
Bentley Continental GT: พลังเหนือชั้น สุนทรีย์เหนือระดับ สัมผัสประสบการณ์ GT ตัวจริง
ในโลกแห่งยานยนต์หรูหรา ที่ซึ่งสมรรถนะอันเร้าใจบรรจบกับงานฝีมืออันประณีต Bentley Continental GT คือนิยามของรถยนต์ Grand Tourer (GT) ที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่พาหนะ แต่คือการประกาศศักดาแห่งการเดินทางที่เหนือกว่ามาตรฐานทั่วไป ด้วยประสบการณ์ในวงการยานยนต์กว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของรถยนต์สมรรถนะสูงมากมาย แต่ Bentley Continental GT ยังคงเป็นรถที่สามารถสร้างความประหลาดใจและตราตรึงใจได้อย่างไม่เสื่อมคลาย บทความนี้จะเจาะลึกถึงแก่นแท้ของ Bentley Continental GT โดยเฉพาะรุ่นพิเศษที่เน้นย้ำถึงความดำมืดและความเร็วอันน่าเกรงขาม ผ่านมุมมองของผู้เชี่ยวชาญที่สัมผัสกับจิตวิญญาณของมันอย่างแท้จริง
Bentley Continental GT Black Speed: ร่างทรงแห่งความเข้มขรึมและความเร็ว
ชื่อ “Black Speed” นั้นบ่งบอกถึงตัวตนของ Bentley Continental GT รุ่นพิเศษนี้ได้เป็นอย่างดี การปรากฏตัวของมันคือการผสมผสานระหว่างความสง่างามเหนือกาลเวลาและบุคลิกที่ดุดันสะกดทุกสายตา สีดำเงาอันลุ่มลึกที่ปกคลุมตัวถัง ราวกับรัตติกาลที่ไร้ที่สิ้นสุด ถูกตัดด้วยเส้นสายสีแดงสดที่สอดแทรกอยู่ตามจุดต่างๆ อย่างมีชั้นเชิง สร้างความรู้สึกถึงพลังที่ซ่อนเร้นและความเร็วที่พร้อมจะปลดปล่อย รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างขอบกระจกและชายล่างประตูสีขาวสะอาดตา ยิ่งเสริมให้ภาพรวมดูโดดเด่นและมีมิติ ล้ออัลลอยสีดำสนิทขนาด 21 นิ้ว คือบทสรุปของรูปลักษณ์ภายนอกที่บ่งบอกถึงความพร้อมในการทะยานไปข้างหน้า
ภายในห้องโดยสาร ยังคงสะท้อนแก่นแท้ของธีมภายนอก เบาะหนังสีดำสนิทที่ตัดเย็บด้วยด้ายแดง สะท้อนถึงความพิถีพิถันในทุกฝีเข็ม สัญลักษณ์รุ่นพิเศษที่ปักอย่างประณีตบนพนักพิงศีรษะ เพิ่มความเป็นเอกลักษณ์ที่เหนือระดับ แป้นเหยียบอะลูมิเนียม คือส่วนเสริมที่บ่งบอกถึงสมรรถนะและความสปอร์ตที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความหรูหรา แม้รายละเอียดเกี่ยวกับพละกำลังของเครื่องยนต์ W12 อันลือเลื่องจะยังไม่ถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่ชื่อ “Black Speed” ก็เพียงพอที่จะจุดประกายความคาดหวังถึงสมรรถนะอันดุดัน ที่สมกับชื่อเสียงของ Bentley
จุดกำเนิดและความทะเยอทะยาน: Bentley Continental GT ในตลาดโลก
การเปิดตัว Bentley Continental GT Black Speed ในตลาดออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 525,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 13.9 ล้านบาทไทย เป็นการตอกย้ำถึงตำแหน่งของรถยนต์รุ่นนี้ในฐานะยานยนต์ระดับ Super Grand Tourer ที่เน้นการตอบสนองความต้องการของตลาดเฉพาะกลุ่ม ผู้ที่มองหารถยนต์ที่สามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจในขณะเดียวกันก็ยังคงไว้ซึ่งความสะดวกสบายและความหรูหราสำหรับการเดินทางไกล
