
Bentley Continental GT Speed Convertible: สุดยอดนิยามแห่งขุมพลัง ความหรูหรา และความเร็วสูงสุดในรถเปิดประทุน 4 ที่นั่ง
ในโลกแห่งยานยนต์ที่ไร้ขีดจำกัด Bentley Continental GT Speed Convertible ได้ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด เพื่อมอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร เป็นการหลอมรวมเอาสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ ความหรูหราสไตล์ผู้ดีอังกฤษ และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย เข้าไว้ในรถเปิดประทุน 4 ที่นั่ง ที่เร็วที่สุดในโลก ด้วยดีไซน์ที่สะกดทุกสายตา ขุมพลังที่เร้าใจ และการตกแต่งภายในที่ประณีตเหนือชั้น รถคันนี้ไม่ใช่แค่ยานพาหนะ แต่คือผลงานศิลปะบนท้องถนนที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่สุดพิเศษในทุกเส้นทาง
การออกแบบภายนอก: ความสง่างามที่แฝงด้วยพละกำลัง
Bentley Continental GT Speed Convertible คือภาพสะท้อนของความงดงามที่ผสานกับความแข็งแกร่ง เส้นสายที่โค้งมนแต่เฉียบคม สะท้อนถึงพลศาสตร์อากาศขั้นสูง การออกแบบภายนอกได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่ง Le Mans ในตำนานของ Bentley ในยุค 1920s โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้ชิ้นส่วนอะลูมิเนียมแบบ Superformed เพื่อสร้างรูปทรงที่ไร้รอยต่อและแข็งแกร่ง กระจังหน้าแบบเมทริกซ์พร้อมช่องดักอากาศสีเข้ม (Dark-tint chrome) และล้ออัลลอยด์ขนาด 21 นิ้วลาย Speed สุดโดดเด่น ทั้งในสีเงินและสี Dark Tint สร้างบุคลิกที่ดุดันแต่ยังคงความหรูหรา
ส่วนท้ายของรถได้รับการออกแบบให้มีความแอโรไดนามิกสูงสุด โดยเฉพาะลิ้นบนฝากระโปรงท้ายแบบ Double-horseshoe ที่ช่วยสร้างแรงกด (downforce) ให้รถมีความเสถียรยิ่งขึ้นที่ความเร็วสูง ปลายท่อไอเสียทรงไข่ขนาดใหญ่ และโลโก้ “B” สีดำบนฝาครอบหม้อน้ำ ล้วนบ่งบอกถึงสมรรถนะที่เหนือกว่า ฝากระโปรงหน้าที่ทอดยาวตลอดแนวหลังคา สร้างเส้นสายแนวนอนที่ทรงพลัง บ่งบอกถึงขุมพลังที่ซ่อนอยู่ภายใน
ขุมพลัง W12 Twin-Turbocharged: อัตราเร่งที่บ้าคลั่งและความเร็วสูงสุดที่เหนือกว่า
หัวใจหลักของ Bentley Continental GT Speed Convertible คือเครื่องยนต์ W12 Twin-Turbocharged ขนาด 6.0 ลิตร ที่ได้รับการปรับแต่งมาเพื่อมอบสมรรถนะสูงสุด มอบพละกำลังถึง 616 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 800 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่องยนต์ 2,000-5,000 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ในเวลาเพียง 4.4 วินาที และทะยานไปสู่ความเร็วสูงสุดที่ 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งทำให้มันเป็นรถเปิดประทุน 4 ที่นั่งที่เร็วที่สุดในโลก ระบบบริหารจัดการเครื่องยนต์ ME17 ทำงานร่วมกับ Turbocharger และระบบจัดการแรงบิด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่อย่างมีนัยสำคัญ
ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ให้มีความสามารถในการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วและแม่นยำ ลดการสูญเสียพลังงาน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันได้ถึง 15% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า การทำงานร่วมกับระบบ Energy Recuperation System ช่วยนำพลังงานกลับมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
