
Bentley Continental GT3-R: นิยามใหม่แห่งสมรรถนะและความหรูหราจากอังกฤษ สู่ขุมพลังแห่งความเร็ว
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มายาวนานกว่าทศวรรษ การได้เห็นวิวัฒนาการของแบรนด์รถยนต์ระดับตำนานอย่าง Bentley เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเปิดตัวยนตรกรรมที่ผสมผสานประวัติศาสตร์อันยาวนานเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยได้อย่างลงตัว ล่าสุด Bentley Motors ได้สร้างความฮือฮาอีกครั้งในงานมหกรรมยานยนต์ระดับโลก ด้วยการเปิดตัว Bentley Continental GT3-R ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 95 ปีของแบรนด์ แต่ยังเป็นการยกระดับนิยามของรถสปอร์ตหรูให้ก้าวไปอีกขั้น
Bentley Continental GT3-R: ความเร็วที่ไม่เคยมีมาก่อน
หัวใจหลักของการเปิดตัวในครั้งนี้คือ Bentley Continental GT3-R ซึ่ง Bentley ได้ประกาศว่าเป็นรถยนต์ที่มีอัตราเร่งเร็วที่สุดเท่าที่ Bentley เคยผลิตมา การได้สัมผัสสมรรถนะอันน่าทึ่งนี้ต้องย้อนกลับไปถึงแรงบันดาลใจจากรถแข่ง Continental GT3 ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในวงการมอเตอร์สปอร์ต การถ่ายทอด DNA ของรถแข่งในสนามสู่ยนตรกรรมบนท้องถนนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ Bentley ได้พิสูจน์แล้วว่าพวกเขาสามารถทำได้อย่างยอดเยี่ยม
ภายใต้ฝากระโปรงของ Continental GT3-R คือเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร ซึ่งได้รับการปรับแต่งอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ได้พละกำลังสูงสุดถึง 572 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 700 นิวตัน-เมตร แต่ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความมหัศจรรย์ การลดน้ำหนักตัวรถลงถึง 100 กิโลกรัม ผนวกกับระบบการกระจายแรงบิดที่เหนือชั้น และการปรับปรุงระบบเกียร์ให้ตอบสนองไวขึ้น ส่งผลให้ Bentley Continental GT3-R สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 3.8 วินาทีเท่านั้น ตัวเลขนี้เทียบได้กับซูเปอร์คาร์ระดับแนวหน้าหลายรุ่น ทำให้ผู้ขับขี่ได้รับประสบการณ์ที่เร้าใจและเฉียบคมอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
ความพิเศษของ Bentley Continental GT3-R ไม่ได้หยุดอยู่เพียงสมรรถนะ แต่ยังรวมถึงความพิเศษในการผลิต ด้วยการผลิตเพียง 300 คันทั่วโลก ทำให้ยนตรกรรมคันนี้กลายเป็นของสะสมอันล้ำค่า ทุกคันถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยมือของช่างฝีมือชั้นเลิศ ณ โรงงานที่เมือง Crewe ประเทศอังกฤษ ก่อนจะถูกส่งต่อไปยังแผนกมอเตอร์สปอร์ตของ Bentley เพื่อทำการปรับแต่งขั้นสุดท้าย นี่คือการผสมผสานระหว่างงานฝีมืออันประณีตและความเชี่ยวชาญด้านมอเตอร์สปอร์ตอย่างแท้จริง
ย้อนรอยตำนานแห่งมอเตอร์สปอร์ต: Bentley Continental GT3 และความสำเร็จในสนามแข่ง
เพื่อเน้นย้ำถึงรากฐานอันแข็งแกร่งของ Bentley ในโลกแห่งมอเตอร์สปอร์ต Continental GT3-R ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถแข่ง Continental GT3 ที่เพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจการแข่งขันในรายการ Blancpain Endurance Series ที่สนาม Silverstone การปรากฏตัวของรถแข่งคันนี้เป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นของ Bentley ในการแข่งขันระดับสูงสุด
ก่อนหน้านี้ รถแข่ง Bentley Speed 8 ซึ่งขับโดย David Brabham เคยสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าอันดับ 2 ในการแข่งขัน 24 Hours of Le Mans ปี 2003 นี่คือเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถในการพัฒนารถยนต์ที่เปี่ยมสมรรถนะและความทนทานของ Bentley ยิ่งไปกว่านั้น Continental GT3 ยังเตรียมตัวกลับไปลงแข่งขันในรายการ Blancpain Endurance Series ที่สนาม Paul Ricard ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศสอีกด้วย การมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องในรายการแข่งขันชั้นนำเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นการทดสอบเทคโนโลยี แต่ยังเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของ Bentley ในฐานะแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับสมรรถนะและความเป็นเลิศในสนามแข่ง