ภาพความทรงจำและการพบปะในงาน Bangkok Motor Show 2004
ย้อนกลับไปในงาน Bangkok Motor Show ปี 2004 ท่ามกลางบรรยากาศอันคึกคักของการจัดแสดงยานยนต์ครั้งยิ่งใหญ่ ผมมีโอกาสได้พบปะกับบุคคลสำคัญท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นเหมือนพี่ชายที่ผมไม่ได้พบเจอมานาน เขาคือ คุณเกร็ก ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่รู้จักอย่างดีในแวดวงผู้รักรถยนต์ในเว็บบอร์ดรัชดา ด้วยความรู้เชิงลึกด้านวิศวกรรมยานยนต์ที่เขาได้แบ่งปันอย่างไม่ปิดบัง แม้จะมีเหตุการณ์บางอย่างในอดีตที่ทำให้เขาห่างหายไปจากชุมชนออนไลน์ แต่โอกาสในการพบเจออีกครั้งครั้งนี้ นำมาซึ่งประสบการณ์ที่น่าจดจำ
ก้าวสู่บทบาทใหม่: ผู้บริหาร Bentley Thailand
การได้พบคุณเกร็กอีกครั้งในฐานะผู้จัดการทั่วไปของ Bentley Thailand ผู้รับผิดชอบการนำเข้ารถยนต์ Bentley และให้บริการหลังการขายอย่างเป็นทางการ ในเครือของ AAS Auto Service ผู้จำหน่ายรถสปอร์ต Porsche ในประเทศไทย คือเครื่องพิสูจน์ถึงการเดินทางในสายอาชีพที่น่าทึ่ง การทักทายอย่างอบอุ่นนำไปสู่การขอเข้าไปสัมผัส Bentley Continental GT รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งคุณเกร็กก็ให้การต้อนรับอย่างดี เปิดโอกาสให้ผมได้สำรวจระบบต่างๆ อย่างเต็มที่
โอกาสทอง: การสัมผัส Bentley Continental GT อย่างใกล้ชิด
เมื่อผมเอ่ยปากแสดงความปรารถนาที่จะได้ลองนั่งและขับ Bentley Continental GT คุณเกร็กได้มอบข้อเสนอที่ผมคาดไม่ถึง “หลังพ้นช่วงมอเตอร์โชว์ช่วงสงกรานต์ เราไปลองกัน!” คำพูดนี้จุดประกายความตื่นเต้นและความคาดหวังในใจผมอย่างท่วมท้น
การรอคอยและการวางแผนอย่างรอบคอบ
ด้วยธรรมชาติของสถานการณ์และความเกรงใจ ผมเลือกที่จะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างความลำบากใจให้กับคุณเกร็ก หากมีผู้สนใจเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ จากการลองนั่งสัมผัสเบาะหลังของ Continental GT ในช่วงเวลานั้น ผมประเมินว่าพื้นที่อาจไม่สะดวกสบายนักสำหรับผู้ที่มีช่วงขาค่อนข้างยาว แม้ว่าโดยรวมจะยังคงนั่งสบายกว่าเบาะหลังของ BMW 6 Series รุ่นใหม่ก็ตาม การตัดสินใจที่จะเงียบไว้จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพื่อให้ประสบการณ์นี้เป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นส่วนตัว
วันที่รอคอย: การสัมผัสประสบการณ์ GT บนถนนจริง
ในที่สุด วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน เมื่อเวลาบ่ายโมงตรงตามนัดหมาย ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมประสบการณ์กับ Bentley Continental GT แม้ว่าผมจะไม่ได้เป็นผู้ขับเองในครั้งนี้ แต่ผมก็รู้สึกอุ่นใจอย่างยิ่ง เนื่องจากผู้ควบคุมพวงมาลัยคือคุณเกร็ก ซึ่งผมมั่นใจในฝีมือการขับขี่ระดับสูงของเขา การได้นั่งเป็นผู้โดยสาร เพื่อสังเกตการณ์และสัมผัสอากัปกิริยาของรถอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการจราจร ถือเป็นโอกาสอันดีในการเรียนรู้บุคลิกที่แท้จริงของรถยนต์คันนี้
