองท้ายไฟฟ้า, ระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้อ, ระบบควบคุมแรงบิดขณะเข้าโค้ง, ระบบป้องกันการโคลงตัวด้วยไฟฟ้า 48 โวลต์ และซอฟต์แวร์ควบคุม ESC รุ่นใหม่เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น
Bentley Continental GT Speed Convertible: สู่ความเป็นที่สุดแห่งยนตรกรรม
Bentley Continental GT Speed Convertible รุ่นก่อนหน้า และ Continental GT/GTC เจนเนอเรชั่นที่ 4 คือเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของ Bentley ในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ผสมผสานสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์เข้ากับความหรูหรา งานฝีมือชั้นเลิศ และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยได้อย่างลงตัว
สำหรับตลาดประเทศไทย Bentley Bangkok โดย AAS Auto Service ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ได้นำเสนอข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับการสั่งจอง Continental GT และ GTC รุ่นใหม่ พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนานสูงสุดถึง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร การรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต 3 ปี และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง
รุ่น Continental GT Speed: ราคาเริ่มต้นที่ 26,900,000 บาท
รุ่น Continental GT Convertible Speed: ราคาเริ่มต้นที่ 29,500,000 บาท
หากคุณคือผู้ที่แสวงหาที่สุดแห่งประสบการณ์การขับขี่ที่ผสมผสานความเร็ว ความหรูหรา และเทคโนโลยีเหนือระดับ นี่คือโอกาสของคุณที่จะได้ครอบครอง Bentley Continental GT Speed Convertible หรือ Continental GT/GTC เจนเนอเรชั่นที่ 4. สัมผัสประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครและก้าวเข้าสู่โลกแห่งยนตรกรรมที่ไร้ขีดจำกัดวันนี้