Bentley ในตำนาน: ย้อนวันวานที่ Goodwood Festival of Speed
เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์อันยาวนานและทรงเกียรติของ Bentley ในวงการมอเตอร์สปอร์ต ยนตรกรรมคลาสสิก 3 คันได้กลับมาร่วมงาน Hillclimb อันทรงเกียรติที่ Goodwood Festival of Speed อีกครั้ง ไฮไลท์สำคัญคือ Speed Six Bentley ที่รู้จักกันในชื่อ ‘Old Number 1’ รถคันนี้คือตำนานที่แท้จริง เคยคว้าชัยชนะในการแข่งขัน Le Mans ในปี 1929 และ 1930 โดยฝีมือของนักขับระดับตำนานอย่าง Woolf Barnato, Henry ‘Tim’ Birkin และ Glen Kidston
การปรากฏตัวของ ‘Old Number 1’ เคียงข้างกับ Bentley สุดคลาสสิกอีก 2 คัน คือ ‘Old Number 2’ และ ‘Old Number 3’ ซึ่งเคยร่วมแข่งขันในรายการ Le Mans ปี 1930 กับ ‘Old Number 1’ เป็นการย้อนรำลึกถึงยุคทองของ Bentley ที่สร้างชื่อเสียงให้กับวงการมอเตอร์สปอร์ตโลก เป็นการแสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องของจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันและความเป็นเลิศที่ยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
Bentley EXP 10 Speed 6: วิสัยทัศน์แห่งอนาคตและความยืดหยุ่นของแพลตฟอร์ม
นอกเหนือจากรุ่นพิเศษอย่าง Continental GT3-R แล้ว Bentley ยังได้นำเสนอวิสัยทัศน์แห่งอนาคตผ่าน Bentley EXP 10 Speed 6 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแนวทางการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ๆ ของแบรนด์ การที่ Bentley EXP 10 Speed 6 จะใช้แพลตฟอร์มร่วมกับ Porsche Panamera เจเนอเรชั่นที่ 2 ที่มีชื่อว่า “MSB Platform” นั้น สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการพัฒนารถยนต์ยุคใหม่
นาย Kevin Rose ได้กล่าวถึงความสำคัญของแพลตฟอร์มที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เพื่อให้ Bentley สามารถสร้างสรรค์รถยนต์ที่มีคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกัน ตั้งแต่รถซีดานหรู ไปจนถึงรถสปอร์ตที่มีสมรรถนะเหนือชั้น การใช้แพลตฟอร์มร่วมกับ Porsche ซึ่งเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งนั้น เป็นกลยุทธ์ที่คุ้นเคยในอุตสาหกรรมยานยนต์ และช่วยลดต้นทุนในการวิจัยและพัฒนาได้อย่างมีนัยสำคัญ ที่สำคัญคือ การใช้แพลตฟอร์มร่วมกันนี้ไม่ได้หมายถึงการลดทอนเอกลักษณ์ของ Bentley ลงแต่อย่างใด ตรงกันข้าม Bentley สามารถนำเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นร่วมกันมาปรับใช้ให้เกิดอารมณ์การขับขี่ที่แตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้เสมอ ประสบการณ์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าลูกค้า Bentley เข้าใจและยอมรับกลยุทธ์นี้เป็นอย่างดี
ขุมพลังแห่งอนาคต: ทางเลือกที่หลากหลายสำหรับ Bentley EXP 10 Speed 6
สำหรับขุมพลังของ Bentley EXP 10 Speed 6 นั้น Bentley ยังคงเปิดกว้างสำหรับทางเลือกที่หลากหลาย มีความเป็นไปได้สูงที่จะเห็นการนำเครื่องยนต์ W12 สูบ ที่ให้กำลัง 616 แรงม้า ซึ่งใช้ใน Bentley Bentayga มาปรับใช้ หรืออาจจะเป็นเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบชาร์จ ที่เป็นที่ยอมรับในด้านสมรรถนะและประสิทธิภาพ