เมื่อเข้าสู่โหมด Sport ระบบจะตอบสนองต่อคันเร่งได้ฉับไวขึ้น และระบบส่งกำลังจะเปลี่ยนเกียร์ที่รอบเครื่องยนต์สูงขึ้น รวมถึงสามารถทำ “Block Shifting” ได้อย่างรวดเร็ว (เช่น การเปลี่ยนจากเกียร์ 8 ไปยังเกียร์ 4 โดยตรง) เพื่อให้ได้อัตราเร่งที่สมบูรณ์แบบในทุกจังหวะ
ช่วงล่างและการควบคุม: ความแม่นยำและความสบายที่สมดุล
ด้วยโครงสร้างตัวถังที่มีความแข็งแกร่งเชิงบิดสูงถึง 22,500 นิวตันเมตรต่อองศา Bentley Continental GT Speed Convertible จึงเป็นพื้นฐานที่สมบูรณ์แบบสำหรับการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีเยี่ยม ระบบช่วงล่างแบบปีกนกคู่ (Double Wishbone) ด้านหน้า และแบบ Trapezoidal Multi-link ด้านหลัง ผสานกับระบบช่วงล่างแบบถุงลม (Air Suspension) พร้อมระบบปรับระดับสูง-ต่ำได้ (Self-levelling System) ที่ถูกตั้งค่าให้ลดระดับลง 10 มิลลิเมตร จากรุ่น Continental GT Convertible มาตรฐาน มอบความแน่นหนา แข็งแกร่ง และการทรงตัวที่ยอดเยี่ยม
Anti-roll bars ที่ได้รับการปรับปรุง ช่วยรักษาเสถียรภาพของรถในการเข้าโค้งหนักหน่วงได้อย่างน่าประทับใจ ระบบ Electronic Stability Control (ESC) ได้รับการปรับตั้งค่าใหม่ให้ทำงานร่วมกับระบบจัดการเครื่องยนต์ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและเพิ่มความสนุกในการขับขี่ Dynamic Mode ของ ESC ช่วยเพิ่มการ Slip ของล้อที่ความเร็วสูงและการเรียกแรงบิดกลับคืนได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสถึงศักยภาพสูงสุดของรถได้อย่างเต็มที่
การตกแต่งภายใน: สุนทรียภาพแห่งงานฝีมือและเทคโนโลยี
ก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Bentley Continental GT Speed Convertible คือการเข้าสู่โลกแห่งความหรูหราที่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยงานฝีมือชั้นเลิศ ชุดแต่ง Mulliner Driving Specification ที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ยกระดับความพิเศษให้แก่ทุกการเดินทาง เบาะโดยสารแบบปรับได้ 20 ทิศทาง พร้อมฟังก์ชันการปรับท่าทางและอุณหภูมิอัตโนมัติ ช่วยลดความเมื่อยล้าและมอบความผ่อนคลายสูงสุด
แผงหน้าปัดได้รับการออกแบบใหม่ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่ง Le Mans ในตำนาน การตกแต่งด้วยเนื้อไม้ชั้นดี และคอนโซลกลางที่สามารถเลือกตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์สีซาติน (อุปกรณ์เสริม) เพิ่มความเป็นเอกลักษณ์ให้กับห้องโดยสาร ระบบ Infotainment เวอร์ชั่นล่าสุดที่ได้รับการอัพเกรด มอบความสะดวกสบายและข้อมูลสำคัญ เช่น แผนที่นำทาง ภาพถ่ายจากดาวเทียม ข้อมูลจราจร และวิทยุดิจิทัล พร้อมหน่วยความจำภายใน 15GB สำหรับจัดเก็บเพลง
ระบบเสียงคุณภาพสูงจาก Naim ที่สามารถเลือกติดตั้งได้ มอบประสบการณ์เสียงที่สมจริงด้วยลำโพงจำนวน 18 ตัว และ Active Bass Transducers ในเบาะหน้า ช่วยยกระดับการรับฟังเสียงเพลงให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น การปิดหลังคาลง ยังสามารถปรับการตั้งค่าเสียงให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมได้อย่างง่ายดายเพียงกดปุ่ม