Bentley Continental GT: นิยามของ Grand Tourer ที่ไร้ข้อกังขา
Bentley ระบุว่า Continental GT ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นรถยนต์ Grand Tourer สองประตูแบบ Pillarless สำหรับการเดินทางไกล ไม่ใช่รถสปอร์ตบริสุทธิ์ แต่ด้วยสมรรถนะอันน่าทึ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้รูปลักษณ์ภายนอก ทำให้ Continental GT สามารถท้าทายคู่แข่งระดับแถวหน้าอย่าง Aston Martin และ Ferrari ได้อย่างไม่มีข้อกังขา นี่คือรถยนต์คันแรกของ Bentley ในรอบ 50 ปี หลังจากแยกตัวจาก Rolls-Royce โดย Rolls-Royce ถูกซื้อโดย BMW ในขณะที่ Bentley อยู่ภายใต้การดูแลของ Volkswagen Group
การออกแบบที่เฉียบคม: เส้นสายแห่ง Dirk van Braeckel
Dirk van Braeckel หัวหน้าทีมออกแบบ คือผู้อยู่เบื้องหลังเส้นสายอันเป็นเอกลักษณ์ของ Continental GT กระบวนการออกแบบที่รวดเร็วเพียง 4 เดือน (สิงหาคม – ธันวาคม 1999) สะท้อนให้เห็นถึงความเฉียบคมและวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน
สัดส่วนที่ลงตัว: ใหญ่แต่สง่างาม
แม้ว่าความกว้างของตัวรถจะอยู่ที่ 1,918 มิลลิเมตร อาจทำให้ดูใหญ่โต แต่สัดส่วนโดยรวมของ Continental GT กลับลงตัวอย่างน่าทึ่ง ด้วยความยาว 4,807 มิลลิเมตร และความสูง 1,390 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,745 มิลลิเมตร ซึ่งหลายคนอาจมองว่ายาว แต่เมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์อย่าง Toyota Wish กลับสั้นกว่าเพียง 5 มิลลิเมตร สัดส่วนเหล่านี้ทำให้รถดูปราดเปรียวและคล่องแคล่ว
การเข้าสู่ห้องโดยสาร: ความสะดวกสบายที่เหนือกว่า
การก้าวเข้าไปในห้องโดยสารของ Bentley Continental GT นั้นสะดวกสบายอย่างยิ่ง ด้วยบานประตูที่ยาวถึง 1,011 มิลลิเมตร และสามารถเปิดได้กว้างเกือบ 90 องศา มอบอิสระในการเข้า-ออกที่น่าประทับใจ
ห้องโดยสารแห่งความหรูหรา: การลงทุนที่คุ้มค่า
ห้องโดยสารของ Continental GT คือบทพิสูจน์ของความหรูหราที่มาจากแก่นแท้ ไม่ใช่การสร้างภาพ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสมกับราคา 20 ล้านบาท ซึ่งแตกต่างจากรถยนต์อย่าง Maybach ที่บางครั้งก็ยากที่จะหาส่วนประกอบที่ทำให้มีราคาสูงถึง 80 ล้านบาท นอกจากภาษีนำเข้า ผู้คนทั่วไปรวมถึงคุณสันติ ภิรมย์ภักดี ยังยากที่จะมองเห็นความแตกต่างที่ชัดเจนจาก Mercedes-Benz S-Class
จิตวิญญาณของ Bentley: ความใส่ใจในรายละเอียด
คุณเกร็กเล่าถึงกระบวนการผลิตเบาะหนังแท้ของ Continental GT ซึ่งต้องใช้หนังจากวัวถึง 11 ตัว ที่เลี้ยงในฟาร์มบนที่ราบสูงอากาศเย็นอย่างอิสระ หนังที่คัดเลือกอย่างพิถีพิถัน จะถูกนำมาตัดเย็บตามรูปทรงที่ต้องการ ส่วนหนังส่วนที่เหลือ “ก็จะส่งต่อไปให้กับผู้ผลิตรถยี่ห้อ…” (ขอสงวนนาม) คำกล่าวที่เสียดสีนี้ ยิ่งตอกย้ำถึงมาตรฐานอันสูงส่งของ Bentley