ยิ่งไปกว่านั้น CEO ของ Bentley อย่าง Wolfgang Dürheimer ยังได้เสนอแนวคิดที่น่าสนใจเกี่ยวกับการพัฒนารถยนต์ที่ใช้พลังงานทางเลือก โดยเสนอทางเลือกสำหรับลูกค้าที่ต้องการความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ที่สามารถให้กำลังสูงถึง 400-500 แรงม้า ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง และมีระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แนวคิดนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Bentley ในการก้าวไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน โดยไม่ละทิ้งสมรรถนะและความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์
Bentley Bangkok: เปิดตัวยนตรกรรมสปอร์ตสุดหรู สู่ตลาดประเทศไทย
ในโอกาสเดียวกัน Bentley Bangkok โดยบริษัท AAS Auto Service จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ได้เปิดตัวยนตรกรรมสายพันธุ์สปอร์ต 2 ประตู สุดหรู The Continental GT V8 และ The Continental GT V8 AAS Motorsport Edition รวมถึงอัครยนตรกรรมสปอร์ตซีดาน The New Flying Spur เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่งาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 42 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี
มร. เดวิด แจ็คสัน กรรมการผู้จัดการ Bentley Bangkok ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความภาคภูมิใจในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ของ Bentley สู่ตลาดไทย พร้อมกล่าวถึงปรัชญาของ W.O. Bentley ที่ว่า “เราจะผลิตรถยนต์ที่ทรงสมรรถนะ รถยนต์ที่มีมาตรฐาน และรถยนต์ที่ดีที่สุดเหนือคู่แข่ง” ซึ่งยังคงเป็นหลักการสำคัญในการดำเนินงานของ Bentley มาจนถึงทุกวันนี้
The Continental GT V8: นิยามใหม่ของ Grand Tourer
The Continental GT V8 คือสุดยอดแห่งยนตรกรรมที่ผสมผสานจิตวิญญาณความสปอร์ต สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือระดับ งานฝีมืออันประณีต และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ก่อให้เกิดรถยนต์ Grand Tourer ที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เคยมีมา
หัวใจสำคัญของ The Continental GT V8 คือเครื่องยนต์ V8 Twin-turbocharged ขนาด 4.0 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาล่าสุด ให้พละกำลังกว่า 542 แรงม้า และแรงบิด 770 นิวตัน-เมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 4 วินาที และมีความเร็วสูงสุดถึง 318 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับรุ่นเปิดประทุน The Continental GT V8 Convertible มาพร้อมกับหลังคาผ้าบุ 4 ชั้น ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า สามารถเลือกเฉดสีได้ถึง 3 สี
เพื่อเติมเต็มความเป็นสปอร์ตให้กับ The Continental GT V8 ทาง AAS Auto Service ได้จัดออปชั่นพิเศษ เช่น ล้ออัลลอยด์สีเงินขนาด 20 นิ้ว, กระจังหน้าประดับด้วยขอบและแกนกลางโครเมียม, สัญลักษณ์รูปตัว “B” สีดำบริเวณฝากระโปรงหน้า, ฝากระโปรงหลัง และล้อแม็กทั้ง 4 ล้อ นอกจากนี้ ยังเพิ่มความหรูหราด้วยไฟหน้าและไฟท้ายแบบ Matrix LED ผลิตจากคริสตัลแท้ พร้อมระบบช่วยปรับไฟสูงอัตโนมัติ เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่
สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจยิ่งขึ้นด้วยพวงมาลัย 3 ก้านสไตล์สปอร์ต และความประณีตในรายละเอียดของ Bentley ด้วยการสลักคำว่า “Handbuilt in Crewe, England” บริเวณกาบบันได (Treadplate) พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยด้วยหน้าจอแสดงผลระบบสัมผัสความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว คุณสามารถรังสรรค์เฉดสีภายนอกได้มากถึง 17 เฉดสี เพื่อสะท้อนสไตล์ที่เป็นคุณ ราคาเริ่มต้นสำหรับ The Continental GT V8 อยู่ที่ 16.99 ล้านบาท และรุ่นเปิดประทุน The Continental GT V8 Convertible ราคาเริ่มต้นที่ 18.5 ล้านบาท