ประสบการณ์การขับขี่เปิดประทุน: สัมผัสอิสระในทุกฤดูกาล
หลังคาผ้าใบ 4 ชั้นของ Bentley Continental GT Speed Convertible ได้รับการออกแบบและทดสอบมาอย่างเข้มข้น เพื่อมอบความสบายสูงสุดในทุกสภาพอากาศ ตั้งแต่ -30 องศาเซลเซียส จนถึง +50 องศาเซลเซียส หลังคาแข็งแรงทนทานต่อสภาพอากาศที่แปรปรวน รักษาความอบอุ่นภายในห้องโดยสารในวันที่อากาศหนาวเย็น และยังช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ระบบให้ความอบอุ่นบริเวณคอ (Neck Warmer) คืออีกหนึ่งฟีเจอร์สุดพิเศษ ที่ช่วยให้การขับขี่แบบเปิดประทุนในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง เป็นไปอย่างเพลิดเพลินและสบายตัว แม้ในวันที่อากาศเย็น ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่กระจายแรงบิดไปทางด้านหลัง 60:40 เป็นค่าเริ่มต้น ช่วยให้การควบคุมรถทำได้ง่ายขึ้น ลดอาการ Understeer ในโค้ง และระบบจะปรับการกระจายแรงบิดระหว่างเพลาหน้าและเพลาหลังตามความเหมาะสม เพื่อประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนในทุกสภาวะ
Bentley Continental GT Speed เจนเนอเรชั่นที่ 4: ก้าวสู่ยุคใหม่ของสมรรถนะและพลังงาน
Bentley ได้เปิดตัว Continental GT Speed เจนเนอเรชั่นที่ 4 ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่เปิดตัวเจนเนอเรชั่นที่ 3 โดยครั้งนี้มาพร้อมกับขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ซึ่งเป็นการนิยามใหม่ของแกรนด์ทัวเรอร์ ที่ผสานสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ ความหรูหราแบบงานฝีมือ และการตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่เหนือระดับ
การออกแบบภายนอก: อนาคตที่สง่างาม
ภายนอกใหม่ของ Continental GT Speed Gen 4 สะท้อนถึงการออกแบบยานยนต์แห่งอนาคต ด้วยไฟหน้า LED แบบเมทริกซ์ใหม่ที่ควบคุมแบบดิจิทัล มีหลอด LED มากกว่า 120 ดวง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการส่องสว่างและขยายขอบเขตการมองเห็น ฝากระโปรงหน้าแบบทอดยาวตลอดแนวหลังคา สร้างเส้นแนวนอนที่ทรงพลัง บ่งบอกถึงเครื่องยนต์สมรรถนะสูง
ด้านท้ายได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่กันชนไปจนถึงไฟท้ายที่ออกแบบใหม่ให้มีกราฟิกกว้างขึ้น ทอดยาวไปถึงฝากระโปรงท้าย รูปทรงไฟท้ายได้รับการตกแต่งด้วยลวดลายเพชรแบบ 3 มิติ สร้างเอฟเฟกต์ภาพเสมือนลาวาหลอมเหลว ฝากระโปรงท้ายออกแบบตามหลักแอโรไดนามิกเพื่อเสริมแรงกดด้านหลัง โดยไม่ต้องพึ่งพาสปอยเลอร์ ล้ออัลลอยด์ขนาด 22 นิ้วใหม่ ได้รับแรงบันดาลใจจากลายเสือ ‘กรงเล็บ’ อันเป็นเอกลักษณ์
ภายในห้องโดยสาร: รังไหมแห่งความหรูหราและเทคโนโลยี
การตกแต่งภายในได้รับแรงบันดาลใจจากแฟชั่นร่วมสมัย ด้วยลวดลายการควิลท์บนเบาะโดยสารและประตู สร้างบรรยากาศเสมือนรังไหมที่อบอุ่นและพิเศษยิ่งขึ้น เบาะโดยสารแบบปรับได้ 20 ทิศทาง พร้อมระบบปรับท่าทางและอุณหภูมิอัตโนมัติ ช่วยมอบความสะดวกสบายและความผ่อนคลายในระหว่างการเดินทาง การตกแต่งแบบ Dark Chrome มอบความสวยงามที่ร่วมสมัย หน้าจอแสดงผล 3 ด้าน ประกอบด้วยจอสัมผัส 12.3 นิ้ว หน้าปัดอนาล็อกสุดคลาสสิก และแผงบุด้วยแผ่นไม้วีเนียร์อันงดงาม ผู้ขับขี่สามารถสลับการแสดงผลได้เพียงกดปุ่มเดียว