พื้นที่เบาะหลัง: การออกแบบที่คำนึงถึงการใช้งาน
แม้ว่าจะเป็นรถยนต์แบบ 2+2 ที่นั่ง แต่ Bentley Continental GT ยังคงให้ความสำคัญกับพื้นที่เบาะหลัง หากผู้ขับปรับตำแหน่งเบาะหน้าให้เหมาะสม ผู้โดยสารเบาะหลังจะสามารถเดินทางได้อย่างสบาย หากแต่สำหรับผู้ที่มีช่วงขายาว การนั่งเบาะหลังเป็นเวลานานอาจไม่สะดวกนัก ซึ่งเป็นเรื่องปกติของรถยนต์ประเภท 2+2 ที่เน้นการเดินทางของคู่รักหรือนักธุรกิจหนุ่มกับสาวไฮโซ โดยเบาะหลังอาจมีไว้สำหรับวางสัมภาระเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับ BMW 6 Series รุ่นล่าสุด Bentley Continental GT ยังคงเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในเรื่องของพื้นที่และการออกแบบห้องโดยสาร แม้แต่ Mazda RX-8 ก็ยังมีการจัดวาง Packaging ภายในได้ดีกว่า BMW 6 Series ในส่วนของเบาะหลัง
ระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียม: สุนทรีย์แห่งการเดินทาง
ระบบเครื่องเสียงชั้นเลิศแบบ 12 แชนแนล พร้อมซีดี-เชนเจอร์ 6 แผ่น ที่ซ่อนอยู่ภายในช่องเก็บของบนแผงหน้าปัด มอบประสบการณ์เสียงอันรื่นรมย์ เก็บทุกรายละเอียดของบทเพลง “สักวันหนึ่ง” โดยมาริสา สุโกศล ที่ขับกล่อมตลอดการเดินทาง การควบคุมระบบเครื่องเสียงที่ทำได้ง่ายจากปุ่มบนพวงมาลัย ยิ่งเพิ่มความสะดวกสบาย
การสตาร์ทเครื่องยนต์: ขั้นตอนที่แสดงถึงความพิเศษ
การสตาร์ทเครื่องยนต์ของ Bentley Continental GT เป็นกระบวนการที่แสดงถึงความพิเศษของการเป็นรถยนต์ระดับสูง ต้องเสียบรีโมทเข้ากับช่องรับสัญญาณ รอให้ระบบพร้อมทำงาน จากนั้นจึงกดปุ่มสตาร์ทบริเวณคอนโซลกลาง เสียงท่อไอเสียที่หวานหู คือการประกาศศักดาของพละกำลังที่พร้อมจะปลดปล่อย
การเติมน้ำมันและฟังก์ชันการทำงาน
ระหว่างการเติมน้ำมัน คุณเกร็กได้สาธิตฟังก์ชันต่างๆ บนหน้าจอแสดงผล ซึ่งรวมถึงระบบนำทาง และการแสดงผลระบบอื่นๆ อย่างละเอียด
ระบบช่วงล่างอิสระ: ความสบายที่เหนือกว่า
ระบบช่วงล่างแบบ Air Suspension พร้อมระบบ Variable damping control และ Self-leveling สามารถปรับความแข็ง-อ่อนได้ 4 ระดับผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ ยังสามารถปรับระดับรถให้หน้าทิ่ม-ท้ายโด่ง หรือหน้าเชิด-ท้ายกด ได้อย่างง่ายดาย การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ผู้โดยสารอาจไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน เว้นแต่จะสังเกตจากขอบกระจกบังลมหน้า
พลัง W12 อันไร้ขีดจำกัด: อัตราเร่งเหนือจินตนาการ
เมื่อก้าวเข้าสู่ทางยกระดับอุตราภิมุข ขุมพลังขนาดมหึมาของเครื่องยนต์ W12 ที่มีความจุ 5,998 ซีซี พร้อมเทอร์โบคู่ ให้พละกำลังสูงถึง 560 แรงม้า ที่ 6,250 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 66.2 กก.-ม. ทำงานผสานกับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมแป้น paddle shift ส่งกำลังสู่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา (AWD) พา Bentley Continental GT พุ่งทะยานจากจุดหยุดนิ่งไปถึง 180 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาเพียงสั้นๆ ขณะที่ผมยังไม่ทันได้ตั้งกล้องถ่ายรูป