The Continental GT V8 AAS Motorsport Edition: ความภาคภูมิใจที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสนามแข่ง
ในโอกาสพิเศษนี้ Bentley Bangkok ยังได้เผยโฉม The Continental GT V8 AAS Motorsport Edition ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก AAS Motorsport ทีมแข่งรถยนต์ทางเรียบแถวหน้าของเมืองไทย การผสมผสานประสบการณ์กว่า 30 ปีในสนามแข่งระดับประเทศและระดับโลก สู่ยนตรกรรมสายพันธุ์สปอร์ตแท้ เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของ Bentley Bangkok
The Continental GT V8 AAS Motorsport Edition โดดเด่นด้วยเฉดสีขาวภายนอก, จานเบรกสีแดง, ชุดแต่ง Blackline และ Styling Specification พร้อมเพิ่มความสปอร์ตด้วย Mulliner Specification ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกีฬามอเตอร์สปอร์ต ด้วยลวดลายเฉดสีแดง St. James Red และเฉดสีดำ Gloss Black
สำหรับผู้ที่จอง The Continental GT V8 AAS Motorsport Edition จะได้รับสิทธิ์พิเศษในการเลือกตัวเลขสำหรับติดบริเวณกาบบันได (Treadplate) เพื่อตอกย้ำความพิเศษของรุ่นจำกัดจำนวน เพียง 5 คันทั่วโลก ในราคา 25.5 ล้านบาท
The New Flying Spur: นิยามใหม่ของสปอร์ตซีดานหรู
อีกหนึ่งอัครยนตรกรรมที่ Bentley Bangkok ภูมิใจนำเสนอคือ The New Flying Spur อัครยนตรกรรมสปอร์ตซีดาน 4 ประตู ที่นิยามใหม่ของความโฉบเฉี่ยวและความหรูหราแบบร่วมสมัย ผสานกับสัญลักษณ์แห่งที่สุดของยนตรกรรมอย่าง “Flying B” มาสคอตของ Bentley ที่เพิ่มความหรูหราและผสานความร่วมสมัยเป็นครั้งแรก
The New Flying Spur ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ W12 สูบ ความจุ 6.0 ลิตร Twin-turbocharged ระบบเกียร์คลัทช์คู่ 8 สปีด ให้พละกำลัง 635 แรงม้า แรงบิด 900 นิวตัน-เมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 3.8 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 333 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
AAS Auto Service ได้คัดสรรสีมาตรฐานให้เลือกถึง 17 สี เพื่อให้เข้ากับบุคลิกและเส้นสายของตัวรถ พร้อม City Specification ที่มีฟังก์ชันช่วยเหลือการขับขี่ถึง 4 โหมด ช่วงล้อยาวขึ้น 130 มิลลิเมตร ส่งผลให้ห้องโดยสารกว้างขวางยิ่งขึ้น และเพิ่มความหรูหราด้วยการตกแต่งแผ่นไม้วีเนียร์ทั้งแบบสีเดียวและแบบทูโทน
เทคโนโลยีล้ำสมัยของ The New Flying Spur ประกอบด้วยหน้าจอดิจิทัลคมชัดแบบ Touchscreen (HD Digital) พร้อมหน้าปัด Rotating Display ที่คอนโซลกลาง ขนาด 12.3 นิ้ว ประดับด้วยไม้วีเนียร์ พร้อมรีโมทคอนโทรลสำหรับควบคุมคำสั่งจากผู้โดยสารด้านหลัง และสามารถเลือกติดตั้งหลังคาแก้วแบบ Panoramic Roof ที่มีความยาวตลอดหลังคารถได้
ทั้งหมดนี้ทำให้ The New Flying Spur กลายเป็นอัครยนตรกรรมชั้นยอดที่ตอบสนองความต้องการทั้งผู้โดยสารและผู้ขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 18.6 ล้านบาท
ข้อเสนอสุดพิเศษจาก Bentley Bangkok
สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถเยี่ยมชมบูธ Bentley Bangkok ในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 42 เพื่อสัมผัสยนตรกรรม Bentley พร้อมรับข้อเสนอที่ดีที่สุด เช่น อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.5% นานสูงสุด 60 เดือน, การรับประกันจากโรงงานผู้ผลิตฯ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 3 ปีเต็ม รวมถึงส่วนลดพิเศษสูงสุดถึง 40% สำหรับ Bentley Collection เมื่อซื้อสินค้าภายในงาน
Bentley ไม่เพียงแต่เป็นยานพาหนะ แต่คือการเดินทางที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์ ความหรูหรา สมรรถนะ และนวัตกรรม หากคุณกำลังมองหายานยนต์ที่สะท้อนถึงรสนิยมและความสำเร็จขั้นสูงสุด การเข้ามาสัมผัส Bentley คือก้าวต่อไปที่คุณไม่ควรพลาด.