ระบบเสียงมีให้เลือก 3 แบบ ตั้งแต่ระบบมาตรฐาน 10 ลำโพง 650 วัตต์ ไปจนถึงระบบ Bang & Olufsen 16 ลำโพง 1,500 วัตต์ และระบบ Naim 18 ลำโพง 2,200 วัตต์ พร้อม Active Bass Transducers ในเบาะหน้า กระจกกันเสียงแบบลามิเนต ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ 9 เดซิเบล
ขุมพลัง Ultra Performance Hybrid: สมรรถนะเหนือชั้นในยุคใหม่
หัวใจหลักของ Continental GT Speed Gen 4 คือขุมพลัง Ultra Performance Hybrid ใหม่ เครื่องยนต์เบนซิน V8 ปลั๊กอินไฮบริด ขนาด 4.0 ลิตร ให้กำลัง 596 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 190 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 25.9 kWh เมื่อทำงานร่วมกัน ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 782 แรงม้า และแรงบิด 1,000 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ในเวลาเพียง 3.2 วินาที และความเร็วสูงสุด 335 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ในโหมดไฟฟ้าล้วน รถสามารถวิ่งได้ไกลกว่า 81 กิโลเมตร (WLTP) และเมื่อรวมกับน้ำมันเต็มถัง สามารถเดินทางได้ไกลถึง 859 กิโลเมตร ตอกย้ำความเป็นซูเปอร์คาร์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ระบบส่งกำลังแบบคลัตช์คู่ 8 สปีด และเฟืองท้ายแบบไฟฟ้า (eLSD) ช่วยส่งกำลังไปยังล้อทั้ง 4 อย่างยอดเยี่ยม พร้อมระบบ Bentley Dynamic Ride (ระบบควบคุมการเข้าโค้งแบบแอคทีฟด้วยไฟฟ้า 48 โวลต์) มอบประสิทธิภาพการขับขี่ที่น่าทึ่ง และความสบายสูงสุด
การผลิตและการจำหน่ายในประเทศไทย
Bentley Continental GT และ Continental GTC จะถูกประกอบขึ้นด้วยช่างฝีมือทั้งหมด ณ Bentley’s Dream Factory เมืองครูว์ ประเทศอังกฤษ การผลิตและการส่งมอบจะเริ่มต้นภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ สำหรับประเทศไทย Bentley Bangkok โดย เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ มอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับการสั่งจอง พร้อมสิทธิประโยชน์มากมาย ได้แก่ การรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร, การรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิตและบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 3 ปี, และสิทธิ์ในการต่อการรับประกัน Bentley Extended Warranty สูงสุด 4 ปี
ราคาเริ่มต้น:
รุ่น Continental GT Speed: 26,900,000 บาท
รุ่น Continental GT Convertible Speed: 29,500,000 บาท
Bentley Continental GT Speed Convertible ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์ แต่คือการเดินทางสู่จุดสูงสุดของสมรรถนะ ความหรูหรา และการออกแบบเหนือกาลเวลา หากคุณกำลังมองหาสุดยอดประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร มาสัมผัส Bentley Continental GT Speed Convertible ได้แล้ววันนี้ที่ Bentley Bangkok เพื่อค้นพบความสมบูรณ์แบบที่รอคุณอยู่.