สมรรถนะที่น่าทึ่ง: สถิติความเร็วที่เหนือกว่า
อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพียง 4.8 วินาที และอัตราเร่งช่วง 40-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 3.6 วินาที และ 80-120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 3.3 วินาที ยิ่งตอกย้ำถึงสมรรถนะอันน่าทึ่ง ความเร็วสูงสุดที่ 318 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำให้ Continental GT เป็นรถยนต์ 4 ที่นั่งที่เร็วที่สุดในโลกในขณะนั้น
แม้จะมีน้ำหนักตัวมากถึง 2,410 กิโลกรัม (ไม่รวมของเหลว) และ 2,800 กิโลกรัม (Gross weight) แต่ด้วยพละกำลังและแรงบิดอันมหาศาล ทำให้เครื่องยนต์มีความยืดหยุ่นสูง สามารถตอบสนองอัตราเร่งได้อย่างฉับไว เพียงแค่เปลี่ยนเกียร์ลง หรือกดคันเร่งลึกขึ้นอีกเล็กน้อย
การควบคุมที่แม่นยำ: ความนิ่งสง่าบนทุกโค้ง
การหักพวงมาลัยที่ความเร็วประมาณ 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพื่อเลี้ยวกลับใต้สะพานลอยสุทธิสาร รถก็เบนหัวไปอย่างรวดเร็ว มั่นคง และนิ่งสนิท ไม่มีการดื้อดึงหรือฝืนใจ โครงสร้างตัวถังและแชสซีส์ที่แข็งแกร่ง ไม่ปรากฏการบิดตัวให้รู้สึกได้ ซึ่งแตกต่างจากรถยนต์อย่าง Jaguar XJ อย่างสิ้นเชิง การจัดวางตำแหน่งเบาะที่ค่อนไปทางล้อหลัง ยิ่งเสริมอารมณ์ความเป็นรถยุค 1930 ได้เป็นอย่างดี
ความซับซ้อนและความสมบูรณ์แบบ: บทพิสูจน์แห่งวิศวกรรม
ต้องขอเรียนให้ทราบว่า รถยนต์ที่ใช้ในการทดลองครั้งนี้เป็นรถ Pre-production Demo ซึ่งมีปัญหาที่โช้คอัพด้านหน้าฝั่งซ้ายเมื่อใช้ความเร็วสูง อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาเฉพาะคัน และไม่ได้ส่งผลต่อคุณภาพการขับขี่โดยรวม โดยรถคันนี้มีกำหนดการส่งต่อไปยังตัวแทนจำหน่ายในมาเลเซียและสิงคโปร์ ก่อนจะถูกส่งคืนให้บริษัทแม่เพื่อทำการตรวจสอบครั้งใหญ่
ระบบปรับอากาศ: การทำงานที่ตอบสนองต่อสมรรถนะ
ในระหว่างการขับขี่ที่ใช้สมรรถนะสูง คอมเพรสเซอร์แอร์จะตัดการทำงานเพื่อลดแรงฉุด และส่งกำลังสู่ล้อได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของรถยนต์สมรรถนะสูง และอาจทำให้ผู้โดยสารรู้สึกร้อนได้บ้างหากอากาศภายนอกร้อนจัด
ความเร็ว 230 กิโลเมตร/ชั่วโมง: ความสบายที่เหนือระดับ
ความเร็วที่ใช้ในการทดสอบวันนั้นถูกจำกัดไว้ที่ไม่เกิน 230-240 กิโลเมตร/ชั่วโมง เนื่องจากสภาพการจราจรและเพื่อความปลอดภัย แต่ถึงแม้จะขับด้วยความเร็วระดับนี้ Bentley Continental GT ยังคงให้ความรู้สึกนิ่ง สงบ และสบาย ราวกับกำลังขับรถคอมแพกต์คาร์ญี่ปุ่นด้วยความเร็ว 120-130 กิโลเมตร/ชั่วโมง แต่ตัวเลขบนมาตรวัดกลับบอกว่าความเร็วคือ 130 ไมล์/ชั่วโมง (ประมาณ 230 กิโลเมตร/ชั่วโมง) และรอบเครื่องยนต์ยังไม่ถึง 4,000 รอบ/นาที ด้วยเกียร์ 6 จังหวะ
สรุป: Bentley Continental GT – สหายร่วมเดินทางผู้สง่างามและเปี่ยมด้วยพลัง
Bentley Continental GT: สุภาพบุรุษผู้สง่างาม มีมาด แต่ตรงไปตรงมา
แม้จะเป็นรถยนต์ Grand Tourer ระดับไฮเอนด์ แต่ Bentley Continental GT กลับมอบการตอบสนองในการขับขี่บนทางเรียบที่คล่องแคล่ว ว่องไว และน่าทึ่ง ให้ความรู้สึกราวกับกำลังนั่งอยู่ในรถสปอร์ตคอมแพกต์ที่ได้รับการปรับแต่งมาอย่างสมบูรณ์แบบ เพียงแค่ผู้ขับคิด รถก็จะตอบสนองทันที ไม่มีอาการอิดเอื้อน หรือลังเล นี่คือรถที่ “ตรงไปตรงมา” ที่สุดคันหนึ่งที่ผมเคยสัมผัส
ในเมืองใหญ่ การขับขี่ Continental GT ด้วยความเร็วปกติ อาจไม่แตกต่างจากรถยุโรปชั้นนำทั่วไปมากนัก อาจมีความโดดเด่นขึ้นมาเล็กน้อยจากความประณีตในการตกแต่งห้องโดยสาร แต่ตัวตนที่แท้จริงของมันจะถูกเปิดเผยเมื่อออกเดินทางไกล เมื่อคุณคิดและสั่งให้รถทำอะไร รถจะทำให้ทันที โดยไม่มากเกินไป หรือน้อยเกินไป
ประสบการณ์ขับขี่ที่ไร้ที่เปรียบ
แม้จะไม่ถึงกับกระชากใจ แต่ Bentley Continental GT มอบประสบการณ์ที่รื่นรมย์ จัดจ้าน และเร้าอารมณ์ได้อย่างเป็นเลิศ สำหรับผู้ที่มีงบประมาณ 20 ล้านบาท และต้องการรถยนต์สำหรับขับเล่นในวันหยุด โดยหลีกเลี่ยงรถสปอร์ตอย่าง Ferrari, Maserati, Porsche, Lamborghini หรือ Aston Martin, Continental GT คือทางเลือกที่ลงตัวและคุ้มค่า
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่มอบความรู้สึกคล้ายคลึง แต่ไม่ครบถ้วนทุกคุณสมบัติ อาจพิจารณา BMW 330i สำหรับความคล่องตัว โครงสร้างแชสซีส์ที่แข็งแกร่งของ BMW 5 Series (E39) และบรรยากาศการขับขี่ รวมถึงการออกแบบของ Jaguar XJ แต่เชื่อเถอะว่า ไม่มีใครสามารถเลียนแบบ Bentley ในแบบฉบับของมันได้อย่างง่ายดาย
ก้าวต่อไปสู่โลกของ Bentley
หากคุณต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Bentley Continental GT และปรัชญาการออกแบบของ Bentley สามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.bentleymotors.com ซึ่งมีข้อมูลอันน่าสนใจมากมาย ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจถึงความเป็น Bentley ได้อย่างลึกซึ้ง
ขอขอบคุณ คุณเกร็ก แห่ง Bentley Thailand เป็นอย่างสูง สำหรับโอกาสในการได้สัมผัสประสบการณ์ Grand Tourer ระดับโลกคันนี้อย่างเต็มที่ แม้ว่าคุณเกร็กจะย้ายกลับไปสหรัฐอเมริกาแล้วก็ตาม
หากคุณสนใจทดลองขับ หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Bentley Continental GT สามารถติดต่อได้ที่ Bentley Thailand ชั้นล่าง ตึก CTL ติดกับตึกเลครัชดา ใกล้สี่แยกอโศก หรือ AAS Auto Sales ริมถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อก้าวสู่ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ และค้นพบกับนิยามใหม่ของคำว่า Grand Tourer ที่แท้จริง.